แชร์ไปอ่าน! สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

แชร์ไปอ่าน! สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

แชร์ไปอ่าน! สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-08-06 เปิดอ่านแล้ว : 23736 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

แชร์ไปอ่าน! สรุปสาระสำคัญ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ. ศ. 2560  


1)  วันที่บังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป  ประกาศใช้เมื่อ  24 กุมภาพันธ์ 2560 มีผลบังคับใช้วันที่ 23 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป


2) การยกเลิกให้ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุในกฎหมายระเบียบข้อบังคับประกาศข้อบัญญัติและข้อกำหนดใดๆของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้


3) พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับกับ ราชการส่วนกลางราชการส่วนภูมิภาคราชการส่วนท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณองค์การมหาชนองค์กรอิสระองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาลมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหน่วยงานสังกัดรัฐสภา หรือในกำกับของรัฐสภาหน่วยงานอิสระของรัฐและหน่วยงานอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง


4) ผู้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอำนาจออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  


5) ข้อยกเว้นไม่ต้องใช้ระเบียบของกระทรวงการคลัง เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเกิดความยืดหยุ่นและมีความคล่องตัวทางหน่วยงานของรัฐนั้นประสงค์จะจัดให้มีระเบียบข้อบังคับหรือข้อบัญญัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุขึ้นใช้เองทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ให้กระทำได้โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุตามแนวทางของพระราชบัญญัตินี้ ระเบียบข้อบังคับหรือข้อบัญญัติดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  


6) หลักการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐและต้องสอดคล้องกับหลักการดังต่อไปนี้

            1. คุ้มค่า

2. โปร่งใส

3. มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

4. ตรวจสอบได้  


7) การมีส่วนร่วมของประชาชน ข้อตกลงคุณธรรมตามโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้หน่วยงานของรัฐจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการตั้งแต่การจัดทำร่าง TOR จนถึงสิ้นสุดโครงการ รวมทั้งให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ผู้เสนอราคาและผู้สังเกตการจัดทำบันทึกข้อตกลงคุณธรรมตามข้อกำหนดของคณะกรรมการคปท. 


8) คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติ มี 5 คณะประกอบด้วย

1. คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีอำนาจกำหนดนโยบายกฎระเบียบ (อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง)  

2. คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหา ข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพรบกฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามความในพรบนี้ (ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง )

3. คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการมีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง

4. คณะกรรมการความร่วมมือปกป้องกันทุจริตมีอำนาจในการกำหนดแนวทางการทำข้อตกลงคุณธรรม

5. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียนมีอำนาจในการพิจารณาข้อร้องเรียนพิจารณาอุทธรณ์ (ผู้แทนกรม ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง)  

9) เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุกรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในการจัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐให้เจ้าหน้าที่ซึ่งผ่านการฝึกอบรมและได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุมีสิทธิได้รับเงินเพิ่มหรือเงินอื่นทำนองเดียวกัน

10) การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่จะเข้าเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐต้องขึ้นทะเบียนกับกรมบัญชีกลาง  


11) วิธีจัดซื้อจัดจ้างการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุอาจกระทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

1. วิธีประกาศเชิญชวน

2. วิธีคัดเลือก

3. วิธีเฉพาะเจาะจง

การจัดซื้อจัดจ้างให้ใช้วิธีประกาศเชิญชวนก่อนเว้นแต่

-ประกาศแล้วไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ  

- เป็นพัสดุที่มีคุณลักษณะเป็นพิเศษหรือซับซ้อน

- จำเป็นเร่งด่วน

-มีข้อจำกัดด้านเทคนิคต้องระบุยี่ห้อ  

-ต้องซื้อจากต่างประเทศ

-พัสดุลับ

-งานจ้างซ่อม  

-กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การจัดซื้อจัดจ้างให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ดังนี้

-ใช้วิธีประกาศเชิญชวนและวิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีผู้ได้รับการคัดเลือก  

- จัดซื้อจัดจ้างในวงเงินที่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดในกฎกระทรวง  

- มีคุณสมบัติโดยตรงรายเดียว

- ฉุกเฉินอุบัติเหตุภัยธรรมชาติ  

-จัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่อง  

-เป็นพัสดุที่ขายทอดตลาด  

-ซื้อที่ดินสิ่งปลูกสร้างเฉพาะแห่ง  

-กรณีอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง


12) ค่าตอบแทนผู้รับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้าง ในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุแต่ละครั้งให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้างนั้นซึ่งจะกระทำโดยคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างหรือเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งก็ได้ค่าตอบแทนผู้รับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด  

13) หลักการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอหลักการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอตามวิธีประกาศเชิญชวนด้วยวิธีการคัดเลือกต้องคำนึงถึงราคาบวกเกณฑ์ดังนี้  

1. ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน

2. มาตรฐานสินค้าหรือบริการ

3. บริการหลังการขาย

4. เป็นพัสดุที่รัฐต้องการสนับสนุนตามกฎกระทรวง

5. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ  

6. ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น

7. เกณฑ์อื่นตามกฎกระทรวง  


14) งานจ้างที่ปรึกษา มีทั้งหมด 3 วิธี เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง  

1 วิธีการประกาศเชิญชวน  

2 วิธีคัดเลือก  

3 วิธีเฉพาะเจาะจง  

15) การจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างผู้รับจ้างออกแบบและควบคุมงานสามารถเป็นรายเดียวกันได้ มีทั้งหมด 4 วิธี  

