sesli chat rent a car antalya antalya oto kiralama ehliyet sınav soruları
“คูปองครู” เพื่อครูหรือเพื่อใคร?
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

“คูปองครู” เพื่อครูหรือเพื่อใคร?

“คูปองครู” เพื่อครูหรือเพื่อใคร?

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-08-02 เปิดอ่านแล้ว : 9289 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

“คูปองครู” เพื่อครูหรือเพื่อใคร?

“คูปองครู” เพื่อครูหรือเพื่อใคร ?... โดย ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.)

         "คูปองครู" เป็นอีกหนึ่งนโยบายของ "หมอธี - นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีทั้งปัญหาและเสียงวิจารณ์อย่างมากมาย โดยมีที่มาจากความต้องการในการ"แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา" ไม่ว่าจะเป็นผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-Net)หรือการทดสอบระดับนานาชาติPISAซึ่งมีคะแนนตกต่ำ


          รวมถึงการประเมินเข้าสู่"วิทยฐานะ" แบบเดิมที่ครูต้องทำ"ผลงานวิชาการ" ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุให้ "ครูละทิ้งห้องเรียน"เป็นสาเหตุให้ผลการสอบดังกล่าวของผู้เรียนตกต่ำ จึงเป็นที่มาของโครงการ"คูปองครู"โดยการจัดสรรเงินให้ครูคนละ 10,000 บาท/คน/ปี เพื่อใช้ในการอบรมเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งการอบรมดังกล่าวนำไปผูกกับการประเมินเข้าสู่วิทยฐานะ


         โดยครูต้องผ่านการอบรม 50 ชั่วโมง/ปี 250 ชั่วโมง/ 5ปี และมีชั่วโมงสอน 800 ชั่วโมง/ปี ต่อการเลื่อนวิทยฐานะหนึ่งระดับ


         แนวคิดนโยบายคูปองครู หากมองผิวเผินเหมือนเป็นการ"กระจายอำนาจ" ไปสู่ครูโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติที่นำเอาไปผูกกับ"วิทยฐานะ" ก็เหมือนบังคับครูทุกคน ให้ต้องอบรมภายใต้เงื่อนไขและเวลาที่กำหนด เพื่อการได้เลื่อนวิทยฐานะหาใช่เพื่อนำความรู้ไปแก้ปัญหาผู้เรียนโดยตรง


          ความรู้ที่ครูได้จากการอบรม อาจไม่สอดคล้องกับความจำเป็นในการนำไป "พัฒนาผู้เรียน"ครูอาจต้องรีบอบรมไว้ก่อน ทั้งที่ควรเริ่มจาก "มีปัญหาอะไรในการเรียนการสอน" จะแก้ได้ต้องใช้ความรู้อะไร ตัวเองหรือบุคลากรในโรงเรียนมีองค์ความรู้เหล่านั้นเพียงพอ หรือไม่ ถ้ามีก็ใช้ในโรงเรียน ถ้าไม่มีจึงค่อยอบรมจากหน่วยงานภายนอก


          ด้านการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ "โครงการคูปองครู" มีหลักสูตรมากมายจนไม่สามารถระบุได้ว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับการนำไปใช้เพื่ออะไร ที่สำคัญจะรู้ได้อย่างไรว่าหลักสูตรใด "ได้มาตรฐาน"หรือ"ไม่ได้มาตรฐาน"เพราะการเปิดให้"ทุกหน่วยงาน"ทั้ง"สถาบันการศึกษา" "บริษัทเอกชน" จนถึง"บุคคล"สามารถ"เสนอหลักสูตร"ให้"สถาบันคุรุพัฒนา"เป็น "ผู้อนุมัติหลักสูตร" ภายใต้เวลาที่จำกัด ทั้งคนจัดทำหลักสูตร และคนอนุมัติหลักสูตร ต่างก็เร่งรีบ!! 


          เหนืออื่นใด ยังมีปัญหาการกำหนดค่าลงทะเบียนแต่ละหลักสูตร ว่า"เหมาะสม"หรือไม่ เช่น อบรม MS-Word ค่าลงทะเบียน 10,000 บาท บางหลักสูตรจำเป็นสำหรับการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่ เช่น กอล์ฟ รวมไปถึงระยะเวลาที่ใช้ในการอบรม และวิทยากรเหมาะสมหรือไม่ และการให้ไปอบรมที่ไหนก็ได้ อาจสิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักไปโดยเปล่าประโยชน์


          การที่มีครูจำนวนมากถึง 400,000 คน แต่ระบบโปรแกรมการลงทะเบียนกลับไม่ได้มีการทดสอบให้มีความเสถียรก่อนที่จะนำมาใช้จริง ก่อให้เกิดปัญหามากมายในการลงทะเบียน "ทั้งเข้าระบบไม่ได้" "แก้ไขข้อมูลไม่ได้" ฯลฯ


          ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวลือ"เรื่องเงินทอน" จ่าย 10,000 บาท คืน 2,000 บาท หลักสูตร 4 วัน อบรมเพียง 2 วัน หลายหลักสูตรไม่ได้ทำตามข้อกำหนดที่ให้จัดอบรมเฉพาะวันหยุด บางหลักสูตรรับผู้เข้าอบรมจำนวนมากเป็นร้อยคน จะควบคุมคุณภาพได้อย่างไร


          การจัดสรรเงินให้ครูทุกคน คนละ 10,000 บาท/ปี เพื่อการอบรมนั้น หากมองผิวเผินก็น่าจะดีเป็นการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม แต่ครูบางคนที่กำลังจะเกษียณอายุอีกไม่กี่เดือนอาจไม่จำเป็นต้องอบรม


          รวมทั้งหากขาดการบริหารจัดการที่ดี ผลที่อาจไม่คุ้มกับงบประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท/ปีที่ใช้ไป โดยเฉพาะการเอาไปผูกติดกับ"วิทยฐานะ" ครูบางคนอาจอบรมเพื่อวิทยฐานะเท่านั้น สุดท้ายหากคะแนน O-Net, PISA ของนักเรียนไม่ดีขึ้นใครจะรับผิดชอบ


          ทำไมไม่ลองใช้วิธีการ"กระจายเงิน" "กระจายอำนาจ" และ “ความรับผิดชอบ” ไปยังสถานศึกษา แทนการกำหนดนโยบายไปจากส่วนกลาง ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่สามารถแก้ปัญหา"คุณภาพการศึกษา"ได้อยู่แล้ว!! 


ขอบคุณที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แหล่งที่มา :

Tags
“คูปองครู”
เพื่อครูหรือเพื่อใคร?
loading...

Share With Google+
Share With Line

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

โหลดไปอ่านด่วน! ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 บังคับใช้ 24 สิงหาคม 2560

โหลดไปอ่านด่วน! ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 บังค..(1706)

ครูให้คะแนนพอใจคูปอง4.19 หลักสูตร’สื่อเด็กปฐมวัย’แต้มสูงสุด4.95 ‘ขโมยความสำเร็จจากอนาคต’แต้มต่ำสุด2.32

ครูให้คะแนนพอใจคูปอง4.19 หลักสูตร’สื่อเด็กปฐมวัย’แต้มสูงสุด4.95 ‘ขโมยความสำเร็จจากอนาคต’แต้มต่ำสุด2...(917)

สถานี ก.ค.ศ. การประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักเกณฑ์ ว21/2560

สถานี ก.ค.ศ. การประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักเกณฑ์ ว21/2560 ..(1867)

พระเทพฯทรงให้กำลังใจครูโรงเรียนผลโอเน็ตต่ำ

พระเทพฯทรงให้กำลังใจครูโรงเรียนผลโอเน็ตต่ำ..(10639)

ข่าวดี! รมว.ศธ.สั่งสพฐ.เคลียร์หนี้ค่าน้ำ-ไฟโรงเรียน

ข่าวดี! รมว.ศธ.สั่งสพฐ.เคลียร์หนี้ค่าน้ำ-ไฟโรงเรียน..(617)

สมศ.ประเมินรอบ4มี 5ระดับคุณภาพ

สมศ.ประเมินรอบ4มี 5ระดับคุณภาพ..(1385)

เล็งให้อำนาจอกศจ.โยกย้ายข้าราชการในจังหวัด

เล็งให้อำนาจอกศจ.โยกย้ายข้าราชการในจังหวัด..(422)

สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก หากต้อนรับใหญ่โต กลับทันที

สมศ.ย้ำชัดไม่ประเมินโรงเรียนจัดฉาก หากต้อนรับใหญ่โต กลับทันที..(24560)

Tags
สอบครูผู้ช่วย
สอบบรรจุ
สอบบรรจุครู
สอบครู
ปฏิรูปการศึกษา
ครูผู้ช่วย
ครูคศ.1
ครูคศ.2
ครูคศ.3
ครูคศ.4
ครูคศ.5
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
ครูอัตราจ้าง
พนักงานราชการ
ข่าวการศึกษา
สอบข้าราชการ
สพฐ
สอศ
สกอ
สมศ
สทศ
กศน
สื่อการสอน
สื่อการเรียนรู้
คู่มือครู
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
การงานอาชีพฯ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษา
ประวัติศสาตร์
ปฐมวัย
อนุบาล
ศิลปะ
สุขศึกษาพลศึกษา
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์
เทคโนโลยีทางการสอน
นวัตกรรม
การเรียนการสอน
MBA
IELTS
chulatutor