“เจ้าหน้าที่ การเงิน” มีส่วนให้เกิด การทุจริต ... ต้องรับผิดทุกคน ! คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
“เจ้าหน้าที่ การเงิน” มีส่วนให้เกิด การทุจริต ... ต้องรับผิดทุกคน ! คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
Advertisement

“เจ้าหน้าที่ การเงิน” มีส่วนให้เกิด การทุจริต ... ต้องรับผิดทุกคน ! คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-04-08 เปิดอ่านแล้ว : 11270 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

“เจ้าหน้าที่ การเงิน” มีส่วนให้เกิด การทุจริต ... ต้องรับผิดทุกคน ! คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

Advertisement

“เจ้าหน้าที่การเงิน” มีส่วนให้เกิดการทุจริต ... ต้องรับผิดทุกคน !

จัดทําโดยนางสาวสุนันทา ศรีเพ็ง พนักงานคดีปกครองชํานาญการ กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง

ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเกี่ยวกับการเงิน การคลัง การงบประมาณและการบัญชีของ ส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะต้องถือปฏิบัติตาม กฎหมายและระเบียบที่กําหนดในเรื่องนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้จ่ายเงินราชการเกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดอาศัยโอกาสหรือช่องทางกระทําการทุจริต เบียดบังหรือยักยอกเงินของทางราชการ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้หนึ่งผู้ใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย


Advertisement

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนําเงิน ส่งคลัง ระเบียบสําคัญที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชีและการคลังต้องทําความเข้าใจและ ถือปฏิบัติ เช่น ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งตามข้อ ๕๔ ของระเบียบดังกล่าวกําหนดให้ เงินที่ขอเบิกจากคลังเพื่อการใด ให้นําไปจ่ายได้เฉพาะเพื่อการนั้น

และข้อ ๓๘ ประกอบข้อ ๓๘ ทวิ (๑) ของ ระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนําเงินส่งคลังของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งปัจจุบันคือ ข้อ ๔๗ ประกอบ ข้อ ๔๔ (๑) ของระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนําเงินส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กําหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายเงินในทํานองเดียวกันว่า การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเช็คและในกรณีซื้อทรัพย์สิน ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้ ขีดฆ่าคําว่า “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมด้วย นอกจากนี้ ยังมี บทบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอีกด้วย


Advertisement

คดีปกครองที่นํามาฝากกันในฉบับนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความรับผิดของเจ้าหน้าที่ และพฤติการณ์ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน การคลัง การงบประมาณและการบัญชี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทั้งผู้อํานวยการกองคลัง ผู้มีอํานาจลงลายมือชื่อในเช็ค เจ้าหน้าที่ผู้ทําหน้าที่เขียนเช็ค เจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจอนุมัติ เจ้าหน้าที่ที่ทําหน้าที่รายงานงบเดือน ต้องรับผิด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับหน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเสียหาย แต่หน่วยงานของรัฐกลับมีคําสั่งให้ เฉพาะเจ้าหน้าที่บางคนเท่านั้นที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ข้อเท็จจริงในคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่นางสาวพร ตําแหน่งหัวหน้างานบริหารและธุรการทั่วไป สังกัดกองห้องสมุดและได้รับมอบหมายให้จัดซื้อหนังสือและวารสารต่างประเทศเข้าห้องสมุดอีกหน้าที่หนึ่ง ยักยอกเงินราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ประกอบด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน จํานวน ๒,๔๓๗,๕๔๑.๓๕ บาท และเงินนอกงบประมาณ (เงินรายได้ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (มหาวิทยาลัย) จํานวน ๗๕๔,๗๑๓ บาท โดยมี เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอันเป็นเหตุให้นางสาวพรกระทําการทุจริต ดังนี้

กรณีเงินงบประมาณ นางสาวพรได้จัดซื้อหนังสือและวารสาร โดยมีผู้ฟ้องคดีซึ่งขณะนั้น ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการกองคลัง กับเจ้าหน้าที่อีกสองคน คือ นายเนียร และนางบุษ ได้ร่วมกันลงลายมือชื่อ อนุมัติจ่ายเช็คระบุชื่อนางสาวพร โดยไม่ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้

กรณีเงินนอกงบประมาณ ผู้ฟ้องคดีได้เสนอความเห็นและนายพีได้อนุมัติให้นางสาวพรยืมเงิน รายได้ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ทราบว่ามีเงินคงค้างและเกินกําหนดระยะเวลาการส่งหลักฐานใบสําคัญคู่จ่าย

โดยมีนายสมเป็นผู้ลงนามอนุมัติให้นางสาวพรจัดซื้อวารสารและหนังสือโดยวิธีตกลงราคา ครั้งหนึ่งเกินกว่า 900,000 บาท และนายเชียรซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยผู้อํานวยการกองคลัง และเป็นหัวหน้างานงบประมาณและการเงิน มีหน้าที่ควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณ ได้ดําเนินการเบิกจ่ายงบประมาณและสั่งให้นางสาวดา พนักงานการเงินและบัญชี ผู้ใต้บังคับบัญชาออกเช็คสั่งจ่ายระบุชื่อ นางสาวพร โดยมิได้ให้จัดทําสัญญายืมเงิน

