ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ "โทษถึงตาย"
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา

ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ

ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ "โทษถึงตาย"

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2017-11-27 เปิดอ่านแล้ว : 5794 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ "โทษถึงตาย"

 

“การทุจริต เป็นภัยร้ายแรงสำคัญที่ทำลายความมั่นคงของชาติ การทุจริตเกิดจากหลายสาเหตุ ตัวแปรปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ “ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ” ดังนั้นทุกรัฐบาลไทยจึงมีนโยบายสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ให้แก่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมทั้งพัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนสนับสนุนการสร้างค่านิยมของสังคมให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม

 

ในการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน หรือ CPI (Corruption Perceptions Index) ขององค์กรเพื่อความโปรงใสนานาชาติ(Transparency International) ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา ที่มี 180 ประเทศทั่วโลกเข้ารับการประเมิน  สำหรับประเทศไทย เฉพาะในช่วงสามปีที่ผ่านมา คือ 2556–2558 มีผล CPI ระดับปานกลาง กล่าวคือ ในปี 2556 ไทยอยู่ในอันดับที่ 102  และมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยปัจจุบัน (ปี 2558) ถูกจัดอยู่อันดับที่ 76 ซึ่งหากเทียบกับปี 2556 ดีขึ้นมากเกือบ 30 อันดับ แต่ก็ยังมีการทุจริตที่มาก  โดยมีข้อมูลว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2556–2558) พบปัญหาการทุจริตที่สร้างความเสียหายให้หน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายแสนล้านบาท

 

รัฐบาลปัจจุบัน (คสช.) ถือว่าการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็น วาระแห่งชาติ มีเป้าหมายสำคัญคือ “คนโกงรายเก่าจะต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้มีการโกงในทุกวงการ” การดำเนินการทุกอย่างจึงต้องมิใช่เป็นเพียงแนวนโนบาย แต่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมในทุกระดับและต้องมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ  มีกลไกในการลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย และหรือพัฒนาเครื่องมือต่างๆ มาใช้

 

เครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลนำมาใช้ โดยออกเป็นกฎหมายผ่านฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อใช้ป้องปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ คือ “พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559”

 

ซึ่งกฎหมายดังกล่าว ให้มีการจัดตั้ง "ศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบ" ขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะ ดังนั้น ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ควรมีความรู้ ความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ เนื้อหาสาระ แนววิธีปฏิบัติตามกฎหมายนี้  รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ในประเด็นดังนี้

 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตั้งขึ้นอย่างไรมีที่ไหนบ้าง?

"ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมีชอบ" จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559  ซึ่งประกาศในราชกิจจาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 17 สิงหาคม 2559 เป็นต้นมา ประกอบด้วย

     1. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตั้งที่ส่วนกลาง) มีขอบเขตอำนาจหน้าที่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดอื่นทั่วประเทศ (กรณีนี้ศาลจะใช้ดุลยพินิจว่าจะรับพิจารณาหรือไม่เพราะอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค) รวมถึงกรณีความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ขณะนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยังไม่เปิดทำการ (ข่าวเปิดในวันที่ 3 ตุลาคม 2559)

     2. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค (ตั้งอยู่ในภูมิภาค) มีเขตอำนาจตามที่จะกำหนดในพระราชกฤษฎีกา (ท้องที่จังหวัดในแต่ละภูมิภาค) ซึ่งขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น

  

คดีใดบ้างที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะรับพิจารณาพิพากษา?

"คดีทุจริตฯ" หมายถึง คดีที่ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ ประพฤติมิชอบ รวมถึงคดีที่ฟ้องขอลงโทษ (บุคคลไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ) ที่ให้สินบนหรือที่ใช้อิทธิพลทำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องทุจริตด้วย โดยคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

      1. กลุ่มที่ 1 เป็นคดีอาญาที่เจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหา หรือร่วมเอกชนกระทำผิด ได้แก่ คดีอาญาที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทุจริตต่อหน้าที่ ประพฤติมิชอบ ฮั้วประมูล เป็นต้น (เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ) และคดีอาญาที่บุคคลร่วมกระทำผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งในฐานะตัวกลาง ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ผู้สมคบ ติดสินบน จูงใจ หรือข่มขืนใจเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น (เอาผิดบุคคลทั่วไป)

