คลิกอ่านที่นี่! การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

คลิกอ่านที่นี่! การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ

คลิกอ่านที่นี่! การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-05-05 เปิดอ่านแล้ว : 9193 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

คลิกอ่านที่นี่! การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ

การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ

 อนงค์    เชื้อนนท์

            คนส่วนใหญ่คิดว่า การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือเป็นเรื่องง่าย ๆ  แต่โดยแท้จริงแล้วการนำภาษาไทยมาวิเคราะห์สังเคราะห์และสอนภาษาไทยแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ

เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ควรเริ่มสอนด้วยการให้ผู้เรียนหัดเขียน ก  ข  ค   ก่อน เพราะผู้เรียนจะเริ่มเรียนสิ่งที่ยากก่อน ควรเริ่มจากสอนจากเรื่องง่าย ๆ ก่อน 

            วิธีสอน 5 ขั้นตอน

                1.  เริ่มสอนการฟังก่อน   ถ้าเป็นเด็กควรเริ่มหัดฟังสิ่งต่าง ๆจากง่าย ๆ รอบตัวก่อน เช่น เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง เสียงน้ำตก เสียงรถยนต์  แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ควรเริ่มฟังเป็นคำ ๆ ประกอบท่าทาง

ครูออกเสียงคำให้ฟัง

การแสดงท่าทางประกอบ

    สวัสดี   ขอบคุณ  ขอโทษ 

ยกมือไหว้

    หู  ตา  จมูก  ปาก  แขน  ขา

ชี้ที่อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

   หน้าต่าง ประตู โต๊ะ เก้าอี้

   สมุด  ดินสอ  ปากกา  ไม้บรรทัด

ชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเรียน

  นก  หมู  เป็ด  ไก่  หมา  มด  แมว

ชี้ไปที่สัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน

  ดีพอ  จออา  พะชู  ชูพอ  จะคา

  ครู นักเรียน 

ชี้ไปที่คนตามชื่อที่ครูเรียก  หรือครูอาจฝึกเรียกชื่อทุกวันเพื่อให้ทุกคนสามารถจำชื่อตนเองได้

  ดอกไม้  ต้นมะขาม ต้นก้ามปู ต้นเฟื่องฟ้า

ชี้ไปที่ต้นไม้ในบริเวณโรงเรียน หรือพาผู้เรียนออกนอกห้องเรียนไปดูต้นไม้ใกล้ ๆ แล้วครูออกเสียงภาษาไทยให้ผู้เรียนฟัง

ผัก  ผลไม้ 

ชี้รูปภาพ หรือของจริง

            การแนะนำคำต่าง ๆ พร้อมท่าทางประกอบควรพูดแนะนำ 3-5 ครั้ง ให้ผู้เรียนจดจำได้  อย่ารีบร้อนให้ผู้เรียนพูด ครูควรแน่ใจว่าผู้เรียนสามารถฟังได้ดี เรียกว่า หูกระดิก ฟังจนจับใจความเสียงที่ครูเปล่งชัดเจนดีแล้ว จึงเริ่มสอนขั้นตอนต่อไป             ควรสอนการฟังสอดแทรกวันละ 15-20  นาที  และควรสอนคำวันแรกไม่เกิน 10 คำ (เช้า 5 คำ บ่าย 5 คำ)  วันหนึ่งถ้าสอนมากไปจะจำไม่ได้เลยเพราะสับสน  วันที่สองและวันต่อ ๆ มา ก็เพิ่มศัพท์ขึ้นเรื่อย วันแรก 10 คำ วันที่สอง 10 คำใหม่ (บวก 10 คำวันแรก สอนทบทวน) เพราะฉะนั้นวันที่สองจะได้รู้คำศัพท์ 20 คำ  วันที่สามและสี่เพิ่มคำศัพท์ขึ้นเรื่อย ๆ จนครอบคลุมวงคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน(สำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ ควรสอนประมาณ 600 คำ)            

2.  ฝึกสอนการพูด      ให้ฝึกสอนพูดจากสิ่งใกล้ตัวผู้เรียนก่อน ได้แก่คำทักทาย  สวัสดีขอโทษ   ขอบคุณครับ(ค่ะ) 

            ต่อมาให้รู้จักพูดชื่อครูและชื่อตนเอง  พูดเกี่ยวกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้า ผม ตา จมูก มือ เท้า แขน ขา  และอิริยาบถต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น  ยืน เดิน นั่ง นอน วิ่ง  ต่อมาให้ผู้เรียนสามารถ เรียกชื่อวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในโรงเรียน เช่น สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด   หน้าต่าง ประตู โต๊ะ เก้าอี้ กระดานดำ กระดาษ ฝึกสอนพูดเป็นคำก่อน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจับคู่คำที่พูดและภาพได้

