สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์
นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

Advertisement

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-02-26 เปิดอ่านแล้ว : 5819 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

ในสังคมไทย เมื่อเรียนจบไปแล้ว หากศิษย์เก่าไม่สำนึกบุญคุณครู ก็มักถูกครูมองว่าอกตัญญู แต่จริงๆแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นักเรียนจะต้องกตัญญูรู้คุณครูทุกคนที่สอนมา

ครูไทยมักจะมองความสัมพันธ์ครู-นักเรียนเป็นเรื่องสวยหรู นักเรียนต้องตอบแทนบุญคุณครู เมื่อเรียนจบไปแล้ว และหากศิษย์เก่าไม่สำนึกบุญคุณของครูก็จะถูกมองว่าอกตัญญู แต่จริงๆแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นักเรียนจะต้องกตัญญูรู้คุณครูทุกคนที่สอนมา

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

วันก่อนเห็นโพสต์จากเพจบนเฟซบุ๊กที่ชื่อ "สื่ออาเซียน-สื่อการเรียนการสอน" ที่เห็นด้านล่างที่บอกว่า "เมื่อเด็กที่ฉันสอนจบการศึกษาออกไป และเจอกันที่ตลาด ส่วนมาก เด็กทีเรียนเก่งมองไม่ค่อยเห็นฉัน เด็กที่โดนฉันดุ ทำโทษเสมอ กลับเดินมาสวัสดีฉัน เป็นความจริงหรือเปล่า?" ทำให้เกิดคำถามว่า จำเป็นหรอ? เพราะฉันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่โควทนี้จะสื่ออยู่ 2 เรื่อง คือ

1. นักเรียนจำเป็นต้องไปทักครูอาจารย์ เพราะสำนึกบุญคุณ

2. คนเก่งไม่ใช่คนดี หรือเด็กเก่งไม่เอาสังคม

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

1. นักเรียนจำเป็นต้องไปทักครูอาจารย์ เพราะสำนึกบุญคุณ

ถ้ามองความสัมพันธ์ครูกับนักเรียนแบบไม่มีอคติรักหรือเกลียด จะเห็นว่า ครูก็มีหน้าที่สอน เป็นอาชีพที่ตัวเองเลือกในการหาเลี้ยงชีพ นักเรียนก็มีหน้าที่เรียน เพราะมันเป็นหนทางที่จะทำให้เราต่อยอดความรู้ความสามารถและโอกาสไปในอนาคต ซึ่งมันไม่ได้ต่างจากความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการและผู้รับบริการอื่นๆเลย จึงไม่เห็นว่าทำไมจึงต้องทวงบุญคุณหรืออาลัยกัน หากเราจะใช้ตรรกะนี้กับอาชีพอื่นๆก็จะเห็นว่ามันตลกมาก อย่างเป็นนักข่าวมีหน้าที่เขียนข่าว ก็ไม่เคยทวงคนดู/คนอ่านว่าทำไมเจอหน้าไม่ทัก ไม่สำนึกบุญคุณที่ได้ให้ข้อมูลข่าวสารไป หรือเราไม่เคยไปขอบคุณอาม่าร้านชำที่สรรหาของที่เราจะใช้ทำรายงานหรือกินเลี้ยงปาร์ตี้มาไว้ในร้านทุกเมื่อที่เราต้องการมาตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น การที่ครูสอนดีและเด็กได้ดีแล้ว ก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์ของการเป็นครูแล้ว ไม่ใช่หรือ? เรียนจบไปแล้วได้ดี เป็นฟันเฟืองของประเทศชาติแล้ว ก็บรรลุจุดประสงค์ของครูแล้ว ไม่ใช่หรือ? เมื่อนักเรียนจบไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นคนรู้จัก หรือเคยรู้จัก ทั้งสองฝ่ายจะสานสัมพันธ์ต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับทั้งคู่ เพราะหมดหน้าที่ต่อกันแล้ว

ความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียนไม่ต่างไปจากความสัมพันธ์กับคนทั่วไป ไม่ต่างจากเพื่อน ป้าข้างบ้าน หรือเพื่อนร่วมงาน บางคนสนิท บางคนไม่สนิท บางคนเกลียดกัน ต้องยอมรับว่า ในขณะที่มีครูอาจารย์ที่สอนดี ใส่ใจนักเรียน ให้เกียรติเด็ก และไม่มองว่าเด็กต่ำกว่าด้วยเอง ก็มีครูอีกจำนวนมากที่สอนไม่รู้เรื่อง หรือสไตล์การสอนอาจไม่ตรงสไตล์การเรียนของนักเรียนบางคน บางคนไม่ใส่ใจเด็ก บางคนมองเด็กต่ำกว่าจะทำอะไรก็ได้ บางคนลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียน บางคนประจาน ทำร้ายร่างกายไปจนถึงล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เพราะครูก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งมีดีมีเลวไม่ต่างจากอาชีพอื่น มีนิสัยที่เข้ากับบางคนได้ แต่เข้ากับบางคนไม่ได้ ระดับความใกล้ชิดของครูกับนักเรียนแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน ถ้าคุณยังติดต่อห่วงหาอาทรกันมันก็เป็นสิ่งดี แต่ถ้าคุณไม่ได้สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน พอจบมาแล้วเขาไม่ได้ห่วงหาอาทรคุณมันก็ไม่แปลกอะไร


Advertisement

ในบางกรณี ความคิดที่ว่า ยิ่งครูดุ ยิ่งเป็นคนที่เด็กจำได้มากที่สุด มันอาจฟังดูหอมหวานดีสำหรับครู แต่ครูที่ดุจนออกแนวอำนาจนิยมอาจไม่ได้เป็นความทรงจำที่ดีเมื่อเขานึกถึงวัยเรียน และเขาอาจไม่ได้จำว่า คุณเป็นคนทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นเลยก็ได้ จริงๆการมองความสัมพันธ์แบบ BDSM (นาย-บ่าว) ของครูกับนักเรียนนี่ไม่ได้ต่างกับพี่ว๊ากกับน้องปี 1 หรือคสช.กับประชาชน ที่คนที่มีอำนาจเหนือกว่ามองว่า ฉันกำลังให้สิ่งดีๆกับอีกคน ที่ฉันต้องละเมิดสิทธิบางอย่างของเธอเพราะฉันหวังดีกับเธอ อยากให้เธอได้มีชีวิตที่ดี แต่ไม่ได้นึกถึงเลยว่า สิ่งนั้นจะกระทบจิตใจของอีกคนอย่างไร หรือมีผลในระยะยาวอย่างไร (ย้ำว่าครูหลายคนหวังดีกับนักเรียนและปฏิบัติกับเด็กดีด้วย) ประเด็นก็คือ การที่เราจะเคารพหรือกตัญญูกับใคร มันควรขึ้นอยู่กับการกระทำของเขา ไม่ใช่แค่เพียงว่า เขาอยู่ในสถานะครู ถ้าช่วงเวลาที่เรียนด้วยกัน เราดีต่อกัน จบไปแล้วมันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป แต่ถ้าช่วงที่เรียนด้วยกันมันไม่ใช่เวลาที่น่าจดจำ ก็เป็นไปได้ที่จะไม่สามารถมาคุยกันอย่างสนิทชิดเชื้อได้

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

2. คนเก่งไม่ใช่คนดี หรือเด็กเก่งไม่เอาสังคม

เรื่องจะเดินเข้าไปทักครูหรือเห็นความสำคัญของครูที่สอนมาเป็นคนละเรื่องกับเด็กเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่งด้วยประการทั้งปวง ในฐานะที่ตอนเด็กๆเป็นเด็กเรียนเก่ง เบื่อทุกครั้งที่ใครพยายามพูดเหมือนกับว่า เด็กเก่งมักเห็นแก่ตัว ไม่มีจิตสาธารณะ หรือไม่เอาสังคม เป็นมายาคติที่ตลกมาก และที่ร้ายก็อย่างที่เห็นในโควตด้านบน ครูยังจะมาย้ำมายาคติแบบนี้อีก ทำให้คนประเทศนี้เกลียดคนเก่ง

