“ครูเก็บค่าอาหารกลางวันไว้ใช้ส่วนตัว...ต้องออกจากราชการ !”
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
“ครูเก็บค่าอาหารกลางวันไว้ใช้ส่วนตัว...ต้องออกจากราชการ !”
Advertisement

“ครูเก็บค่าอาหารกลางวันไว้ใช้ส่วนตัว...ต้องออกจากราชการ !”

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-04-02 เปิดอ่านแล้ว : 11516 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

“ครูเก็บค่าอาหารกลางวันไว้ใช้ส่วนตัว...ต้องออกจากราชการ !”

Advertisement

“ครูเก็บค่าอาหารกลางวันไว้ใช้ส่วนตัว ต้องออกจากราชการ !”

คดีปกครองฉบับนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยข้าราชการครูที่กระทําผิดต่อหน้าที่ ในมูลความผิดเดียวกันหลายครั้ง โดยเป็นการกระทําต่างกรรมต่างวาระกัน

แต่การที่ข้าราชการดังกล่าวได้ถูกดําเนินการทางวินัย โดยได้รับการลดโทษจากปลดออกจากราชการ เป็นให้ตัดเงินเดือน และต่อมามีการสั่งลงโทษให้ไล่ออกจากราชการในความผิดเดียวกันนี้อีกจากเหตุที่เกิดขึ้นคนละคราว จะทําให้คําสั่งลงโทษครั้งหลังเป็นคําสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่


Advertisement

ข้อเท็จจริงคือ ผู้ฟ้องคดีถูกกล่าวหากระทําผิดวินัยว่าใช้อํานาจเบิกถอนเงินงบประมาณ โครงการ อาหารกลางวันและโครงการอาหารเสริม (นม) ของโรงเรียนมาเก็บรักษาไว้กับตนเองเป็นจํานวนมากหลายครั้ง โดยไม่ถูกต้อง ตามระเบียบ (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2541 จนถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2543) จนมียอดเงินสะสมอยู่ที่ผู้ฟ้องคดีจํานวน 79,042 บาท แต่กลับไม่มีเงินดังกล่าวให้ทางราชการตรวจสอบ ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ทําหนังสือรับสภาพหนี้ยอมรับความผิด ตามข้อกล่าวหาและได้ชดใช้เงินคืนเต็มจํานวนในเวลาต่อมา

อ.ก.ค. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีมติเห็นว่าเป็นการทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 85 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 (ขณะเกิดเหตุ) และให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) จึงมีคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 2686/2547 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2547 ลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดี ออกจากราชการตามมติดังกล่าว


Advertisement

ภายหลังผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คําสั่งและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา) มีมติยกอุทธรณ์ จึงฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคําสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ และเห็นว่า ก่อนหน้านี้ ตนเคยถูกลงโทษทางวินัยตัดเงินเดือน เพราะกระทําผิดวินัยจากการใช้อํานาจเบิกถอนเงินอาหารกลางวัน ของโรงเรียนมาเก็บรักษาไว้เมื่อปี พ.ศ. 2541 มาแล้ว จึงขอให้ลงโทษตัดเงินเดือนตามเดิม คําสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ เป็นคําสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ฟ้องคดีทําหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เป็นหลักฐานอย่างชัดเจน โดยยอมรับว่าเป็นผู้เก็บรักษาเงินของโครงการไว้กับตัวเป็นเงินจํานวน 79,042 บาท จึงเชื่อได้ว่าผู้ฟ้องคดีกระทําผิด ตามข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นการกระทําผิดวินัยฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบ ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา 82 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 85 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชพลเรือน พ.ศ. 2535

ซึ่งมี ระดับการลงโทษให้ปลดออกหรือไล่ออกจากราชการตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และผู้ฟ้องคดีไม่อาจ อ้างกรณีที่เคยถูกดําเนินการทางวินัยในเรื่องเดียวกันและเคยมีคําสั่งให้ลงโทษตัดเงินเดือนนั้นได้ เนื่องจากเป็นคําสั่ง ลงโทษในพฤติกรรมการกระทําความผิดที่เกิดขึ้นก่อนการกระทําความผิดตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่ 2686/2547 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2547 ซึ่งเป็นการกระทําความผิดที่ต่างกรรมต่างวาระกัน จึงไม่อาจนํามา เปรียบเทียบกันได้ อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น

ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคําสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจ ที่ชอบแล้ว คําสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการจึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. 814/2558)

คดีน้ีถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสําหรับข้าราชการทุกระดับที่จะต้องรักษาระเบียบวินัยทางราชการอย่างเคร่งครัด การอาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ของตนทำการเบิกถอนเงินของทางราชการมาเก็บไว้เพื่อแสวงหา ประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ ย่อมเป็นการทุจริตต่อหนาที่ราชการและจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือ ระเบียบของทางราชการที่ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงซ่ึ่งมีโทษสองสถาน คือ ปลดออกกับไล่ออกจากราชการและ แม้จะเป็นการกระทำผิดในมูลกรณีเดียวกันที่ต่อเนื่องกันมาแต่หากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระกันแล้ว ผู้บังคับบัญชาหรืออผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษทางวินัยย่อมจะใช้ดุลพินิจลงโทษได้อีกตามความเหมาะสมกับความผิด โดยที่ไม่ถือว่าเป็นการสั่งลงโทษซ้ำครับ !

นายปกครอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง คอลัมน์คดีปกครอง ฉบับวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2559

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

มาอีกแล้ว!! หลักสูตรปฐมวัย (พุทธศักราช 2560) จัดทำโดย โรงเรียนบ้านฝาผนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๗

มาอีกแล้ว!! หลักสูตรปฐมวัย (พุทธศักราช 2560) จัดทำโดย โรงเรียนบ้านฝาผนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาป..(7049)

คุณครูอ่านที่นี่! การเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามแนวหลักสูตรใหม่

คุณครูอ่านที่นี่! การเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามแนวหลักสูตรใหม่ ..(2557)

มาอีกแล้ว! ดาวน์โหลดเลย! แผนพัฒนาการศึกษา ระดับปฐมวัย

มาอีกแล้ว! ดาวน์โหลดเลย! แผนพัฒนาการศึกษา ระดับปฐมวัย ..(4458)

เทคนิคฝึกสมอง สำหรับคน สมาธิสั้น

เทคนิคฝึกสมอง สำหรับคน สมาธิสั้น..(2071)

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?..(13571)

อ่านที่นี่! เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ ให้คะแนนพุ่งสูง

อ่านที่นี่! เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ ให้คะแนนพุ่งสูง..(2537)

อึ้ง! พบ​เด็ก​มี ​ปัญหา ​พัฒนาการ ​ล่า​ช้า​เพิ่ม​ขึ้น

อึ้ง! พบ​เด็ก​มี ​ปัญหา ​พัฒนาการ ​ล่า​ช้า​เพิ่ม​ขึ้น ..(2710)

จะเร่งเรียน ให้ลูกไปทำไม? (ผลสุดท้ายเด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของสังคม)

จะเร่งเรียน ให้ลูกไปทำไม? (ผลสุดท้ายเด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของสังคม) ..(4349)


Tags
“ครูเก็บค่าอาหารกลางวันไว้ใช้ส่วนตัว...ต้องออกจากราชการ
!”
MBA
IELTS
chulatutor