sesli chat rent a car antalya antalya oto kiralama ehliyet sınav soruları
บันได 6 ขั้น แก้ปัญหา"เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้" นวัตกรรมใหม่ที่ได้ผล
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

บันได 6 ขั้น แก้ปัญหา

บันได 6 ขั้น แก้ปัญหา"เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้" นวัตกรรมใหม่ที่ได้ผล

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-08-12 เปิดอ่านแล้ว : 31625 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

บันได 6 ขั้น แก้ปัญหา"เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้" นวัตกรรมใหม่ที่ได้ผล

         จากสถานการณ์การศึกษาของชาติ ที่ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เผยผลสำรวจพบว่า เด็กไทยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ สพฐ. ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบแจกลูกสะกดคำและส่งเสริมแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการพัฒนาสมอง (Brain Based Lerning : BBL) เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ทางโครงการภาคีพูนพลังครู ดำเนินงานโดยองค์กรภาคีเครือข่ายดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาครู จำนวน 23 ภาคี ได้รวมครูในเครือข่ายต่างๆ มาร่วมแบ่งปันความรู้และทักษะ และร่วมเรียนรู้ ในเวทีพูนพลังครูครั้งที่ 1 ครูผู้สร้างคุณลักษณะนิสัยที่ดี ทำให้พบว่ามีครูหลายๆ ท่าน มี HOW TO ในการเรียนการสอนแบบใหม่ๆ ที่ได้ผล หนึ่งในนั้นคือ "ครูศิริลักษณ์ ชมพูคำ" จากโรงเรียนบ้านหินลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ภายใต้ศูนย์พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มี HOW TO การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ทั้งโรงเรียนด้วยจิตอาสา ด้วยบันได 6 ขั้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการสนับสนุนของ สพฐ.ในขณะนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เพื่อนครูทั่วประเทศได้ร่วมเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับนักเรียนของตนเอง มูลนิธิสยามกัมมาจล ขอนำเสนอเรื่องราวของครูท่านนี้สู่สาธารณชน
          ครูศิริลักษณ์ ชมพูคำ หรือ แม่ตุ้ม ของเด็กๆ ที่มีความเชื่อมั่นว่า "ทักษะการอ่านเขียนคือพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ด้านอื่นๆ เป็นเครื่องมือที่จะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองและป้องกันไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางหลุดไปสู่หลุมดำของสังคม" และกว่า 20 ปีของการเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษา ระดับ ป.4-ป.5 ครูศิริลักษณ์สังเกตเห็นว่า ในแต่ละห้องจะมีนักเรียนที่มีปัญหาในการอ่านเขียนเกินครึ่ง และในจำนวนนั้นเป็นเด็กพิเศษที่เรียกว่า LD รวมอยู่ด้วย ครูศิริลักษณ์มองเห็นปัญหาและไม่ได้นิ่งนอนใจ เริ่มแก้ปัญหาด้วยการสอนเพิ่มเติม ให้กลุ่มที่มีปัญหาการอ่านเขียน ทั้งในห้องเรียนและนอกเวลา แต่ครูพบว่าการมาฝึกฝนเด็กในช่วงประถมปลายทำให้เด็กสูญเสียโอกาสที่จะเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มเรียนและการสอนที่ไม่ต่อเนื่องเด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาก
          เมื่อครูตุ้มเห็นว่าการอ่านไม่ออกเขียนสะกดคำไม่ได้ เป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนต้องแก้ให้เร็วที่สุด ครูจึงออกแบบเครื่องมือใช้ทำกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงกับปัญหา เพื่อแก้ปัญหานี้ ครูศิริลักษณ์คิดค้นวิธีด้วยการใช้บันได 6 ขั้นสร้างการเรียนรู้ร่วมกับการชักชวนนักเรียนที่มีทักษะด้านภาษาไทยค่อนข้างดี
          มาเป็นจิตอาสา เพื่อให้มาช่วยสอนน้องๆ ตั้งแต่ ป.2 และเพื่อนๆ ในชั้นเดียวกัน ก่อนจะมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ครูตุ้มจะเริ่มอบรมและฝึกทักษะการเป็นพี่เลี้ยงให้นักเรียนจิตอาสาเหล่านี้ก่อน ทั้งวิธีการสอนด้านการอ่านเขียน และการสร้างลักษณะนิสัยการเป็นผู้ให้กับนักเรียนกลุ่มที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนผู้สอนและนักเรียนพิเศษมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและให้จับคู่เป็นบัดดี้คอยช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง กระตุ้นให้เด็กพิเศษเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น ผลพลอยได้เด็กอาสาก็จะเก่งขึ้นและมีจิตใจที่อ่อนโยนขึ้นด้วย
          ครูตุ้มเล่าต่อว่า การออกแบบกระบวนการ 6 ขั้น พัฒนาให้อ่านออกเขียนได้ มีจุดเด่นคือในแต่ละขั้นจะซอยย่อยเนื้อหาออกเป็นขั้นเริ่มจากง่ายไปหายากและซับซ้อนยิ่งขึ้น ทำให้ครูกำหนดเป้าหมายการพัฒนานักเรียนตามขั้นตอนทีละขั้นโดยไม่ข้ามขั้น เห็นความสำเร็จง่ายนักเรียนจะเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนเมื่อประสพผลสำเร็จ นักเรียน
          จะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมีความมั่นใจว่าตัวเองก็สามารถเรียนรู้ได้ ครูสามารถวัดประเมินผลความก้าวหน้าของนักเรียนในแต่ละขั้นอย่างชัดเจน และนักเรียนก็มีแรงบันดาลใจในการเรียนขั้นต่อไปด้วยความกระตือรือร้น มีความสุขมีความคาดหวังได้อย่างมั่นใจว่าตนเองจะต้องทำได้โดยไม่รู้สึกว่ายากเกินไป บันได 6 ขั้น มีดังนี้
ขั้นที่ 1 ฝึกอ่านทุกวันในช่วงพักกลางวันเพื่อความต่อเนื่อง โดยใช้หนังสือเรียน นิทาน คำ อักษรไทย

