สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

Advertisement

10 เทคนิคช่วยให้ลูกไม่ต้องเรียนพิเศษ
10 เทคนิคช่วยให้ลูกไม่ต้องเรียนพิเศษ

Advertisement

Advertisement

10 เทคนิคช่วยให้ลูกไม่ต้องเรียนพิเศษ

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-10-01 เปิดอ่านแล้ว : 11610 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

10 เทคนิคช่วยให้ลูกไม่ต้องเรียนพิเศษ

มี 2 เหตุผลหลัก ๆ ที่เด็กถึงต้องเรียนพิเศษ เหตุผลแรกเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น “พื้นฐานของการสอนพิเศษ” นั่นคือ เมื่อนักเรียนเรียนไม่ทันเพื่อนในห้องเรียน นอกจากนี้ การที่เรียนไม่ทันเพื่อนนั้นอาจทำให้เด็กสูญเสียความสนใจในวิชานั้น ๆ ด้วย ในกรณีนี้ การเรียนพิเศษนั้นมีความจำเป็นเพื่อช่วยให้เด็กกลับมาสนใจเรียนได้ ดังนั้น ควรหาครูสอนพิเศษที่มีคุณสมบัติดีพอที่จะสามารถจูงใจให้ลูกคุณเรียนและรักในวิชานั้น 


สิ่งที่สำคัญที่สุด เป้าหมายของการเรียนพิเศษนั้นคือเพื่อไม่ให้ลูกคุณต้องเรียนพิเศษอีกครั้งในอนาคต เหตุผลที่สองคือ เด็กอาจต้องการการเติมเต็มศักยภาพที่เขามีในตัวและต้องการการฝึกหัดแบบพิเศษประมาณ 2-3 เดือนก่อนที่จะมีการสอบครั้งใหญ่ เป้าหมายของผู้สอนพิเศษนั้นก็เพื่อช่วยให้เด็กสามารถรวบรวมความรู้และตอบคำถามใด ๆ ก็ได้ที่เขาฝึกฝนมาในช่วงที่มีการเรียนพิเศษ

1. ดูว่าลูกคุณจำเป็นต้องเรียนพิเศษหรือไม่

มี 2 เหตุผลหลัก ๆ ที่เด็กถึงต้องเรียนพิเศษ เหตุผลแรกเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น “พื้นฐานของการสอนพิเศษ” นั่นคือ เมื่อนักเรียนเรียนไม่ทันเพื่อนในห้องเรียน นอกจากนี้ การที่เรียนไม่ทันเพื่อนนั้นอาจทำให้เด็กสูญเสียความสนใจในวิชานั้น ๆ ด้วย ในกรณีนี้ การเรียนพิเศษนั้นมีความจำเป็นเพื่อช่วยให้เด็กกลับมาสนใจเรียนได้ ดังนั้น ควรหาครูสอนพิเศษที่มีคุณสมบัติดีพอที่จะสามารถจูงใจให้ลูกคุณเรียนและรักในวิชานั้น 


สิ่งที่สำคัญที่สุด เป้าหมายของการเรียนพิเศษนั้นคือเพื่อไม่ให้ลูกคุณต้องเรียนพิเศษอีกครั้งในอนาคต เหตุผลที่สองคือ เด็กอาจต้องการการเติมเต็มศักยภาพที่เขามีในตัวและต้องการการฝึกหัดแบบพิเศษประมาณ 2-3 เดือนก่อนที่จะมีการสอบครั้งใหญ่ เป้าหมายของผู้สอนพิเศษนั้นก็เพื่อช่วยให้เด็กสามารถรวบรวมความรู้และตอบคำถามใด ๆ ก็ได้ที่เขาฝึกฝนมาในช่วงที่มีการเรียนพิเศษ


2. เป็นครูสอนพิเศษให้กับลูกและหาวิธีเรียนที่สนุกสนาน

ถามตัวเองว่าเรียนอย่างไรถึงจะสนุก? กุญแจสำคัญคือการสอนแบบไม่ต้องเตรียมตัวก่อนและหาอะไรก็ได้ที่คุณหาได้เป็นเครื่องมือและทำให้การเรียนนั้นสนุก คุณอาจทำกระดาษสีติดรูปเพื่อสอนคำภาษาอังกฤษให้กับลูก พิมพ์ชาร์ตตารางเพื่อให้จำง่าย ใช้การต่อจิ๊กซอเพื่อเรียนรู้การสะกดคำ หรือใช้ไม้ไอศครีมสีสันเพื่อช่วยให้เด็กเล็ก ๆ สามารถเห็นปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ได้ มีอีกหลายวิธีแล้วแต่จินตนาการของคุณเลย