            3.  ฝึกอ่าน  อาจฝึกอ่านได้หลายวิธี แล้วแต่ความพร้อมของผู้เรียน ครูบางคนอาจฝึกอ่านจากตัวอักษร เริ่มจาก  ก  ไปจนถึง  ฮ  แต่ให้สอนอ่านวันละ 5-10 ตัว  พอครบ 4 วัน สอนเสร็จหมด 44 ตัวอักษร วันที่ 5  ก็ให้ทบทวนตัวอักษรทั้งหมด โดยชี้แบบไม่เรียงตัว  แต่ถ้าจะให้สนุกต้องร้องเพลงประกอบจะทำให้จำได้ดี

            อาจฝึกอ่านจากคำจากภาพ  เช่น ไก่   ไข่  ฃวด   ควาย  ระฆัง  งู  จนถึงนกฮูก วิธีนี้ผู้ใหญ่อาจจะชอบ ที่สำคัญต้องสังเกตว่าถ้านำเด็กและผู้ใหญ่มาเรียนด้วยกัน ต้องอย่าให้ผู้ใหญ่รู้สึกอายมิฉะนั้น การเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะไม่ประสบความสำเร็จ

            ต่อมาฝึกอ่านประโยค และอ่านเรื่อง ตามลำดับ แต่ครูของตระหนักไว้เสมอว่าครูต้องเป็นต้นแบบอ่านให้ฟังก่อน 2-3 ครั้ง แล้วจึงให้ทุกคนอ่านพร้อมกันทั้งห้อง  ครูสุ่มอาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาอ่านหน้าชั้น  แล้วให้ทุกคนอ่านพร้อมกันทั้งห้องโดยครูไม่อ่านนำให้ทุกคนอ่านเองตามที่ครูชี้ให้อ่าน  และถ้าครูมีเวลาอาจให้ฝึกฝนอ่านเป็นรายบุคคล

            4.  ฝึกเขียน   

            เริ่มตั้งแต่ฝึกเขียนพยัญชนะ   ก ถึง ฮ ซึ่งวิธีนี้มักนิยมกันอย่างแพร่หลาย  หรืออาจลองฝึกหัดเขียนโดยเน้นเขียนตัวที่ฝึกง่ายก่อนก็ได้  หรือตัวที่เขียนคล้าย ๆ กันก่อน เพราะฝึกเขียนง่ายและเป็นรูปแบบใกล้เคียงกัน 

นอกจากนั้นอาจฝึกเขียนตัวที่มีเสียงคล้ายคลึงกัน หรือเสียงเหมือนกัน  

ก    ถ    ภ    ฎ    ฎ    ฌ    ณ    ญ

ข   ฃ    ช    ซ

ค   ศ    ฅ    ต     ด      ฒ 

ง    จ   ฐ 

ฉ   ม   ฆ    น    ย   

ว   ร

ท   ฑ   ห   ธ   

 บ    ป    ษ

พ    ฟ   ฬ   ผ   ฝ

 ล    ส    อ     ฮ


เพิ่มเติมฝึกเขียนสระ และวรรณยุกต์  ตามแบบฝึกอ่านหนังสือไทย กศน.

ก  

ข  ฃ     

ค   ฆ  ฅ

ช   ซ  ฉ   ฌ

ย   ญ

ด   ฎ

ต   ฏ

ฐ    ถ        

ท   ฑ   ธ   ฒ

น   ณ

ผ 

ภ  พ 

ร   ล   ฬ  

ส   ษ   ศ

ห   ฮ


            5.  ฝึกคิดและวิเคราะห์    ครูอธิบายตัวอักษรแต่ละตัวจนผู้เรียนเกิดความเข้าใจ ไม่ได้ท่องจำเท่านั้น  แต่ครูจะต้องทราบพื้นฐานของผู้เรียนว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์(กลุ่มกะเหรี่ยง)ที่ไม่ได้พูดภาษาไทยเป็นภาษาแรก บางคนพูดภาษาแม่ก่อน จึงมาเรียนมาไทยทำให้ต้องมีวิธีการเรียนภาษาไทยที่แตกต่างจากผู้เรียนที่พูดภาษาไทยตั้งแต่เกิด โดยมีข้อควรคำนึงสำหรับสอนกลุ่มชาติพันธุ์(กะเหรี่ยง)  ดังนี้

            • พยัญชนะในภาษากะเหรี่ยงเป็นเสียงกลางทั้งหมด ไม่มีเสียงสูง และเสียงต่ำเหมือนภาษาไทย  เพราะฉะนั้น ผู้เรียนกลุ่มนี้จำเป็นต้องเรียนรู้และต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับหลักภาษาไทยมากเพียงพอ เนื่องจากภาษาไทยแบ่งกลุ่มตัวอักษร 3 กลุ่ม คือ อักษรสูง อักษรกลาง และอักษรต่ำ

            • พยัญชนะบางตัวไม่มีเสียงในภาษากะเหรี่ยง  ดังเช่น     ข   ฉ   ถ  ฐ   ผ   ฝ   ส   ษ   ศ  ห 

