สอนภาษาไทยอย่างไร..ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

สอนภาษาไทยอย่างไร..ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์

สอนภาษาไทยอย่างไร..ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-11-10 เปิดอ่านแล้ว : 3519 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

สอนภาษาไทยอย่างไร..ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์

สอนภาษาไทยอย่างไร..ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์


          ในระยะหลังๆมานี้ สถาบันการศึกษามักจะตื่นตัวเรื่องการสอนให้นักเรียนคิดกันมากขึ้น เพราะจากการประเมินภายนอก รอบแรกที่ผ่านมา ผู้เรียนมักบกพร่องในเรื่องนี้
          ผมในฐานะครูภาษาไทยคนหนึ่ง ก็มีปัญหาในการที่จะสอนให้ผู้เรียนคิด แต่เด็กนักเรียนที่ผมสอนก็มีอยู่บ้างที่คิดได้ แต่จะคิดเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างเช่น น้องจิ น.ส.จิราภรณ์ กาญจนสุพรรณ ที่ท่านผู้อ่านหลายท่านคงรู้จักกันในแวดวงชาวบล็อก


        และเราก็ต้องยอมรับกันว่ามีผู้เรียนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ชอบคิด ไม่ว่าจะคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า แต่บางคนไม่ได้สอนให้คิดกลับคิดก็มี เช่นพวกคิดมาก คิดสั้น
        พูดมาตั้งนานวันนี้ผมจะนำเสนอการสอนให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์กันดูสักหน่อย ผมไม่ได้คิดเองหรอกครับก็นำตำรามาประยุกต์นั่นแหละ
       สอนแบบไหนให้คิดสร้างสรรค์ ว่ากันเป็นข้อๆเลยนะครับ


      ข้อ ๑. ต้องสอนให้เขาใฝ่หาความรู้ก่อน เช่นให้ไปค้นหาคำตอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ ให้เขาใช้วิธีค้นคว้ารูปแบบต่างๆเช่น ไปอ่าน ไปฟัง ไปสัมภาษณ์ ไปดู ไปทำ


       ข้อ ๒. ต่อจากข้อ ๑ ก็คือต้องสอนให้เขาช่างสังเกต สอนเขาเรื่อง เซอร์ไอแซคนิวตัน เห็นลูกแอปเปิ้ล หล่นลงมาเขาสังเกตจนเกิดความคิด ทฤษฎีแรงโน้มถ่วง ถ้าเป็นคนธรรมดาไม่รู้จักคิด ต่อให้ลูกมะพร้าวหล่นก็ไม่สังเกต นอกจากสังเกตแล้วผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์เขาจะมีอารมณ์อ่อนไหว เห็นคนแก่ก็สงสารนึกถึงพ่อ ถึงแม่ เก็บมาเขียนแสดงความรู้สึก สอนให้เขาแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่เขาพบเห็นก็จะดี


       ข้อ ๓. สอนให้เขาเป็นตัวของตัวเอง ข้อนี้สอนยากเพราะเรายังเห็นเด็กชอบลอกการบ้านเพื่อน ชอบเลียนแบบดารา แต่ก็พยายามให้เขาคิดเอง เช่นเรื่อง การรับ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ นี้เธอคิดอย่างไร ลองคิดเองเลยซิว่าควรรับหรือไม่รับ ไม่ต้องฟังใคร คิดจากเหตุผลของตัวเอง คำตอบไม่มีผิด แต่ระวังนะครับเป็นตัวของตัวเองต้องดูด้วยว่า อยู่ในศีลธรรมหรือกฎหมายหรือเปล่า


        ข้อ ๔. สอนให้คิดแปลกๆใหม่ๆ เช่นถ้าเราไม่หุงข้าวด้วยหม้อ ด้วยหม้อไฟฟ้า เราจะใช้อย่างอื่นมาหุงได้ไหม ผ้าขาวม้าใช้ทำอะไรได้บ้างคิดให้แปลกจากที่เขาใช้กันอยู่


       ข้อ ๕. สอนให้พยายามแก้ปัญหา เช่นให้หาปัญหาก่อนว่าในโรงเรียนหรือในบ้านเรามีปัญหาอะไร เช่นปัญหาโรงเรียนสกปรก หาสาเหตุของปัญหา เช่นเพราะมีนกพิราบมาอาศัยและถ่ายมูลไว้สกปรกมาก แล้วให้ช่วยกันคิดวิธีแก้ปัญหาที่หลากหลาย แล้วเลือกทางแก้ แล้วช่วยกันแก้