      2. กลุ่มที่ 2 เป็นคดีทางแพ่ง ที่ขอให้ริบทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ความผิดฐานฟอกเงิน ร่ำรวยผิดปกติ ได้แก่ คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ บุคคลทั่วไป)

      3. กลุ่มที่ 3 เป็นคดีเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ได้แก่ คดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการดังกล่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ (เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ)

 

ส่วนคดีที่นักการเมืองทุจริตให้อยู่ในอำนาจของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และคดีผู้ทุจริตที่มีอายุยังไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ให้อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว

 

เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุจริตมีพฤติการณ์อย่างไรและใครจะเป็นผู้ฟ้องร้อง?

เจ้าหน้าที่รัฐจะถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตให้พิจารณาพิพากษา จะต้องเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และการประพฤติมิชอบ ซึ่งมีลักษณะดังนี้

1. ทุจริตต่อหน้าที่ หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือ ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

2. ประพฤติมิชอบ หมายถึง การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ใช่ทุจริตต่อหน้าที่ แต่เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดโดยอาศัยเหตุที่มีตำแหน่งหรือหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรีที่มุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน

3. ข้อกฎหมายที่กำหนดให้เป็นทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ ของเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนี้

    1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท) และ มาตรา 157 (ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

   2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/2 (ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สําหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทําการหรือไม่กระทําการอย่างใดในตําแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจําคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต) มาตรา 123/3 (ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทําการหรือไม่กระทําการอย่างใดในตําแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตําแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจําคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท)
4. คดีอาญาที่เข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มี 3 ช่องทาง คือ คดีสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคดีประชาชนผู้เสียหายฟ้องร้องเอง

 

การรับพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในช่วงในช่วงเริ่มเปิดศาลฯจะทำอย่างไร?

1.เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เปิดทำการแล้ว (3 ตุลาคม 2559) ห้ามมิให้ศาลชั้นต้นอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ไว้พิจารณาพิพากษา (ซึ่งความเป็นจริงในช่วงแรกที่ยังไม่เกิดศาลทุจริตฯภาค อาจกำหนดให้มีการฟ้องคดีทุจริตฯ ยังสามารถยื่นฟ้องที่ศาลภูมิภาคทั่วราชอาณาจักรก่อน เพื่อความสะดวกแก่ประชาชน)

2.ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีอำนาจออกไปนั่งพิจารณาที่ศาลชั้นต้นอื่นที่อยู่ในท้องที่ของศาลนั้นได้ โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ธุรการของศาลนั้นเองหรือของศาลชั้นต้นที่ไปนั่งพิจารณา ทำหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีก็ได้ (ออกไปพิจารณาที่ศาลชั้นต้นอื่นฯ รวมถึงกระบวนการอย่างอื่นที่ทำได้ เช่น  การสืบพยานโดยผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์  การส่งประเด็นไปให้ศาลสืบพยาน เป็นต้น)

3. ในกรณีที่ยังไม่เปิดทำการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ก่อน 3 ตุลาคม 2559) ให้ศาลชั้นต้นที่มีอยู่พิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไปได้ และถึงแม้เมื่อมีการเปิดทำการศาลศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ก็ให้ศาลชั้นต้นที่มีคดีคดีทุจริตและประพฤติมิชอบค้างอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาต่อไปจนเสร็จ (ก่อน 3 ตุลาคม 2559 เมื่อศาลใดรับเรื่องฟ้องร้อง พิจารณากันอยู่ ก็ให้ดำเนินการต่อไปจนเสร็จ  หรืออาจโอนคดีไปให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก็ได้)

 

วิธีการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของศาลทุจริตฯดำเนินการอย่างไร?

การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต้องมีขั้นตอนและกระบวนการ เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ...(ขณะนี้เป็นร่างกฎหมายอยู่ น่าจะมีผลบังคับใช้โดยเร็ว) ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ

    1. ใช้ระบบไตร่สวน จะทำให้ศาลมีบทบาทและอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ไม่ถูกจำกัดให้พิจารณาเฉพาะเพียงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คนฟ้องหรือคู่ความเสนอเหมือนคดีอาญาทั่วไป (เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ ป.ป.ช. หรือ ปปท. ทำสำนวนส่งให้ศาลพิจารณาและคู่ความส่งคำแก้ต่างให้ศาลพิจารณาสืบพยาน ศาลก็ใช้วิธีค้นหาความจริงตามพยานหลักฐาน โดยยึดสำนวนผู้ฟ้องเป็นหลัก และต้องเสียเวลามาก) ระบบไต่สวน จะเปิดโอกาสให้คู่ความทั้งสองฝ่ายงัดหลักฐานโต้กันในศาลได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความเป็นธรรม

    2. กรณีผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไปในระหว่างดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้กล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และเมื่อพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาบังคับใช้ (คดีอาญาทั่วไปหากจำเลยหลบหนีให้หยุดพิจารณาสืบพยาน ซึ่งบางคดีอาจทำให้ขาดอายุความ ในคดีทุจริตนี้กรณีที่จำเลยหลบหนีไปอายุความให้หยุดไว้ไม่นับ และศาลสามารถสืบพยานลับหลังจำเลยได้ นั่นก็แปลว่า หนีไปก็หนี แต่กลับมาโดนจับ หากจะหนีต้องหนีตลอดชีวิต)

    3. กำหนดโทษผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีไปในระหว่างที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และถ้าเป็นการหลบหนีระหว่างการพิจารณาของศาล ไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ก็ตาม (หากหลบหนีละจับได้นอกจากจะต้องรับโทษในความผิดที่ถูกฟ้องไว้แล้ว ยังจะต้องถูกลงโทษเพิ่มเติมสำหรับการหลบหนีอีกกระทงหนึ่งด้วย)

    4. กำหนดวิธีพิจารณาและดำเนินคดีในการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ และกำหนดให้ภาระการพิสูจน์ตกกับผู้กล่าวอ้างโต้แย้งถึงกรณีทรัพย์สินที่ร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินมิได้เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติ หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ

 

ผลกระทบต่อข้าราชการเมื่อตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีอะไรบ้าง?

1. วัตถุประสงค์ของการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ขึ้นมาก็เพื่อพิจารณาคดีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต ประพฤติมิชอบ ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม ใช้ระบบไต่สวนต่อเนื่อง (ซึ่งปกติจะช้าเพราะคดีอาญาทั่วไปและคดีอาญาทุจริตจะไปรวมและรอเข้าคิวพิจารณาที่ศาลจังหวัดหรือศาลอาญากลาง) ผลของการพิจารณาที่รวดเร็วและเป็นธรรมนี้ หากผิดจริงก็จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นได้รับโทษถูกขจัดออกจากระบบราชการโดยเร็ว หากไม่ผิดก็จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีขวัญกำลังใจทำงาน ไม่ใช่ต้องวิตกกังวลกับคดีซึ่งไม่รู้จะจบสิ้นวันใด

2. นอกจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือหน่วยงานเกี่ยวข้องจะเป็นผู้ฟ้องร้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบแล้ว กฎหมายยังให้สิทธิ์ประชาชนผู้เสียหายฟ้องร้องเองได้ เป็นการดีจะทำให้เป็นช่องทางที่ทำให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ข้าราชการผู้คิดทุจริตประพฤติมิชอบไม่กล้ากระทำ อันจะส่งผลดีต่อต่อระบบราชการ ขณะเดียวกันก็อาจเป็นผลเสียกรณีประชาชนได้ข้อมูลข่าวสารที่ผิด คลาดเคลื่อน หรือมุ่งใส่ร้ายนำไปสู่การฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐผู้สุจริต

3. เจ้าหน้าที่รัฐ หากกระทำการทุจริต นอกจากจะมีความผิดวินัยร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ คณะรัฐมนตรีได้มีมติควรให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ ซึ่งจะมีผลทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกลงโทษไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จบำนาญแล้ว ยังต้องถูกดำเนินคดีและฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 อาจทำให้ถูกจำคุก หรืออาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/2 มาตรา 123/3 อาจได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือร้ายแรงสุดๆถึงประหารชีวิตได้

 

แนวทางป้องกันและปราบปรามการทุจริตควรเป็นอย่างไร?