3. ลงทะเบียนในนิตยสารหรือทีวี

นี่เป็นแทคติคที่จะทำให้ลูกของคุณสนใจในวิทยาศาสตร์แบบที่เขาไม่รู้ตัวเลยทีเดียว การลงทะเบียนทางช่อง National Geographic หรือผ่านทางนิตยสารเช่น Horrible Science ซึ่งเป็นนิตยสารที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริงต่าง ๆ และวิธีการทดลองที่ให้เด็ก ๆ ทดลองได้เองที่บ้าน และในตอนที่ลูกของคุณเริ่มรู้จักวิทยาศาสตร์เมื่อเขาอยู่ชั้นประถมต้น เขาจะสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ในวิชาเรียนกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ที่บ้านได้แล้ว นอกจากนี้ การลงทะเบียนเพื่ออ่านหนังสือ Reader’s Digest และ Time ก็เป็นเรื่องที่ช่วยลูกของคุณได้ไม่น้อย


4. พาลูกไปห้องสมุด

เรารู้ว่าคุณเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนแล้ว และในความเป็นจริง มันก็ได้ผลจริง ๆ ด้วย นอกจากจะให้ลูกคุณได้คุ้นเคยกับการอ่านตั้งแต่เขาอายุยังน้อย ห้องสมุดยังเป็นอีกสถานที่ที่ให้ลูกคุณได้ค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ที่เขามีความสนใจอีกด้วย เช่น ลูกสาวคุณอาจสนใจในหนังสือศิลปะและงานฝีมือ ส่วนลูกชายคุณอาจสนใจหนังสือสอนทำอาหาร เป็นต้น เพราะลูกคุณอาจมีสิ่งที่เขาสนใจแต่ยังไม่ได้บอกให้ใครรู้ ดังนั้น การที่คุณสังเกตชนิดของหนังสือที่เขาสนใจอ่านอาจทำให้คุณเห็นแววความชอบของเขาก็ได้

5. กำหนดเวลาเพื่อเรียนรู้เสริมในทุกคืน

คุณควรหารือเรื่องนี้กับลูกของคุณเพื่อตกลงเวลาที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมที่บ้าน เช่น เวลาหนึ่งทุ่ม – สองทุ่มครึ่งทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ในช่วงเวลานี้ จะไม่มีสิ่งอื่นมารบกวนสมาธิ เช่น เกมส์ หรือโทรศัพท์มือถือ วิธีนี้จะใช้ได้ดีกับเด็กเล็ก ๆ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยสร้างโครงสร้างชีวิตของเด็กในแต่ละวัน ทำให้เขามีสมาธิมากขึ้นเพราะเขารู้ว่าเขาจะได้พักหลังจากที่เขาเรียนรู้เสร็จ


6. วางแผนปรับตารางเวลาและตั้งเป้าหมายสำหรับการสอบ

เช่น ทำก่อนที่ลูกจะสอบประมาณ 1 เดือน คุณแม่ท่านหนึ่งนั่งลงคุยกับลูกเพื่อทำรายการหัวข้อที่ลูกต้องสอบ จากนั้นก็บันทึกวันที่ลูกสอบลงในปฏิทินและร่างแผนตารางเวลาขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตั้งเป้าหมายสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึง และจงระลึกไว้เสมอว่าต้องตั้งเป้าตามความเป็นจริงโดยดูที่เกรดของลูกและกระตุ้นให้ลูกตั้งใจทำให้ดีขึ้นในการสอบครั้งนี้อย่างน้อยให้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเกรด

7. อย่าติดสินบนเพื่อให้ลูกทำข้อสอบได้ดี

“ถ้าลูกทำข้อสอบได้ดี แม่จะซื้อของเล่นที่ลูกชอบให้” ฟังดูแล้วคุ้น ๆ หรือไม่? เราต่างก็รู้ว่าการกล่าวคำในลักษณะเช่นนี้รังแต่จะทำให้เกิดความเครียดกับเด็ก แทนที่การสัญญาว่าจะให้รางวัลกับลูกจะเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับลูก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าวิธีนี้ใช้ไม่ค่อยได้ผล เราเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่ไม่มีสมาธิในการสอบเพราะพ่อแม่สัญญาว่าจะพาเขาไปเที่ยวประเทศต่างประเทศมาแล้ว ผลที่ตามมาคือเด็กกังวลว่าจะทำได้ไม่ดีพอและเกิดความเครียดขึ้น


8. ให้ลูกที่โตกว่าช่วยสอนหรือติว

เพราะมีลูกถึง 5 คน คุณแม่ญาณีจึงไม่สามารถจ่ายค่าเรียนพิเศษให้กับลูกทั้งหมดได้ ดังนั้น คุณแม่จึงให้ลูกคนที่โตกว่าที่สามารถทำหน้าที่สอนน้องได้ช่วยสอนน้อง ๆ วิธีนี้จะทำให้พวกเขามีความรู้และรู้สึกว่าการเรียนพิเศษที่บ้านนั้นเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่คุณต้องแน่ใจว่าลูกคนที่รับผิดชอบสอนน้องนั้นทำงานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เพราะคุณเองก็ไม่อยากให้ลูกคนที่มาช่วยสอนเกิดความเครียดกับหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

