นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์
Advertisement

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-02-26 เปิดอ่านแล้ว : 5479 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์

Advertisement

ในสังคมไทย เมื่อเรียนจบไปแล้ว หากศิษย์เก่าไม่สำนึกบุญคุณครู ก็มักถูกครูมองว่าอกตัญญู แต่จริงๆแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นักเรียนจะต้องกตัญญูรู้คุณครูทุกคนที่สอนมา

ครูไทยมักจะมองความสัมพันธ์ครู-นักเรียนเป็นเรื่องสวยหรู นักเรียนต้องตอบแทนบุญคุณครู เมื่อเรียนจบไปแล้ว และหากศิษย์เก่าไม่สำนึกบุญคุณของครูก็จะถูกมองว่าอกตัญญู แต่จริงๆแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่นักเรียนจะต้องกตัญญูรู้คุณครูทุกคนที่สอนมา

วันก่อนเห็นโพสต์จากเพจบนเฟซบุ๊กที่ชื่อ "สื่ออาเซียน-สื่อการเรียนการสอน" ที่เห็นด้านล่างที่บอกว่า "เมื่อเด็กที่ฉันสอนจบการศึกษาออกไป และเจอกันที่ตลาด ส่วนมาก เด็กทีเรียนเก่งมองไม่ค่อยเห็นฉัน เด็กที่โดนฉันดุ ทำโทษเสมอ กลับเดินมาสวัสดีฉัน เป็นความจริงหรือเปล่า?" ทำให้เกิดคำถามว่า จำเป็นหรอ? เพราะฉันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่โควทนี้จะสื่ออยู่ 2 เรื่อง คือ


Advertisement

1. นักเรียนจำเป็นต้องไปทักครูอาจารย์ เพราะสำนึกบุญคุณ

2. คนเก่งไม่ใช่คนดี หรือเด็กเก่งไม่เอาสังคม


Advertisement

1. นักเรียนจำเป็นต้องไปทักครูอาจารย์ เพราะสำนึกบุญคุณ

ถ้ามองความสัมพันธ์ครูกับนักเรียนแบบไม่มีอคติรักหรือเกลียด จะเห็นว่า ครูก็มีหน้าที่สอน เป็นอาชีพที่ตัวเองเลือกในการหาเลี้ยงชีพ นักเรียนก็มีหน้าที่เรียน เพราะมันเป็นหนทางที่จะทำให้เราต่อยอดความรู้ความสามารถและโอกาสไปในอนาคต ซึ่งมันไม่ได้ต่างจากความสัมพันธ์ของผู้ให้บริการและผู้รับบริการอื่นๆเลย จึงไม่เห็นว่าทำไมจึงต้องทวงบุญคุณหรืออาลัยกัน หากเราจะใช้ตรรกะนี้กับอาชีพอื่นๆก็จะเห็นว่ามันตลกมาก อย่างเป็นนักข่าวมีหน้าที่เขียนข่าว ก็ไม่เคยทวงคนดู/คนอ่านว่าทำไมเจอหน้าไม่ทัก ไม่สำนึกบุญคุณที่ได้ให้ข้อมูลข่าวสารไป หรือเราไม่เคยไปขอบคุณอาม่าร้านชำที่สรรหาของที่เราจะใช้ทำรายงานหรือกินเลี้ยงปาร์ตี้มาไว้ในร้านทุกเมื่อที่เราต้องการมาตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น การที่ครูสอนดีและเด็กได้ดีแล้ว ก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์ของการเป็นครูแล้ว ไม่ใช่หรือ? เรียนจบไปแล้วได้ดี เป็นฟันเฟืองของประเทศชาติแล้ว ก็บรรลุจุดประสงค์ของครูแล้ว ไม่ใช่หรือ? เมื่อนักเรียนจบไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นคนรู้จัก หรือเคยรู้จัก ทั้งสองฝ่ายจะสานสัมพันธ์ต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับทั้งคู่ เพราะหมดหน้าที่ต่อกันแล้ว

ความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียนไม่ต่างไปจากความสัมพันธ์กับคนทั่วไป ไม่ต่างจากเพื่อน ป้าข้างบ้าน หรือเพื่อนร่วมงาน บางคนสนิท บางคนไม่สนิท บางคนเกลียดกัน ต้องยอมรับว่า ในขณะที่มีครูอาจารย์ที่สอนดี ใส่ใจนักเรียน ให้เกียรติเด็ก และไม่มองว่าเด็กต่ำกว่าด้วยเอง ก็มีครูอีกจำนวนมากที่สอนไม่รู้เรื่อง หรือสไตล์การสอนอาจไม่ตรงสไตล์การเรียนของนักเรียนบางคน บางคนไม่ใส่ใจเด็ก บางคนมองเด็กต่ำกว่าจะทำอะไรก็ได้ บางคนลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียน บางคนประจาน ทำร้ายร่างกายไปจนถึงล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เพราะครูก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งมีดีมีเลวไม่ต่างจากอาชีพอื่น มีนิสัยที่เข้ากับบางคนได้ แต่เข้ากับบางคนไม่ได้ ระดับความใกล้ชิดของครูกับนักเรียนแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน ถ้าคุณยังติดต่อห่วงหาอาทรกันมันก็เป็นสิ่งดี แต่ถ้าคุณไม่ได้สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกัน พอจบมาแล้วเขาไม่ได้ห่วงหาอาทรคุณมันก็ไม่แปลกอะไร

ในบางกรณี ความคิดที่ว่า ยิ่งครูดุ ยิ่งเป็นคนที่เด็กจำได้มากที่สุด มันอาจฟังดูหอมหวานดีสำหรับครู แต่ครูที่ดุจนออกแนวอำนาจนิยมอาจไม่ได้เป็นความทรงจำที่ดีเมื่อเขานึกถึงวัยเรียน และเขาอาจไม่ได้จำว่า คุณเป็นคนทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นเลยก็ได้ จริงๆการมองความสัมพันธ์แบบ BDSM (นาย-บ่าว) ของครูกับนักเรียนนี่ไม่ได้ต่างกับพี่ว๊ากกับน้องปี 1 หรือคสช.กับประชาชน ที่คนที่มีอำนาจเหนือกว่ามองว่า ฉันกำลังให้สิ่งดีๆกับอีกคน ที่ฉันต้องละเมิดสิทธิบางอย่างของเธอเพราะฉันหวังดีกับเธอ อยากให้เธอได้มีชีวิตที่ดี แต่ไม่ได้นึกถึงเลยว่า สิ่งนั้นจะกระทบจิตใจของอีกคนอย่างไร หรือมีผลในระยะยาวอย่างไร (ย้ำว่าครูหลายคนหวังดีกับนักเรียนและปฏิบัติกับเด็กดีด้วย) ประเด็นก็คือ การที่เราจะเคารพหรือกตัญญูกับใคร มันควรขึ้นอยู่กับการกระทำของเขา ไม่ใช่แค่เพียงว่า เขาอยู่ในสถานะครู ถ้าช่วงเวลาที่เรียนด้วยกัน เราดีต่อกัน จบไปแล้วมันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป แต่ถ้าช่วงที่เรียนด้วยกันมันไม่ใช่เวลาที่น่าจดจำ ก็เป็นไปได้ที่จะไม่สามารถมาคุยกันอย่างสนิทชิดเชื้อได้

2. คนเก่งไม่ใช่คนดี หรือเด็กเก่งไม่เอาสังคม

เรื่องจะเดินเข้าไปทักครูหรือเห็นความสำคัญของครูที่สอนมาเป็นคนละเรื่องกับเด็กเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่งด้วยประการทั้งปวง ในฐานะที่ตอนเด็กๆเป็นเด็กเรียนเก่ง เบื่อทุกครั้งที่ใครพยายามพูดเหมือนกับว่า เด็กเก่งมักเห็นแก่ตัว ไม่มีจิตสาธารณะ หรือไม่เอาสังคม เป็นมายาคติที่ตลกมาก และที่ร้ายก็อย่างที่เห็นในโควตด้านบน ครูยังจะมาย้ำมายาคติแบบนี้อีก ทำให้คนประเทศนี้เกลียดคนเก่ง