        ข้อ ๖. สอนให้คิดพลิกแพลงแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี การคิดธรรมดาบางทีก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ดี ก็ให้คิดพลิกแพลงบ้าง(แต่คงสอนยากน่าดู) อย่างเช่นตอนแรกผมสอนร้องเพลงอีแซว จากเนื้อเพลงอีแซว ตอนหลังผมลองให้นักเรียน นำเนื้อเพลงอีแซว ไปร้องทำนองเพลงอื่นบ้างซิ เด็กๆก็ไปร้องเป็นแหล่บ้าง เป็นเพลงพวงมาลัยบ้าง เป็นเพลงฉ่อยบ้าง(จริงๆแล้วกลอนเพลงพื้นบ้านมันร้องได้หลายชนิดอยู่แล้ว ผมรู้แต่เด็กไม่รู้ )


        ข้อ ๗. สอนให้คิดพร้อมที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เมื่อสิ่งที่ตนเองทำ ตนเองชอบมันไม่เหมาะ ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนถ้าสิ่งนั้นมันไม่เหมาะกับกาลเวลาหรือสถานการณ์ เช่นบางคนเคยใช้เลขอารบิค ครูแนะนำให้ใช้เลขไทย ทั้งๆที่ไม่อยากใช้เพราะเขียนยากกว่า ไม่ชิน แต่อาจจะต้องใช้เพราะ ต้องช่วยกันดำรงเอกลักษณ์ของชาติไว้ คิดให้ไกลให้กว้าง


       ข้อ ๘. สอนให้คิดในสิ่งดีๆ มีสำนึกต่อสังคม การคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่คิดแปลกคิดใหม่ คิดแหวกแนว โดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่คิดขึ้นนั้นจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร สิ่งที่คิดควรเป็นไปเพื่อความสุข ความเจริญของบ้านเมือง ของสังคม ไม่ใช่คิดวิธีก่อกวนแบบใหม่ วิธีฆ่าคนแบบใหม่ วิธีงัดตู้เอทีเอ็มแบบใหม่


        ข้อ ๙.สอนให้มีศิลปะในการใช้ภาษา ภาษากับความคิดมีความสัมพันธ์กับอย่างแยกไม่ออก เราใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการคิดด้วยซ้ำไป การมีศิลปะในการใช้ภาษาเป็นตัวบ่งบอกความเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ อย่างสำคัญทีเดียว คนที่ใช้ภาษาอย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ มีความสละสลวย นั่นแหละคือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์


          ๙ ข้อคงพอสมควรแล้วนะครับอาจจะมีมากกว่านี้แต่แค่นี้ก็สอนกันแย่แล้วใช่ไหมครับ


ขอบคุณที่มา : คุณพิสูจน์ ใจเที่ยงกุล

แหล่งที่มา :

Tags
สอนภาษาไทยอย่างไร..ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์
loading...

Share With Google+
Share With Line

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เพราะ ?

นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เพราะ ?..(5050)

การให้เด็กซ้ำชั้น คือ การซ้ำเติมเด็ก

การให้เด็กซ้ำชั้น คือ การซ้ำเติมเด็ก..(3782)

ข้าราชการต้องอ่าน! ต้องรับราชการกี่ปี จึงมีสิทธิ์รับบำเหน็จ/บำบาญ

ข้าราชการต้องอ่าน! ต้องรับราชการกี่ปี จึงมีสิทธิ์รับบำเหน็จ/บำบาญ ..(50122)

ข้าราชการต้องอ่าน! ต้องรับราชการกี่ปี จึงมีสิทธิ์รับบำเหน็จ/บำบาญ

ข้าราชการต้องอ่าน! ต้องรับราชการกี่ปี จึงมีสิทธิ์รับบำเหน็จ/บำบาญ ..(96)

เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้…แก้ง่ายนิดเดียว

เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้…แก้ง่ายนิดเดียว..(2416)

6 เทคนิค พัฒนาแผนการสอนสำหรับคุณครู

6 เทคนิค พัฒนาแผนการสอนสำหรับคุณครู..(1068)

10 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ” ให้อยู่หมัด

10 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ” ให้อยู่หมัด..(1178)

หยุดทำร้ายลูก! ด้วยการเลี้ยงดูแบบผิดๆ

หยุดทำร้ายลูก! ด้วยการเลี้ยงดูแบบผิดๆ..(1677)


Tags
สอบครูผู้ช่วย
สอบบรรจุ
สอบบรรจุครู
สอบครู
ปฏิรูปการศึกษา
ครูผู้ช่วย
ครูคศ.1
ครูคศ.2
ครูคศ.3
ครูคศ.4
ครูคศ.5
ครูชำนาญการ
ครูชำนาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
ครูอัตราจ้าง
พนักงานราชการ
ข่าวการศึกษา
สอบข้าราชการ
สพฐ
สอศ
สกอ
สมศ
สทศ
กศน
สื่อการสอน
สื่อการเรียนรู้
คู่มือครู
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
การงานอาชีพฯ
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
สังคมศึกษา
ประวัติศสาตร์
ปฐมวัย
อนุบาล
ศิลปะ
สุขศึกษาพลศึกษา
แผนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์
เทคโนโลยีทางการสอน
นวัตกรรม
การเรียนการสอน
MBA
IELTS
chulatutor