ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย
Advertisement

ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-04-02 เปิดอ่านแล้ว : 27004 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย

Advertisement

ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย

แม้ว่าข้าราชการจะมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูดการเขียนการพิมพ์การโฆษณาและการสื่อความหมายหรือวิธีอื่นเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองและก็ตาม แต่เนื่องด้วยข้าราชการจะต้องประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของทางราชการ

ดังนั้นการที่ข้าราชการได้ลงชื่อมาปฏิบัติราชการและได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายของรัฐบาล จะถือเป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิรัฐธรรมนูญรับรองไว้ และถือเป็นการปฏิบัติราชการหรือไม่ ดังเช่นคดีปกครองที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังฉบับนี้ เป็นกรณีของพนักงานเทศบาลผู้ฟ้องคดีได้ลงชื่อมาปฏิบัติราชการในสมุดบัญชีลงเวลาประมาณ 7 นาฬิกา


Advertisement

จากนั้นได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับการคัดค้าน การคัดข้าราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพออกจากราชการ 5 เปอร์เซ็นต์ ต่อรองนายกรัฐมนตรีและแจกเอกสารคัดค้านเรื่องดังกล่าวแก่สื่อมวลชนบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออนุมัติ จากผู้บังคับบัญชา ยื่นใบลาเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัว

ต่อมา คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีมติว่าผู้ฟ้องคดีกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (นายกเทศมนตรี)ได้มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผู้ฟ้องคดี 5 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากที่ผู้ฟ้องคดี อุทธรณ์และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด)มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์แล้วผู้ฟ้องคดีจึงได้นำคดีมาฟ้องขอให้ศาลปกครองพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว


Advertisement

โดยเห็นว่าการเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเป็นการส่งหนังสือราชการอันเป็นการให้ข้อมูลหรือเป็นพยานหรือเป็นการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการซึ่งมติคณะรัฐมนตรีให้ถือว่าการให้ข้อมูลหรือการเป็นพยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ประกอบกับผู้ฟ้องคดีใช้เวลาไปเพียง 2 ชั่วโมงกว่าและได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติจนเลิกงานเวลา 16.30 น.โดยไม่ปรากฏความเสียหายแก่ราชการแต่อย่างไร

การเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายรัฐบาลของผู้ฟ้องคดีเป็นการให้ข้อมูลหรือเป็น พยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการหรือไม่

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า หนังสือคัดค้านดังกล่าวมีข้อความที่ส่อเสียดไม่สุภาพและไม่เหมาะสมและพิจารณาเนื้อหาทั้งหมดแล้วเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวเพื่อคัดค้านนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมิใช่การให้ข้อมูลหรือการเป็นพยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการที่ข้าราชการผู้ให้ข้อมูลจะได้รับความคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือที่ นร 0205 /ว31 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2542

การที่ผู้ฟ้องคดีเดินทางไปยื่นหนังสือดังกล่าวจึงมิใช่การปฏิบัติหน้าที่ราชการนอกสถานที่แต่เป็นการปฏิบัติภารกิจส่วนตัวนอกสถานที่ซึ่งต้องได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อนประกอบกับผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการระดับหัวหน้างานย่อมทราบระเบียบปฏิบัติของทางราชการดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีลงเวลามาปฏิบัติราชการเวลา 7.00 น.

แล้วไปปฏิบัติกิจส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากผู้มีอำนาจและกรณีไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเรื่องที่ผู้ฟ้องคดีคัดค้านในวันนั้นหรือไม่

ผู้ฟ้องคดีจึงควรวางแผนและขออนุมัติหรือขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาให้ถูกต้อง กรณีนี้จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบของทางราชการมติคณะรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานห้องเดียวกับผู้ฟ้องคดีและรักษาการหัวหน้างานให้การสอดคล้องกันว่าในวันดังกล่าวผู้ฟ้องคดีไม่ได้อยู่ปฏิบัติงานที่สำนักงานแต่อย่างใดดังนั้นเมื่อหน้าที่การปฏิบัติราชการของผู้ฟ้องคดีเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในสถานที่ราชการต้นสังกัด

การที่ผู้ฟ้องคดีเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านโดยไม่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาซึ่งแม้ส่วนราชการ ต้นสังกัดจะไม่ได้รับความเสียหายและเป็นการเดินทางไป 2 ชั่วโมง ตามที่กล่าวอ้างก็ตาม

ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบของทางราชการตามวินัยข้อ 6 วรรคหนึ่งและไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการตามในข้อ 13 วรรคหนึ่งของประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัยการให้ออกจากราชการการอุทธรณ์การร้องทุกข์ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2544 การที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผู้ฟ้องคดี 5 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 3 เดือนจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 152 / 2557

คดีนี้นอกจากจะเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการที่ดีสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่และ ดำรงตนอยู่ในกรอบวินัยที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดและปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจอุตสาหะและเอาใจใส่อุทิศเวลาให้แก่ราชการไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการและไม่เบียดบังเวลาราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแล้วยังเป็นอุทาหรณ์ที่ดีว่าการออกนอกสถานที่ในเวลาราชการโดยพนักงานเพื่อไปทำภารกิจส่วนตัวอาจเป็นเหตุทำให้ข้าราชการผู้นั้นถูกลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรงได้ครับ

นายปกครอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบบวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2557

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

มาอีกแล้ว!! หลักสูตรปฐมวัย (พุทธศักราช 2560) จัดทำโดย โรงเรียนบ้านฝาผนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๗

มาอีกแล้ว!! หลักสูตรปฐมวัย (พุทธศักราช 2560) จัดทำโดย โรงเรียนบ้านฝาผนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาป..(7053)

คุณครูอ่านที่นี่! การเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามแนวหลักสูตรใหม่

คุณครูอ่านที่นี่! การเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามแนวหลักสูตรใหม่ ..(2558)

มาอีกแล้ว! ดาวน์โหลดเลย! แผนพัฒนาการศึกษา ระดับปฐมวัย

มาอีกแล้ว! ดาวน์โหลดเลย! แผนพัฒนาการศึกษา ระดับปฐมวัย ..(4458)

เทคนิคฝึกสมอง สำหรับคน สมาธิสั้น

เทคนิคฝึกสมอง สำหรับคน สมาธิสั้น..(2073)

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?..(13573)

อ่านที่นี่! เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ ให้คะแนนพุ่งสูง

อ่านที่นี่! เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ ให้คะแนนพุ่งสูง..(2537)

อึ้ง! พบ​เด็ก​มี ​ปัญหา ​พัฒนาการ ​ล่า​ช้า​เพิ่ม​ขึ้น

อึ้ง! พบ​เด็ก​มี ​ปัญหา ​พัฒนาการ ​ล่า​ช้า​เพิ่ม​ขึ้น ..(2710)

จะเร่งเรียน ให้ลูกไปทำไม? (ผลสุดท้ายเด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของสังคม)

จะเร่งเรียน ให้ลูกไปทำไม? (ผลสุดท้ายเด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของสังคม) ..(4349)


Tags
ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่
มีความผิดทางวินัย
MBA
IELTS
chulatutor