sesli chat rent a car antalya antalya oto kiralama ehliyet sınav soruları
อ่านที่นี่! ข้าราชการ มาทำงานสายเกินกำหนด หมดสิทธิ์เลื่อนเงินเดือน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

อ่านที่นี่! ข้าราชการ มาทำงานสายเกินกำหนด หมดสิทธิ์เลื่อนเงินเดือน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)

อ่านที่นี่! ข้าราชการ มาทำงานสายเกินกำหนด หมดสิทธิ์เลื่อนเงินเดือน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-05-11 เปิดอ่านแล้ว : 137541 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

อ่านที่นี่! ข้าราชการ มาทำงานสายเกินกำหนด หมดสิทธิ์เลื่อนเงินเดือน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)

การเป็นข้าราชการที่ดีจะต้องดํารงตนให้เหมาะสมและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์แก่ทางราชการ ซึ่งผลของการประพฤติปฏิบัติดังกล่าวนอกจากราชการจะได้รับประโยชน์แล้ว ผู้นั้นก็จะได้รับการตอบแทนความดีความชอบไม่ว่าจะเป็นคําชมเชยหรือเลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน ในทางกลับกันหากข้าราชการผู้ใดปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ประพฤติปฏิบัติตามระเบียบวินัย ก็ย่อมจะส่งผลต่อการพิจารณาความดีความชอบหรืออาจถูกดําเนินการทางวินัยต่อไปได้

การ “อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ” ถือเป็นข้อปฏิบัติประการหนึ่งของข้าราชการตามมาตรา 82 (5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ซึ่งกําหนดว่าต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้และหากข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวผู้นั้นเป็นผู้กระทําผิดวินัยตามมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน 

อย่างไรก็ตามกรณีที่ข้าราชการมาทํางานสายเป็นอาจิณ แม้ว่าจะยังไม่ถูกดําเนินการทางวินัยแต่การประพฤติปฏิบัติตนดังกล่าวย่อมส่งผลต่อการพิจารณาความดีความชอบ เช่น การเลื่อนเงินเดือน

ดังเช่นคดีปกครองที่นํามาฝากกันในครั้งนี้เป็นกรณีของข้าราชการมาทํางานสายเกินกว่าเวลาที่ราชการกําหนด ซึ่งแม้ขณะเกิดข้อพิพาทในคดีนี้จะใช้บังคับตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ. 2544 ข้อ 7 (7) และกฎ ก.พ. ดังกล่าวได้ถูกยกเลิก โดยปัจจุบันได้ใช้บังคับตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ. 2552 ข้อ 8 (8) ซึ่งได้กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมาทํางานไว้ในลักษณะเดียวกันว่าข้าราชการพลเรือนซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนจะต้องไม่มาทํางานสายเกินจํานวนครั้งที่ผู้บังคับบัญชาผู้มีอํานาจสั่งเลื่อนเงินเดือนหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายกําหนดเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้วโดยคํานึงถึงลักษณะงานและสภาพท้องที่อันเป็นที่ตั้งของแต่ละส่วนราชการหรือหน่วยงาน

ดังนั้น ข้อพิพาทในคดีนี้จึงสามารถนําไปใช้เป็นแนวทางการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการในปัจจุบันได้

โดยคดีนี้นางสาวดาว (นามสมมติ) เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตําแหน่งพยาบาลวิชาชีพระดับชํานาญการ ปฏิบัติราชการในจังหวัดแห่งหนึ่ง มาทํางานสาย 60 กว่าวัน ซึ่งเกินกว่าที่ผู้อํานวยการโรงพยาบาลและปลัดกระทรวงสาธารณสุขกําหนดไว้คือในรอบการพิจารณาเงินเดือน ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2552 ให้ลาได้ไม่เกิน 10 ครั้ง และให้สายได้ไม่เกิน 18 ครั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้มีอํานาจพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการในส่วนภูมิภาคจึงมีคําสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน ทั้งๆ ที่นางสาวดาวมีสิทธิได้รับเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น เนื่องจากได้รับผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานรวม 71.90 คะแนน

เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นางสาวดาวจึงร้องทุกข์ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) พร้อมกับโต้แย้งว่าหลักฐานการมาทําสายที่นํามาอ้างไม่ถูกต้องและไม่เคยมีการแจ้งให้ตนชี้แจงเรื่องดังกล่าว อีกทั้งการพิจารณาไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนเพราะการมาทํางานสายก็ไม่ได้ให้โอกาสโต้แย้งในหลักฐานต่างๆ

หลังจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาคําร้องทุกข์และมีคําสั่งยกคําร้องทุกข์
นางสาวดาว จึงนําคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองขอให้มีคําพิพากษาหรือคําสั่งเพิกถอนคําสั่งที่สั่งงดเลื่อนขั้นเงินเดือนและเพิกถอนคําวินิจฉัยร้องทุกข์ 

ในเรื่องนี้โรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของนางสาวดาวชี้แจงว่าแม้ผลการประเมินทําให้นางสาวดาวมีสิทธิได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น แต่เนื่องจากนางสาวดาวมาทํางานสายเกินกว่าจํานวนวันที่กําหนดไว้การที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือนจึงขัดกับหลักเกณฑ์ที่กําหนดอีกทั้งหน่วยงานที่นางสาวดาวปฏิบัติงานอยู่ได้มีการประชุมถึง 3 ครั้ง เพื่อชี้แจงและตกลงร่วมกันของบุคลากรเกี่ยวกับการลงเวลาปฏิบัติงานและการมาทํางานสายโดยนางสาวดาวก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้งและได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลได้แจ้งให้นางสาวดาวทราบว่าไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนแล้ว

ประเด็นปัญหาประการแรก คือก่อนออกคําสั่งงดเลื่อนขั้นเงินเดือน ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) จะต้องแจ้งให้นางสาวดาวทราบและให้โอกาสโต้แย้งข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานก่อนออกคําสั่งดังกล่าวหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าคําสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นคําสั่งทางปกครองที่ไม่ต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบข้อเท็จจริงหรือโต้แย้งก่อนการทําคําสั่งทางปกครองตามมาตรา 30 วรรคสอง (6) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และวรรคสอง (1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติฯ ประกอบกับกฎ ก.พ. และหนังสือเวียนของสํานักงาน ก.พ.ที่เกี่ยวข้องก็มิได้กําหนดให้ต้องแจ้งผู้รับการประเมินซึ่งขาดคุณสมบัติเรื่องอื่น ๆเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนทราบแต่อย่างใด อีกทั้งหลักเกณฑ์การประเมินได้กําหนดไว้แล้วในแบบพิมพ์สําหรับใช้ประเมิน ซึ่งถือว่านางสาวดาวได้ทราบแล้วกรณีจึงไม่จําเป็นต้องแจ้งให้นางสาวดาวทราบเพื่อให้มีโอกาสโต้แย้งข้อเท็จจริงในพยานหลักฐานก่อนออกคําสั่งดังกล่าว

ประเด็นปัญหาประการต่อมา คือ การออกคําสั่งงดเลื่อนขั้นเงินเดือนนางสาวดาว เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงจากเครื่องบันทึกลงเวลาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตามที่โรงพยาบาลได้ประกาศกําหนดให้เจ้าหน้าที่เริ่มลงเวลาด้วยระบบดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550 เป็นต้นมานั้น พบว่าทั้งก่อนและในช่วงระยะเวลาการประเมินครั้งที่พิพาท นางสาวดาวมาทํางานสายหลายครั้งอีกทั้งในการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับเวลาการปฏิบัติงาน นางสาวดาวก็ได้เข้าร่วมประชุมและรับทราบทุกครั้ง นอกจากนี้ยังได้มีการรายงานพฤติกรรมและสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย จึงเชื่อได้ว่าในช่วงระยะเวลาการประเมินครั้งที่พิพาท นางสาวดาวมาทํางานสายรวม 61 ครั้ง จริง นางสาวดาวจึงไม่มีสิทธิได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งดังกล่าวการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดออกคําสั่งงดเลื่อนขั้นเงินเดือนนางสาวดาวจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่อ. 445/2558)

จากคดีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสําหรับข้าราชการทุกคนว่าการที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนนั้น นอกจากจะมีผลการประเมินการปฏิบัติราชการอยู่ในระดับที่กฎหมายกําหนดแล้ว ยังจะต้องมีคุณสมบัติอย่างอื่นด้วย เช่น จะต้องไม่มาทํางานสายเกินจํานวนครั้งที่กําหนด เป็นต้น และการที่กฎหมายกําหนดข้อประพฤติปฏิบัติให้ข้าราชการอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการนั้น เนื่องจากการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ กระทบต่อการพิจารณาความดีความชอบและอาจต้องถูกดําเนินการทางวินัยซึ่งกระทบต่อสถานะการดํารงตําแหน่งของข้าราชการแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบบริหารงานบุคคลในภาพรวมกระทบต่อประสิทธิภาพประสิทธิผลของงานราชการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ข้าราชการจึงต้องปฏิบัติราชการตามเวลาราชการอย่างเคร่งครัด และนอกจากนี้คดีนี้ยังเป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติราชการที่ดีสําหรับผู้บังคับบัญชาที่จะใช้เป็นแนวทางการใช้ดุลพินิจในการเลื่อนขั้นเงินเดือน ซึ่งจะต้องพิจารณาทั้งการประเมินผลการปฏิบัติงานผู้ใต้บังคับบัญชา และคุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของการบริหารงานบุคคลของระบบราชการ

ที่มา. หนังสือพิมพ์ส่องใต้ ฉบับเดือนมกราคม 2559 – ปักษ์หลัง
จัดทำโดยนางสาวสุนันทา ศรีเพ็ง พนักงานคดีปกครองชํานาญการ
กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง


แหล่งที่มา :

Tags
อ่านที่นี่!
ข้าราชการ
มาทำงานสายเกินกำหนด
หมดสิทธิ์เลื่อนเงินเดือน
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด)
loading...

Share With Google+
Share With Line

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

5 เทคนิคฝึกระเบียบลูกสไตล์ญี่ปุ่น

5 เทคนิคฝึกระเบียบลูกสไตล์ญี่ปุ่น ..(386)

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ ..(505)

แชร์ด่วน! โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี! กว่า 170 หลักสูตร  จากมหาลัยชั้นนำของประเทศ

แชร์ด่วน! โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี! กว่า 170 หลักสูตร จากมหาลัยชั้นน..(2528)

แชร์ด่วน! โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี! กว่า 170 หลักสูตร  จากมหาลัยชั้นนำของประเทศ

แชร์ด่วน! โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี! กว่า 170 หลักสูตร จากมหาลัยชั้นน..(24)

10 เทคนิคขั้นเทพสำหรับการพูดในที่สาธารณะ

10 เทคนิคขั้นเทพสำหรับการพูดในที่สาธารณะ..(3545)

12 คำพูดปลอบใจ ที่ใช่และเวิร์ค!

12 คำพูดปลอบใจ ที่ใช่และเวิร์ค!..(787)

แบบฝึกภาษาไทย ป.๑ (เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ) ไฟล์ word ครับ

แบบฝึกภาษาไทย ป.๑ (เขียนสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ) ไฟล์ word ครับ..(751)

4 วิธีช่วยให้ลูก เลิกเสพติดแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน

4 วิธีช่วยให้ลูก เลิกเสพติดแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน..(3271)

Tags
สอบครูผู้ช่วย
สอบบรรจุ
สอบบรรจุครู
สอบครู
ปฏิรูปการศึกษา
ครูผู้ช่วย
ครูคศ.1
ครูคศ.2
ครูคศ.3
ครูคศ.4
ครูคศ.5
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
ครูอัตราจ้าง
พนักงานราชการ
ข่าวการศึกษา
สอบข้าราชการ
สพฐ
สอศ
สกอ
สมศ
สทศ
กศน
สื่อการสอน
สื่อการเรียนรู้
คู่มือครู
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
การงานอาชีพฯ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษา
ประวัติศสาตร์
ปฐมวัย
อนุบาล
ศิลปะ
สุขศึกษาพลศึกษา
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์
เทคโนโลยีทางการสอน
นวัตกรรม
การเรียนการสอน
MBA
IELTS
chulatutor