"การทุจริตคอร์รัปชั่น" เป็นมะเร็งร้ายของระบบราชการไทยและเป็นภัยต่อประเทศชาติ เจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องร่วมมือกันเองหรือร่วมมือกับประชาชน ภาคเอกชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและไม่ทำการทุจริตเสียเอง หน่วยงานภาครัฐต้องมีการส่งเสริม ปลูกฝัง สร้างจิตสำนึก จริยธรรมคุณธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตแก่เจ้าหน้าที่รัฐ มีการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุการณ์และพฤติกรรมที่อาจเป็นภัยต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบ (การตรวจสอบภายใน หรือควบคุมภายใน อย่างเข้มงวดและจริงจัง) กำหนดช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต จัดการกรณีมีการทุจริตที่เกิดขึ้นแล้ว (การสอบสวนลงโทษทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม) มีการประชาสัมพันธ์ราชการใสสะอาด  เผยแพร่ให้ความรู้เรื่องการทุจริตและโทษที่จะได้รับ การสร้างหน่วยงานสุจริตหรือหน่วยงานใสสะอาด เป็นต้น

 

หากเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงาน เอกชน และประชาชนได้ร่วมมือกันในการป้องปรามตามกล่าวข้องต้นประกอบกับมีกฎหมายการจัดตั้งศาลอาญาและวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากจะทำให้การทุจริตคอรัปชั่นลดน้อยลง อันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลระยะยาวให้ประเทศ “มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน” ในที่สุด

 

ท้ายนี้ขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นคติเดือนใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ความว่า

“..ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียว ก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป พูดอย่างนี้หยาบคาย แต่ว่าขอให้มีอันเป็นไป แต่ถ้าไม่ทุจริต สุจริต และมีความตั้งใจ มุ่งมั่นสร้างความเจริญก็ขอให้ต่ออายุได้ถึง 100 ปี ส่วนคนไหนที่มีอายุมากแล้ว ขอให้แข็งแรง ความสุจริตจะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นอันตราย... ” “...ภายใน 10 ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ ข้อสำคัญ คือ ต้องหยุดการทุจริตให้สำเร็จ และไม่ทุจริตเสียเอง...

 

ด้วยความปรารถนาดี

Drborworn

 

แหล่งข้อมูล

มูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย

ประมวลกฎหมายอาญา

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

พระราชบัญญัติ มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558

เปิดศาลคดีทุจริต 3 ต.ค.นี้เผยมีคดีโอนมาแล้ว 70 สำนวน (ข่าว)

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลก ปี 2558 ไทยได้ที่ 76 จาก 168 ประเศ(ข่าว)


ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก : http://www.drborworn.com/articledetail.asp?id=18186

**เปิดอ่านข่าวทั้งหมดในหมวดนี้**

อ่านด่วนเลย! 9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูก มีพรสวรรค์ เป็นความฉลาดติดตัว

อ่านด่วนเลย! 9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูก มีพรสวรรค์ เป็นความฉลาดติดตัว ..(3617)

รู้หรือไม่? เล่นทายปัญหากับลูกช่วยเสริมพัฒนาการสมอง

รู้หรือไม่? เล่นทายปัญหากับลูกช่วยเสริมพัฒนาการสมอง..(423)

กลวิธีสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้

กลวิธีสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้..(2977)

สอนคณิตศาสตร์เด็กอ่อนให้เก่ง ด้วยวิธีการง่ายๆ

สอนคณิตศาสตร์เด็กอ่อนให้เก่ง ด้วยวิธีการง่ายๆ..(6655)

เอกสาร “ทำความเข้าใจหลักสูตร 51 (ฉบับปรับปรุง 2560)”

เอกสาร “ทำความเข้าใจหลักสูตร 51 (ฉบับปรับปรุง 2560)” ..(12251)

ขจัดปัญหาอ่านไม่ออกด้วย นวัตกรรมใหม่

ขจัดปัญหาอ่านไม่ออกด้วย นวัตกรรมใหม่ "บันไดนักอ่าน" ..(6715)

ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ

ข้าราชการควรอ่าน! ข้าราชการทุจริต ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ "โทษถึงตาย"..(5795)

PLC คืออะไร? สำคัญอย่างไร?”

PLC คืออะไร? สำคัญอย่างไร?” ..(9012)


Tags
ข้าราชการควรอ่าน!
ข้าราชการทุจริต
ต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ
"โทษถึงตาย"
MBA
IELTS
chulatutor