sesli chat rent a car antalya antalya oto kiralama ehliyet sınav soruları
เปิด 4 ความเชื่อผิดๆ การเลี้ยงลูกของพ่อแม่
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

เปิด 4 ความเชื่อผิดๆ การเลี้ยงลูกของพ่อแม่

เปิด 4 ความเชื่อผิดๆ การเลี้ยงลูกของพ่อแม่

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-07-26 เปิดอ่านแล้ว : 1966 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

เปิด 4 ความเชื่อผิดๆ การเลี้ยงลูกของพ่อแม่

 เปิด 4 ความเชื่อผิดๆ การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ ขวางการพัฒนาไอคิว - อีคิว ของเด็ก จิตแพทย์เผยวิธีกระตุ้นไอคิว - อีคิว เด็กต่ำกว่า 5 ขวบ และเด็กโต ช่วยลูกมีไอคิว - อีคิว สูง ประสบความสำเร็จ ชีวิตมีความสุข

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในปัจจุบันลดลงจากเดิมเฉลี่ยวันละ 2,217 คน ในปี 2548 เหลือวันละ 1,861 คน ในปี 2558 จึงต้องเร่งสร้างศักยภาพให้เด็กไทยมีความฉลาดทั้งเชาวน์ปัญญา หรือ ไอคิว ความฉลาดทางอารมณ์ หรือ อีคิว ด้วย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้มนุษย์ประสบผลสำเร็จ มีชีวิตที่เป็นสุข โดยทั้ง 2 คิวสามารถกระตุ้นและพัฒนาให้ดีขึ้นจากการเลี้ยงดู ทั้งนี้ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กไทยยังมีไอคิวและอีคิวไม่เต็มศักยภาพ ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อผิดๆ ในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมอื่นๆ ยกตัวอย่าง

1. เชื่อว่า การรักลูก คือ การเลี้ยงดูให้ลูกสุขสบาย พ่อแม่ทําทุกอย่างแทนลูก

2. เชื่อว่า เด็กเล็กยังไม่จําเป็นต้องสอนอะไรมาก โตขึ้นเด็กจะเรียนรู้และคิดอะไรได้ด้วยตนเอง จึงมักปล่อยปละละเลยไม่จัดการอะไรเมื่อลูกทำสิ่งไม่ถูกต้อง

3. เชื่อว่า การให้ของทุกอย่างที่ลูกต้องการคือการแสดงว่าพ่อแม่รัก 

4. เชื่อว่า คนที่เก่งและประสบความสําเร็จในชีวิตคือคนที่เรียนดี จึงมุ่งให้ลูกเรียนอย่างเดียว ไม่ต้องรับผิดชอบงาน หรือกิจกรรมอื่นๆ เป็นต้น ความเชื่อเหล่านี้จะทำให้เด็กขาดโอกาสได้รับการพัฒนา ทำให้เด็กปรับตัวได้ยาก ไม่รู้จักการเป็นผู้ให้ เมื่อพบความผิดหวังในการเรียนหรือทำงาน จะไม่สามารถปรับตัวได้ โดยความรักที่ถูกต้องของพ่อแม่ คือ การเลี้ยงดูให้ลูกช่วยเหลือตนเอง และพึ่งพิงตนเองได้ จะทําให้เด็กเป็นอิสระมีความภาคภูมิใจตนเอง และเข้าใจคนอื่น เด็กที่ถูกเลี้ยงดูอย่างสุขสบาย จะขาดความอดทน ขาดความเข้าใจเห็นใจคนที่ยากลำบาก ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น

พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า การกระตุ้นไอคิวเด็กนั้น หากลูกอายุต่ำกว่า 5 ขวบ พ่อแม่ต้องใช้วิธีฝึกดังนี้ 1. ฝึกให้เด็กเป็นคนช่างสังเกต เช่น ฝึกให้จำแนกความเหมือนความต่างของสิ่งของต่างๆ การสังเกตจะช่วยดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเด็กออกมาให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจน จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการใช้แก้ปัญหาหรือการหาทางเลือกที่เหมาะสม 2. ฝึกให้เด็กถ่ายทอดจินตนาการความรู้สึกนึกคิดออกมา ให้เด็กเกิดทักษะการใช้ภาษาสื่อสารที่ถูกต้อง 3. ฝึกให้เด็กคิดเชื่อมโยงเหตุผลความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ หรือสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว 4. ฝึกการทำงานประสานกันของประสาทสัมผัสระหว่างมือและตา ซึ่งมีความสำคัญในการแสดงความสามารถทางสติปัญญาในการเรียนรู้ การคิด และการใช้เหตุผลแก้ปัญหา ส่วนการพัฒนาอีคิว มีดังนี้ 1. ต้องฝึกให้เด็กรู้จักอารมณ์ตัวเองและการควบคุมอารมณ์ เพื่อให้เด็กรู้เท่าทันและไม่เก็บกดอารมณ์ความรู้สึกไว้ จะช่วยให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีเมื่อโตขึ้น รวมทั้งฝึกการควบคุมการเอาชนะความอยาก เช่น อดใจไม่รับประทานอาหารที่ทําให้เสียสุขภาพ 2. ฝึกให้เรียนรู้ระเบียบวินัยง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ให้รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด การยอมรับผิด พ่อแม่ควรพูดคุยเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในชีวิตประจําวันกับเด็กทุกวัน อาจนำสุภาษิตคําพังเพยในอดีตมาใช้ก็ได้ เด็กจะค่อยๆซึมซับคำสอนเหล่านั้น และ 3. ฝึกให้เด็กได้เล่นตามวัยไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเล่นกับเพื่อน เด็กจะสนุกสนาน มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส ซึ่งจะเป็นพื้นฐานทางอารมณ์ดี       