ก่อนหน้านี้ เรามักได้ยินคำขวัญว่า "เก่ง ดี มีสุข" แล้วอยู่ๆก็มีคนบอกว่า ควรเปลี่ยนเป็น "ดี เก่ง มีสุข" มากกว่า เพราะเราควรให้ความสำคัญกับคนดีมากกว่าคนเก่ง ซึ่งเรื่องนี้ไร้สาระมาก ฉันยืนยันว่า คนเราควรมีเป้าหมายชีวิตในการเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง จะได้ทำให้ทั้งตัวเองและประเทศชาติก้าวหน้าไปอย่างมีคุณภาพ ถ้าดีแต่ไม่เก่งก็จะคิดไม่ได้ว่า เขาเอาคำว่า "ดี"มาคล้องจองกับคำว่า "มี" เพื่อให้คำขวัญมันจำง่าย มันจึงต้องอยู่ตำแหน่งนั้น เพราะถ้ามันจำยาก มันจะไม่เป็นคำขวัญ และจะไม่มีใครให้ความสำคัญกับมัน การรณรงค์ของคำขวัญนี้จะล้มเหลว (เห็นไหมว่า จะสนใจแต่ "ดี" อย่างเดียวไม่ได้)

กลับมาที่เรื่องเด็กเก่งดีหรือไม่ดี ก็ต้องกลับมาใช้หลักการเดิมว่า คนเก่งก็เป็นมนุษย์ ฉะนั้น เด็กเก่งมีทั้งนิสัยดีและไม่ดี เด็กเรียนไม่เก่งก็มีทั้งดีและไม่ดี บางคนอาจขี้อาย บางคนอาจชอบติดต่อประสานงานกับคนอื่น บางคนคุยเรื่องสัพเพเหระไม่เก่ง บางคนอาจคุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่กอสซิปดาราไปจนถึงเรื่องการเมือง แต่บุคลิกก็เป็นคนละเรื่องกับการเรียน และสิ่งที่ครูอาจจะลืมไปก็คือ เด็กเรียนบางคนอาจไม่ค่อยสนิทกับครูมากนักก็เพราะครูไม่จำเป็นต้องมาดูแลอะไรมาก เพราะเรียนเก่งอยู่แล้ว รู้อยู่แล้วว่าอนาคตจะเรียนอะไร ไม่ค่อยทำผิดระเบียบอะไร ปฏิสัมพันธ์กับครูจึงน้อยกว่าเด็กแสบ แต่ยอมรับเถอะว่า ครูรู้สึกสบายใจเวลาสอนเด็กเก่งหรือตั้งใจเรียน เพราะไม่เสียพลังงานมากนัก แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าเด็กจะเป็นยังไง ครูก็จำเป็นต้องสอน เพราะเป็นหน้าที่รับผิดชอบ

ทั้งหมดที่เขียนมานี้ ไม่ใช่เพราะมีความทรงจำไม่ดีใดๆเกี่ยวกับครูหรือโรงเรียน หรือเขียนแบบคนที่ไม่เข้าใจคนเป็นครู ตรงกันข้าม ญาติเป็นครู แล้วสมัยเรียนก็เป็นเด็กเรียนเก่งที่มีความทรงจำในวัยเรียนที่ดีมาก แม้จะเรียนจบม. 6 มาเกือบ 10 ปีแล้วแต่ก็ยังกลับไปโรงเรียนบ่อยๆ เพราะยังรักและผูกพันกับครูอาจารย์บางคน ยังพูดคุยทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกัน บางทีครูก็ทักมา บางทีเราก็ทักไป เพราะเรารู้สึกว่า ครูทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น มีความรู้ที่จำเป็นกับชีวิตเมื่อจบไปแล้ว หรือคอยแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้ดี แล้วก็มีที่ยกมือไหว้ครูจำนวนหนึ่งที่ไม่สนิทเมื่อเจอหน้า