1  วิธีประกาศเชิญชวน

2 วิธีคัดเลือก  

3 วิธีเฉพาะเจาะจง  

4 วิธีประกวดแบบ  

16) การทำสัญญา ต้องทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดเว้นแต่

  • - เห็นว่าข้อสัญญาอาจเสียเปรียบต้องการแก้ไขต้องส่งอัยการเห็นชอบ

  • - เท่านี้ไม่อาจไม่อาจทำสัญญาตามแบบที่กำหนดจำเป็นต้องร่างใหม่ต้องส่งอัยการเห็นชอบ

  • - กรณีทำสัญญาภาษาอังกฤษให้ทำสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทยด้วยตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการนโยบายกำหนด  

  • - กรณีไม่ทำสัญญาตามแบบต้องส่งอัยการพิจารณาภายหลังพระอัยการเห็นชอบถือว่าสมบูรณ์แต่หากไม่เห็นชอบต้องให้แก้ไขข้อสัญญาทำความเห็นอัยการทั้งนี้สัญญาที่มีการแก้ไขหาคู่สัญญาไม่ยอมลงนามให้ถือว่าเป็นโมฆะซึ่งผลที่ตกเป็นโมฆะนั้นหากมีความเสียหายจะต้องมีผู้รับผิดชอบทางแพ่ง

  • - สามารถทำเป็นข้อตกลงแทนการทำสัญญาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา 9

  • - เมื่อลงนามในสัญญาแล้วจะแก้ไขไม่ได้เป็นแฟนผู้มีอำนาจอนุมัติให้แก้ไขได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา 97

  • - ต้องประกาศเผยแพร่สำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงที่ลงนามแล้วในระบบของกรมบัญชีกลางตามวิธีการนิคมบัญชีกลางกำหนด



  • 17) การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุกำหนดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุรับผิดชอบบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุมีคณะกรรมการทำหน้าที่ทั้งซื้อจ้างจ้างที่ปรึกษาจ้างออกแบบและควบคุมงาน

    18) การงดลดค่าปรับหรือการขยายระยะเวลามี 4 กรณีดังนี้

    1. เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ

    2. เหตุสุดวิสัยสามเหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    19) การบอกเลิกสัญญามี 4 กรณีดังนี้

    1 เหตุตามที่กฎหมายกำหนด

    2 เหตุอันเชื่อได้ว่าคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้

    3 เหตุผลตามที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ. นี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง

    4 อื่นๆตามระเบียบที่รมว. กำหนด  

    20) การทิ้งงานมี 6 กรณีดังนี้

    1 ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนด

    2 คู่สัญญาหรือผู้รับจ้างช่วงไม่ปฏิบัติตามสัญญา

    3 ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญากระทำการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือไม่สุจริต

    4 ผลการปฏิบัติงานหรือการให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างมีข้อบกพร่องผิดพลาดหรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

    5 ผู้ให้บริการงานสร้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างมีส่วน ได้เสียกับผู้ประกอบการก่อสร้างในงานเดียวกัน

    6. กระทำอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง


    21) การอุทธรณ์ผู้ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอเพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับหน่วยงานของรัฐมีสิทธิ์อุทธรณ์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุในกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดเป็นเหตุให้ตนไม่ได้รับการประกาศผลเป็นผู้ชนะหรือไม่ได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญา

    22) บทกำหนดโทษผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง10ปีหรือปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับผู้ใดเป็นผู้ใช้ผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดผู้นั้นต้องระวางโทษเท่ากับผู้กระทำความผิด

    ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่!


    ดาวน์โหลดไฟล์พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ. ๒๕๖๐ที่นี่!


    ที่มา : โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง


    **เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

    อ่านด่วนเลย! 9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูก มีพรสวรรค์ เป็นความฉลาดติดตัว

    อ่านด่วนเลย! 9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูก มีพรสวรรค์ เป็นความฉลาดติดตัว ..(3613)

    รู้หรือไม่? เล่นทายปัญหากับลูกช่วยเสริมพัฒนาการสมอง

    รู้หรือไม่? เล่นทายปัญหากับลูกช่วยเสริมพัฒนาการสมอง..(422)

    กลวิธีสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้

    กลวิธีสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้..(2967)

    สอนคณิตศาสตร์เด็กอ่อนให้เก่ง ด้วยวิธีการง่ายๆ

    สอนคณิตศาสตร์เด็กอ่อนให้เก่ง ด้วยวิธีการง่ายๆ..(6649)

    เอกสาร “ทำความเข้าใจหลักสูตร 51 (ฉบับปรับปรุง 2560)”

    เอกสาร “ทำความเข้าใจหลักสูตร 51 (ฉบับปรับปรุง 2560)” ..(12246)

    ขจัดปัญหาอ่านไม่ออกด้วย นวัตกรรมใหม่

    ขจัดปัญหาอ่านไม่ออกด้วย นวัตกรรมใหม่ "บันไดนักอ่าน" ..(6713)

    ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ

    ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ "โทษถึงตาย"..(5794)

    PLC คืออะไร? สำคัญอย่างไร?”

    PLC คืออะไร? สำคัญอย่างไร?” ..(8960)

    
    Tags
    แชร์ไปอ่าน!
    สรุปสาระสำคัญ
    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    พ.ศ.
    2560
    MBA
    IELTS
    chulatutor