พญ.มธุรดา กล่าวว่า สำหรับการฝึกทั้งไอคิวและอีคิวในเด็กโตจนถึงวัยรุ่น ขอให้พ่อแม่ใช้หลัก 4 ฉลาด คือ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ฉลาดใจ และ ฉลาดสัมพันธ์ โดยฉลาดคิด ฝึกให้เด็กรู้จักการคิดหลากหลายวิธีและเห็นผลที่ตามมา ฉลาดทำ พ่อแม่ต้องมอบหมายงานให้เด็กรับผิดชอบ เช่น ทำงานบ้าน เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักการวางแผนทำงานให้สำเร็จ ซึ่งเป็นการสร้างความขยัน พากเพียร มีวินัยควบคุมตนเองและเรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ฉลาดใจ โดยการโอบกอดลูก เด็กจะมีพลังใจ เข้าใจและรู้วิธีดูแลอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง มีคุณธรรมมองโลกในแง่ดี ส่วนฉลาดสัมพันธ์ โดยผ่านกระบวนการเล่น ทั้งเล่นกับเพื่อนหรือพ่อแม่เล่นกับลูก เพื่อให้เด็กรู้กติกา ได้รับความสนุกสนาน จิตใจร่าเริงแจ่มใส เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี แบ่งปันช่วยเหลือ เข้าใจและรู้วิธีดูแลอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น ทั้งนี้ขอให้พ่อแม่ทุกคนพึงตระหนักว่า“ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น” นั่นคือ พ่อแม่คือบุคคลสําคัญที่ลูกจะลอกเลียนแบบ ทั้งการพูดการกระทําของพ่อแม่ จะเป็นตัวถ่ายทอดความคิดและค่านิยมแทบทุกเรื่องลงสู่ลูกโดยไม่รู้ตัว 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ และ สสส.

แหล่งที่มา :

Tags
เปิด
4
ความเชื่อผิดๆ
การเลี้ยงลูกของพ่อแม่
loading...

Share With Google+
Share With Line

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

ดาวน์โหลดด่วนที่นี่!! วิจัยในชั้นเรียน 113 เรื่อง อนุบาล1 - ป.6 (ไฟล์ word แก้ไขได้)

ดาวน์โหลดด่วนที่นี่!! วิจัยในชั้นเรียน 113 เรื่อง อนุบาล1 - ป.6 (ไฟล์ word แก้ไขได้) ..(975)

10 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาชีพครู

10 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาชีพครู..(9199)

 เช็คด่วน! 25 คำพูดทำร้ายลูก คุณเคยเผลอใช้รึเปล่า?

เช็คด่วน! 25 คำพูดทำร้ายลูก คุณเคยเผลอใช้รึเปล่า?..(1454)

อ่านที่นี่! พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ เริ่มใช้พรุ่งนี้ (23 ส.ค. 2560)

อ่านที่นี่! พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ เริ่มใช้พรุ่งนี้ (23 ส.ค. 2560)..(18602)

แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เสียงแรก โฟนิคส์ คำศัพท์

แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เสียงแรก โฟนิคส์ คำศัพท์ ..(2293)

8 วิธี สร้างบรรยากาศ ให้ลูกฉลาด

8 วิธี สร้างบรรยากาศ ให้ลูกฉลาด ..(4383)

7 เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก

7 เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก ..(1068)

32 วิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ

32 วิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ ..(4531)

Tags
สอบครูผู้ช่วย
สอบบรรจุ
สอบบรรจุครู
สอบครู
ปฏิรูปการศึกษา
ครูผู้ช่วย
ครูคศ.1
ครูคศ.2
ครูคศ.3
ครูคศ.4
ครูคศ.5
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
ครูอัตราจ้าง
พนักงานราชการ
ข่าวการศึกษา
สอบข้าราชการ
สพฐ
สอศ
สกอ
สมศ
สทศ
กศน
สื่อการสอน
สื่อการเรียนรู้
คู่มือครู
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
การงานอาชีพฯ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษา
ประวัติศสาตร์
ปฐมวัย
อนุบาล
ศิลปะ
สุขศึกษาพลศึกษา
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์
เทคโนโลยีทางการสอน
นวัตกรรม
การเรียนการสอน
MBA
IELTS
chulatutor