ขณะเดียวกัน ก็มีครูบางคนที่ชิงชังมากจนไม่อยากยกมือไหว้ เพราะอยู่ๆเธอก็พูดเรื่องการเมืองในคาบโฮมรูม แล้วก็บอกว่า นักเรียนของเธอทั้งห้องโง่ ไม่รู้จักกาลามสูตร เชื่อตามพ่อแม่ แล้วก็เดินออกไปจากห้อง ฉันจึงเดินตามไล่หลังไปตะโกนว่า กาลามสูตรเขาก็บอกว่าไม่ให้เชื่ออะไรเพราะครูบอกเหมือนกัน แล้วครูมีหน้าที่สอนให้เด็กมีความรู้ ไม่ใช่มาด่าเด็กโง่แบบนี้ ครูอย่างนี้ก็ไม่อยากนับถือเหมือนกัน (แหม่ วัยรุ่นเลือดร้อน) ซึ่งโตขึ้นมาแล้วก็ไม่คิดว่าตัวเองคิดผิดที่ไม่ยอมให้ครูมาด่าโง่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเพียงเพราะเธออินเรื่องการเมือง แต่นักเรียนไม่คล้อยตาม และนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อยากให้เห็นว่า มันก็มีเหตุผลที่ความสัมพันธ์กับแต่ละคนแตกต่างกัน ฉะนั้น อย่า romanticise หรือมองความสัมพันธ์ครู-นักเรียนแบบหอมหวานจนเกินเหตุ มันก็คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์คนหนึ่งกับอีกคนเท่านั้น มันคือการเคารพตัวบุคคล ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไร ไม่จำเป็นต้องกตัญญูอะไร

ที่มา : นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์ https://www.voicetv.co.th/read/445911

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

ประกาศผลครูคืนถิ่น มีสิทธิ์บรรจุแค่ 2,297 คน

ประกาศผลครูคืนถิ่น มีสิทธิ์บรรจุแค่ 2,297 คน ..(4727)

เปิด…คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ปลดล็อก’ย้าย-สอบ’ บิ๊กร.ร.

เปิด…คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ปลดล็อก’ย้าย-สอบ’ บิ๊กร.ร...(2092)

ด่วนมาก ที่ ศธ 04009/ว2165 สำรวจตำแหน่งว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

ด่วนมาก ที่ ศธ 04009/ว2165 สำรวจตำแหน่งว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ..(7866)

บอร์ดคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตร 2มหาวิทยาลัยเอกชน

บอร์ดคุรุสภาไม่รับรองหลักสูตร 2มหาวิทยาลัยเอกชน ..(6457)

ครูคอมฯเก็บของย้ายกลุ่มสาระฯ! เตรียมยกเลิกมาตรฐานและตัวชี้วัด เทคโนโลยี ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มสาระการงานอาชีพ

ครูคอมฯเก็บของย้ายกลุ่มสาระฯ! เตรียมยกเลิกมาตรฐานและตัวชี้วัด เทคโนโลยี ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน..(34041)

รานงานพิเศษ I ทุจริต ศธ.แผลเป็น!การศึกษาไทย

รานงานพิเศษ I ทุจริต ศธ.แผลเป็น!การศึกษาไทย..(1408)

หวั่นเด็กลด รร.เอกชนถอดใจปิดกิจการ เตรียมเพิ่มอุดหนุนรายหัว 100% เท่าโรงเรียนรัฐ

หวั่นเด็กลด รร.เอกชนถอดใจปิดกิจการ เตรียมเพิ่มอุดหนุนรายหัว 100% เท่าโรงเรียนรัฐ..(3082)

จิตแพทย์ห่วงสังคม-ครอบครัว กดดัน เด็กไทยป่วยจิตเวช มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับการรักษา

จิตแพทย์ห่วงสังคม-ครอบครัว กดดัน เด็กไทยป่วยจิตเวช มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับการรักษา ..(812)


Tags
นักเรียนไม่จำเป็นต้องกตัญญูต่อครูอาจารย์
MBA
IELTS
chulatutor