ก่อนหน้านี้ เรามักได้ยินคำขวัญว่า "เก่ง ดี มีสุข" แล้วอยู่ๆก็มีคนบอกว่า ควรเปลี่ยนเป็น "ดี เก่ง มีสุข" มากกว่า เพราะเราควรให้ความสำคัญกับคนดีมากกว่าคนเก่ง ซึ่งเรื่องนี้ไร้สาระมาก ฉันยืนยันว่า คนเราควรมีเป้าหมายชีวิตในการเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง จะได้ทำให้ทั้งตัวเองและประเทศชาติก้าวหน้าไปอย่างมีคุณภาพ ถ้าดีแต่ไม่เก่งก็จะคิดไม่ได้ว่า เขาเอาคำว่า "ดี"มาคล้องจองกับคำว่า "มี" เพื่อให้คำขวัญมันจำง่าย มันจึงต้องอยู่ตำแหน่งนั้น เพราะถ้ามันจำยาก มันจะไม่เป็นคำขวัญ และจะไม่มีใครให้ความสำคัญกับมัน การรณรงค์ของคำขวัญนี้จะล้มเหลว (เห็นไหมว่า จะสนใจแต่ "ดี" อย่างเดียวไม่ได้)

กลับมาที่เรื่องเด็กเก่งดีหรือไม่ดี ก็ต้องกลับมาใช้หลักการเดิมว่า คนเก่งก็เป็นมนุษย์ ฉะนั้น เด็กเก่งมีทั้งนิสัยดีและไม่ดี เด็กเรียนไม่เก่งก็มีทั้งดีและไม่ดี บางคนอาจขี้อาย บางคนอาจชอบติดต่อประสานงานกับคนอื่น บางคนคุยเรื่องสัพเพเหระไม่เก่ง บางคนอาจคุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่กอสซิปดาราไปจนถึงเรื่องการเมือง แต่บุคลิกก็เป็นคนละเรื่องกับการเรียน และสิ่งที่ครูอาจจะลืมไปก็คือ เด็กเรียนบางคนอาจไม่ค่อยสนิทกับครูมากนักก็เพราะครูไม่จำเป็นต้องมาดูแลอะไรมาก เพราะเรียนเก่งอยู่แล้ว รู้อยู่แล้วว่าอนาคตจะเรียนอะไร ไม่ค่อยทำผิดระเบียบอะไร ปฏิสัมพันธ์กับครูจึงน้อยกว่าเด็กแสบ แต่ยอมรับเถอะว่า ครูรู้สึกสบายใจเวลาสอนเด็กเก่งหรือตั้งใจเรียน เพราะไม่เสียพลังงานมากนัก แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าเด็กจะเป็นยังไง ครูก็จำเป็นต้องสอน เพราะเป็นหน้าที่รับผิดชอบ

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

ทั้งหมดที่เขียนมานี้ ไม่ใช่เพราะมีความทรงจำไม่ดีใดๆเกี่ยวกับครูหรือโรงเรียน หรือเขียนแบบคนที่ไม่เข้าใจคนเป็นครู ตรงกันข้าม ญาติเป็นครู แล้วสมัยเรียนก็เป็นเด็กเรียนเก่งที่มีความทรงจำในวัยเรียนที่ดีมาก แม้จะเรียนจบม. 6 มาเกือบ 10 ปีแล้วแต่ก็ยังกลับไปโรงเรียนบ่อยๆ เพราะยังรักและผูกพันกับครูอาจารย์บางคน ยังพูดคุยทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกัน บางทีครูก็ทักมา บางทีเราก็ทักไป เพราะเรารู้สึกว่า ครูทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น มีความรู้ที่จำเป็นกับชีวิตเมื่อจบไปแล้ว หรือคอยแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้ดี แล้วก็มีที่ยกมือไหว้ครูจำนวนหนึ่งที่ไม่สนิทเมื่อเจอหน้า