ต้องฝึกฝนเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เรียนไม่มีเสียงเหล่านี้ในภาษาแม่ของตนเอง  นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์มักพูดภาษาไทยไม่ชัด จนเป็นที่ล้อเลียน ถ้าครูภาษาไทยทราบจุดอ่อนของผู้เรียนสามารถแก้ไขได้ทันตั้งแต่แรกก็จะแก้ปัญหาการพูดไม่ชัดได้

            • พยัญชนะภาษาไทยมีแม่ตัวสะกด  กง กน กม เกย เกอว กก กด กบ  แต่สำหรับภาษากะเหรี่ยงไม่มีตัวสะกด มีแต่อักษรควบกล้ำ  ทำให้ต้องเพิ่มเติมรายละเอียดและเน้นเพิ่มเติมเนื่องจากผู้เรียนจะต้องรู้จักวิธีออกเสียงและใช้ปากให้ถูกต้อง ครูภาษาไทยจะต้องฝึกฝนและเพิ่มความสังเกตผู้เรียนมากเป็นพิเศษ

            • ระดับเสียงในภาษาไทยมีครบ 5 เสียง  คือ  เสียงสามัญ  เสียงเอก เสียงโท  เสียงตรี และเสียงจัตวา   แต่ในภาษากะเหรี่ยงมีเพียง เสียงสามัญ เสียง เอก เสียงโท เสียงตรี  ทำให้ผู้เรียนมีปัญหาในการใช้เสียงจัตวา  ประกอบกับระดับเสียงเอก และเสียงโท ของภาษากะเหรี่ยงก็ออกได้เพียงเสียงกล้ำกึ่งเสียงเอก และเสียงโท ของภาษาไทย  ทำให้เสียงพูดเหมือนอยู่ในลำคอออกเสียงกลาง ๆ ไม่ใช่เสียงเฉียบขาดแบบภาษาไทย  ฉะนั้นครูต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจภาษาไทย

            • เนื้อหาวิชาของภาษาไทยควรเน้นเนื้อเรื่องที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้เรียน จะทำให้ผู้เรียนมองเห็นภาพชัด และคิดออกง่าย ๆ  ถ้าสอนผู้เรียนเรื่องไกลตัวในสิ่งที่ชุมชนผู้เรียนไม่มี ไม่เคยเห็น ทำให้นึกภาพไม่ออก ไม่เข้าใจ จะสับสนแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนยากเกินไป

ทำให้ไม่สนใจอยากจะเรียน เกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากมาเรียนภาษาไทย และไม่รักโรงเรียน

          นอกเหนือจากวิธีสอน 5 ขั้นตอนแล้ว  ครูสอนภาษาไทยสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์จะต้องมีความเป็นกันเองทำให้ผู้เรียนไว้วางใจ มีความตั้งใจ และความเอาใจใส่เป็นพิเศษ  สิ่งสำคัญครูต้องรักภาษาไทยและรักษาการสอนภาษาไทยเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อนั้นแหละ  การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก  http://www.oknation.net/blog/anong

ขอบคุณที่มา : http://www.moe.go.th/moe/upload/news_research/FileUpload/7278-3395.doc

แหล่งที่มา :

Tags
คลิกอ่านที่นี่!
การสอนภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ
loading...

Share With Google+
Share With Line

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

10 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ” ให้อยู่หมัด

10 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ” ให้อยู่หมัด..(842)

หยุดทำร้ายลูก! ด้วยการเลี้ยงดูแบบผิดๆ

หยุดทำร้ายลูก! ด้วยการเลี้ยงดูแบบผิดๆ..(1537)

ลงโทษลูกยังไงให้เป็นคนดี!!

ลงโทษลูกยังไงให้เป็นคนดี!!..(8273)

กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษเด็กปฐมวัย

กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษเด็กปฐมวัย..(4710)

"เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" แก้ได้ด้วยบันไดทักษะ ๔ ขั้น..(4378)

แก้ปัญหา “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” ด้วยเทคนิคการ “จับคู่”

แก้ปัญหา “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” ด้วยเทคนิคการ “จับคู่” ..(3399)

อ่านที่นี่! การพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นองค์รวม

อ่านที่นี่! การพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นองค์รวม ..(2079)

 การสร้างวินัยสำหรับเด็กปฐมวัย

การสร้างวินัยสำหรับเด็กปฐมวัย..(7858)


Tags
สอบครูผู้ช่วย
สอบบรรจุ
สอบบรรจุครู
สอบครู
ปฏิรูปการศึกษา
ครูผู้ช่วย
ครูคศ.1
ครูคศ.2
ครูคศ.3
ครูคศ.4
ครูคศ.5
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
ครูอัตราจ้าง
พนักงานราชการ
ข่าวการศึกษา
สอบข้าราชการ
สพฐ
สอศ
สกอ
สมศ
สทศ
กศน
สื่อการสอน
สื่อการเรียนรู้
คู่มือครู
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
การงานอาชีพฯ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษา
ประวัติศสาตร์
ปฐมวัย
อนุบาล
ศิลปะ
สุขศึกษาพลศึกษา
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์
เทคโนโลยีทางการสอน
นวัตกรรม
การเรียนการสอน
MBA
IELTS
chulatutor