ขั้นที่ 2 ฝึกการอ่านควบคู่กับการเขียน โดยใช้อักษรไทย คำ ประโยค นิทาน

ขั้นที่ 3 การฝึกคัดลายมือ นอกจากทำให้ลายมือสวยงามแล้วยังเป็นการช่วยในการจดจำรูปคำต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย

ขั้นที่ 4 การวาดรูปประกอบคำ ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสนุกไปกับงาน โดยมีการจำแนกคำออกมาเพื่อให้นักเรียนเข้าใจการผสมคำมากขึ้น

ขั้นที่ 5 การนำคำมาแต่งเป็นประโยคสื่อสารรูปหรือเหตุการณ์จริง เช่น ใคร+ทำอะไร, ใคร+ทำอะไร+กับใคร

ขั้นที่ 6 การเขียนคำตามภาพวาดโดยให้นักเรียนมีอิสระตามความคิดของนักเรียนเอง โดยกระบวนการ 6 ขั้นนี้ เด็กๆ จะต้องผ่านไปทีละขั้นโดยมีนักเรียนอาสาและครูตุ้มคอยช่วยกัน และเมื่อครบ 6 ขั้นแล้ว ก็เริ่มสอนขั้นที่ 1-6 ใหม่ขยับจากยากขึ้นมาทีละน้อยๆ ทำอย่างนี้ทำให้เห็นผลงานที่ออกมามองเห็นเด็กมีความภูมิใจในตัวเองเพราะการอ่านออกเขียนได้
          ตัวอย่าง เด็กชายศิรินันท์ แสงห้าว หรือน้องเดียว เป็นนักเรียนพิเศษที่ครูรับเข้ามาดูแลตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เป็นคนเฉื่อยชาการรับรู้ช้า เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมทำให้ผลการอ่านการเขียนเริ่มพัฒนาดีขึ้นเมื่อน้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 น้องเดียวสามารถอ่านหนังสือในบทเรียนได้ การเขียนลายมือสวย สะอาด การเขียนอิสระใช้ภาษาสละสลวยมากขึ้น เรื่องราวไม่วกวน