ขณะเดียวกัน ก็มีครูบางคนที่ชิงชังมากจนไม่อยากยกมือไหว้ เพราะอยู่ๆเธอก็พูดเรื่องการเมืองในคาบโฮมรูม แล้วก็บอกว่า นักเรียนของเธอทั้งห้องโง่ ไม่รู้จักกาลามสูตร เชื่อตามพ่อแม่ แล้วก็เดินออกไปจากห้อง ฉันจึงเดินตามไล่หลังไปตะโกนว่า กาลามสูตรเขาก็บอกว่าไม่ให้เชื่ออะไรเพราะครูบอกเหมือนกัน แล้วครูมีหน้าที่สอนให้เด็กมีความรู้ ไม่ใช่มาด่าเด็กโง่แบบนี้ ครูอย่างนี้ก็ไม่อยากนับถือเหมือนกัน (แหม่ วัยรุ่นเลือดร้อน) ซึ่งโตขึ้นมาแล้วก็ไม่คิดว่าตัวเองคิดผิดที่ไม่ยอมให้ครูมาด่าโง่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเพียงเพราะเธออินเรื่องการเมือง แต่นักเรียนไม่คล้อยตาม และนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อยากให้เห็นว่า มันก็มีเหตุผลที่ความสัมพันธ์กับแต่ละคนแตกต่างกัน ฉะนั้น อย่า romanticise หรือมองความสัมพันธ์ครู-นักเรียนแบบหอมหวานจนเกินเหตุ มันก็คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์คนหนึ่งกับอีกคนเท่านั้น มันคือการเคารพตัวบุคคล ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไร ไม่จำเป็นต้องกตัญญูอะไร

ที่มา : นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์ https://www.voicetv.co.th/read/445911

Advertisement

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

Advertisement

เช็กที่นี่!! 27 จังหวัดที่มีข่าวเรียกบรรจุ ครูผู้ช่วย รอบ 2  ปี 2561

เช็กที่นี่!! 27 จังหวัดที่มีข่าวเรียกบรรจุ ครูผู้ช่วย รอบ 2 ปี 2561..(1494)

สอบเข้า ป.1ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง  ไม่สามารถลงโทษปรับเงินได้

สอบเข้า ป.1ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ไม่สามารถลงโทษปรับเงินได้ ..(831)

สพฐ.เผยแนวโน้มในอนาคต จะเพิ่มข้อสอบอัตนัย ในแบบฝึกท้ายบทให้มากขึ้น!!

สพฐ.เผยแนวโน้มในอนาคต จะเพิ่มข้อสอบอัตนัย ในแบบฝึกท้ายบทให้มากขึ้น!!..(3473)

คุณครูรู้ยัง!! ข้อสอบปลายปี ที่สามารถนำไปสอบได้ 1. ต้องมีแบบเขียนตอบ 2. ต้องวัดความคิดขั้นสูง 3. ต้องตรงตามมาตรฐาน/ตัวชี้วัดฯ 	4. กระบวนการพัฒนาต้องได้มาตรฐาน

คุณครูรู้ยัง!! ข้อสอบปลายปี ที่สามารถนำไปสอบได้ 1. ต้องมีแบบเขียนตอบ 2. ต้องวัดความคิดขั้นสูง 3. ต้อ..(15002)

คุณครูอ่านด่วน!! สพฐ. ประกาศ แนวทาง การใช้ข้อสอบ ในการสอบปลายปี ของผู้เรียน

คุณครูอ่านด่วน!! สพฐ. ประกาศ แนวทาง การใช้ข้อสอบ ในการสอบปลายปี ของผู้เรียน ..(6840)

แฉต้นตอ การศึกษาไทย ล้าหลัง สร้างพลเมืองเฉื่อยชา เด็กอ่านหนังสือไม่ออก

แฉต้นตอ การศึกษาไทย ล้าหลัง สร้างพลเมืองเฉื่อยชา เด็กอ่านหนังสือไม่ออก ..(12760)


Tags
นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์
MBA
IELTS
chulatutor