9. อย่าใส่ใจกับพ่อแม่ที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนแพง ๆ

ถ้าคุณรู้สึกผิดที่เพื่อน ๆ หรือญาติ ๆ ของคุณส่งลูกเรียนโรงเรียนดัง ๆ หรือแพง ๆ ลูกเขาเรียนได้เกรดดีกว่า จ่ายค่าเรียนพิเศษสูงลิบลิ่ว อะไรเทือกนั้น แทนที่คุณจะรู้สึกท้อหรือเครียดไปกับสิ่งเหล่านี้ คุณควรพูดคุยกับครูที่โรงเรียนของลูกหรือใครก็ตามที่สามารถช่วยติวลูกของคุณให้เรียนเก่งขึ้นมาได้


10. เรียนให้สนุก

โอกาสในการเรียนรู้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ดังนั้นอย่าจำกัดการเรียนรู้ของลูกคุณเฉพาะที่บ้าน ลองค้นหาสถานที่เสริมความรู้ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯหรือตามจังหวัดต่าง ๆ สถานที่ที่จะให้ลูกคุณได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการสร้างความสนุกเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเขานั่นเอง

ขอบคุณที่มา : www.blogger.com

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

Advertisement

มาแล้ว!! ร่างแนวทางการคัดเลือก ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

มาแล้ว!! ร่างแนวทางการคัดเลือก ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้น..(25789)

อ่านที่นี่! วิธีดาวน์โหลดรายชื่อ นักเรียนที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณ ปัจจัยพื้นฐาน สำหรับ นักเรียนยากจน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561

อ่านที่นี่! วิธีดาวน์โหลดรายชื่อ นักเรียนที่ได้รับการจัดสรร งบประมาณ ปัจจัยพื้นฐาน สำหรับ นักเรียนยา..(7414)

ครบแล้วทุกวิชา!! รูปแบบข้อสอบ และจำนวนข้อสอบ O-NET ป.6 ม.3 ม.6 ปีการศึกษา 2561

ครบแล้วทุกวิชา!! รูปแบบข้อสอบ และจำนวนข้อสอบ O-NET ป.6 ม.3 ม.6 ปีการศึกษา 2561 ..(33528)

คุณครูอ่านที่นี่!! ประเมินภายในแนวใหม่ ต้องทำอย่างไร??

คุณครูอ่านที่นี่!! ประเมินภายในแนวใหม่ ต้องทำอย่างไร?? ..(6390)

ดาวน์โหลเที่นี่! โปรแกรม LTeacher สำหรับบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน (Logbook) ปรับปรุงล่าสุด 3 สิงหาคม 2561

ดาวน์โหลเที่นี่! โปรแกรม LTeacher สำหรับบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน (Logbook) ปรับปรุงล่าสุด 3 สิงหาค..(62789)

ดาวน์โหลดที่นี่!! คลังข้อสอบ NT พร้อมเฉลย  ปีการศึกษา 2555 - 2560

ดาวน์โหลดที่นี่!! คลังข้อสอบ NT พร้อมเฉลย ปีการศึกษา 2555 - 2560..(46436)

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs)  ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21  ของนางสาวรุจพร  ศรีบรรพต

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้..(3511)

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ บทเรียนสำเร็จรูป รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ บทเรียนสำเร็จรูป รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6..(2301)

ดาวน์โหลดที่นี่ รวมเอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ ฉบับปรับปรุง 2560

ดาวน์โหลดที่นี่ รวมเอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ ฉบับปรับปรุง 2560..(52939)

ดาวน์โหลดที่นี่!! สื่อการเรียนรู้ ชุด ขยะแยกก่อนทิ้ง (ไฟล์ JPG และ PDF)

ดาวน์โหลดที่นี่!! สื่อการเรียนรู้ ชุด ขยะแยกก่อนทิ้ง (ไฟล์ JPG และ PDF)..(15785)

ดาวน์โหลดที่นี่!! สื่อการเรียนรู้ ชุด หลักธรรมประจำใจ (ไฟล์ JPG และ PDF)

ดาวน์โหลดที่นี่!! สื่อการเรียนรู้ ชุด หลักธรรมประจำใจ (ไฟล์ JPG และ PDF)..(12044)

ดาวน์โหลดที่นี่!! สื่อการเรียนรู้ ชุด วันต่อต้านยาเสพติด (ไฟล์ JPG และ PDF)

ดาวน์โหลดที่นี่!! สื่อการเรียนรู้ ชุด วันต่อต้านยาเสพติด (ไฟล์ JPG และ PDF)..(9635)

คุณครูอ่านที่นี่!! 20 คำถาม ไขข้อข้องใจ หลักเกณฑ์ ว 21/2560

คุณครูอ่านที่นี่!! 20 คำถาม ไขข้อข้องใจ หลักเกณฑ์ ว 21/2560..(12369)


Tags
10
เทคนิคช่วยให้ลูกไม่ต้องเรียนพิเศษ
MBA
IELTS
chulatutor