          สื่อความหมายได้ชัดเจน ใช้ภาษาถูกต้อง และพี่จิตอาสาคือเด็กหญิงช่อผกา ทินน้อย ที่ดูแลน้องเป็นอย่างดี
          ส่วนผู้ปกครอง นางจันทร์ ขาลเกตุ ผู้ปกครองเด็กหญิงกฤตยา ขาลเกตุ ได้เห็นพัฒนาการของลูกอย่างชัดเจน ร่วมสะท้อนการสอนของครูว่า ลูกเข้าเรียนชั้นอนุบาล 1 ที่โรงเรียนบ้านหินลาด ซึ่งปกติน้องฝันจะเป็นคนที่สมองช้า เอาแต่ใจตัวเอง ขี้หงุดหงิด ขี้โมโหง่าย ติดอ่างพูดช้า มีปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เพื่อนที่โรงเรียนจะไม่ชอบน้องฝันแต่ทางบ้านก็พยายามแก้ไขสอนให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็ไม่ดีขึ้นจนมาระยะหลังเห็นความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น หลังน้องฝันไปเรียนพิเศษกับคุณครูตุ้มช่วงพักเที่ยงทุกวัน ทำให้น้องอ่านออกเขียนได้ และสามารถเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ของน้องฝันได้ ดิฉันดีใจมากที่ลูกมีผลการเรียนที่ดีขึ้น เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความรับผิดชอบมากขึ้น และตอนนี้น้องฝันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สามารถอ่านหนังสือในชั้นเรียนได้แล้ว เขียนหนังสือลายมือสวย สะอาด ต้องขอบคุณคุณครูศิริลักษณ์ ชมพูคำ ที่เอาใจใส่ดูแลจนน้องฝันดีขึ้น และตอนนี้น้องฝันบอกว่าน้องจะช่วยดูแลนักเรียนพิเศษรุ่นน้องเพื่อช่วยคุณครู จะทำให้น้องอ่านออกเขียนได้เหมือนคุณครูดูแลน้องฝันค่ะ
          ครูตุ้มปิดท้ายว่า กระบวนการ 6 ขั้นนี้นอกจากจะทำให้เด็กนักเรียนอ่านออก เขียนได้ อย่างได้ผลแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้ฝึกตัวเองในเรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความขยัน ความภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง กว่าจะจบประถมศึกษาปีที่ 6 เชื่อว่านักเรียนจะมีความสมบูรณ์ทั้งทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ติดตัวแบบถาวร

          ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง และ กระทรวงศึกษาธิการ

แหล่งที่มา :

Tags
บันได
6
ขั้น
แก้ปัญหา"เด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้"
นวัตกรรมใหม่ที่ได้ผล
loading...

Share With Google+
Share With Line

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

ดาวน์โหลดด่วนที่นี่!! วิจัยในชั้นเรียน 113 เรื่อง อนุบาล1 - ป.6 (ไฟล์ word แก้ไขได้)

ดาวน์โหลดด่วนที่นี่!! วิจัยในชั้นเรียน 113 เรื่อง อนุบาล1 - ป.6 (ไฟล์ word แก้ไขได้) ..(972)

10 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาชีพครู

10 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาชีพครู..(9179)

 เช็คด่วน! 25 คำพูดทำร้ายลูก คุณเคยเผลอใช้รึเปล่า?

เช็คด่วน! 25 คำพูดทำร้ายลูก คุณเคยเผลอใช้รึเปล่า?..(1451)

อ่านที่นี่! พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ เริ่มใช้พรุ่งนี้ (23 ส.ค. 2560)

อ่านที่นี่! พรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ เริ่มใช้พรุ่งนี้ (23 ส.ค. 2560)..(18573)

แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เสียงแรก โฟนิคส์ คำศัพท์

แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ เสียงแรก โฟนิคส์ คำศัพท์ ..(2293)

8 วิธี สร้างบรรยากาศ ให้ลูกฉลาด

8 วิธี สร้างบรรยากาศ ให้ลูกฉลาด ..(4382)

7 เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก

7 เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก ..(1068)

32 วิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ

32 วิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ ..(4529)

Tags
สอบครูผู้ช่วย
สอบบรรจุ
สอบบรรจุครู
สอบครู
ปฏิรูปการศึกษา
ครูผู้ช่วย
ครูคศ.1
ครูคศ.2
ครูคศ.3
ครูคศ.4
ครูคศ.5
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
ครูอัตราจ้าง
พนักงานราชการ
ข่าวการศึกษา
สอบข้าราชการ
สพฐ
สอศ
สกอ
สมศ
สทศ
กศน
สื่อการสอน
สื่อการเรียนรู้
คู่มือครู
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
การงานอาชีพฯ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษา
ประวัติศสาตร์
ปฐมวัย
อนุบาล
ศิลปะ
สุขศึกษาพลศึกษา
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์
เทคโนโลยีทางการสอน
นวัตกรรม
การเรียนการสอน
MBA
IELTS
chulatutor