นอกจากนี้ ยังมีนายจรูญซึ่งเป็นพนักงานธุรการ ทําหน้าที่ช่วยด้านการเงินและบัญชี ได้จัดทํารายงานงบเดือนโดยรู้ว่าใบสําคัญคู่จ่ายไม่ครบถ้วน แต่ได้จัดทํารายงานอันเป็นเท็จว่ามีหลักฐานครบถ้วน

จากพฤติการณ์ดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (อธิการบดีมหาวิทยาลัย) ได้ออก คําสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลังให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดร้อยละ ๒๐ ของเงินงบประมาณที่ได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน ๕๑๗,๕๑๖.๒๗ บาท และให้นายเชียรรับผิดร้อยละ ๓๐ ของเงินงบประมาณที่ได้รับความเสียหาย

ส่วนเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ มิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย สําหรับเงินนอกงบประมาณได้ให้นางสาวพรจัดทําสัญญายืมเงิน ตามหลักเกณฑ์แล้ว จึงไม่จําต้องรับผิดแต่อย่างใด

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนําคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองขอให้ มีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้เพิกถอนคําสั่งดังกล่าว

การกําหนดความรับผิดเฉพาะเงินงบประมาณ โดยมีคําสั่งให้ผู้ฟ้องคดีและนายเชียรรับผิด โดยมิได้ให้เจ้าหน้าที่อื่นร่วมรับผิดด้วย ถือได้ว่าเป็นการใช้อํานาจโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้อํานวยการกองคลัง มีอํานาจหน้าที่ปฏิบัติงาน เกี่ยวกับการเงิน การงบประมาณและการบัญชี ย่อมต้องมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและระเบียบมากกว่า บุคคลอื่นเนื่องจากเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่ของตน การที่ผู้ฟ้องคดี นายเนียร และนางบุษ ได้ร่วมกันอนุมัติ จ่ายเช็คระบุชื่อนางสาวพร โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องว่าจะต้องสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้ เป็นการฝ่าฝืน ข้อ ๓๘ ทวิ (๑) ของระเบียบการเก็บรักษาเงินฯ พ.ศ. ๒๕๒๐ และข้อ ๕๔ ของระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐ หากได้ตรวจสอบเพียงเล็กน้อยก็จะทราบถึงการฝ่าฝืนดังกล่าว กรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ การที่ผู้ฟ้องคดีให้ความเห็นและนายพีได้อนุมัติให้นางสาวพรยืมเงินรายได้ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ทราบว่ามีเงินคงค้าง เป็นการฝ่าฝืนข้อ ๔๒ ของระเบียบการเก็บรักษาเงินฯ พ.ศ. ๒๕๒๐ นายสมผู้อนุมัติให้นางสาวพรจัดซื้อวารสารและหนังสือโดยวิธีตกลงราคาครั้งหนึ่งเกินกว่า 900,000 บาท เป็นการฝ่าฝืนข้อ ๑๔ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ นายเชียรและนางสาวดา ซึ่งทําหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน ย่อมรู้กฎหมายเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังและ กฎหมายที่เกี่ยวข้องดีกว่าคนอื่น แต่ได้เขียนเช็คสั่งจ่ายโดยระบุชื่อนางสาวพร โดยมิได้จัดให้นางสาวพรยืมเงิน เป็นการฝ่าฝืนข้อ ๓๘ ทวิ ของระเบียบการเก็บรักษาเงินฯ พ.ศ. ๒๕๒๐ และนายจรูญซึ่งมิได้รวบรวม หลักฐานใบสําคัญคู่จ่ายอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ เป็นการฝ่าฝืนข้อ ๖๘ ของระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐ กรณีจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเช่นเดียวกัน

เมื่อความเสียหายที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รับเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงิน ไม่ใส่ใจรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ แต่กลับช่วยกันปกปิดและ ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายจากการกระทํา ของนางสาวพร ที่อาศัยโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่จงใจนําเงินของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

ดังนั้น การกําหนดความรับผิดเฉพาะกรณีเงินงบประมาณโดยให้ผู้ฟ้องคดีและนายเชียรรับผิด แต่มิได้ให้เจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องรับผิดด้วย จึงไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สอดคล้องกับ มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ (คําพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๖๑๓/๒๕๕๕) คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า คําสั่งให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดเป็นเงิน ๕๐๗,๕๑๖.๒๗ บาท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

และเนื่องจากพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มีเจตนารมณ์ที่จะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ผู้ทําละเมิด โดยให้คํานึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทํา และความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยไม่ต้องให้ใช้เต็มจํานวนความเสียหาย และถ้าการละเมิด เกิดจากความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดําเนินงานส่วนรวม ให้หักส่วนแห่งความรับผิดดังกล่าว ออกด้วย

ทั้งในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนก็มิให้นําหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ และ ให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น แม้ว่าผู้ฟ้องคดีและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะมิได้มีส่วนในการทุจริต และการสั่งจ่ายเช็คก็เพื่อให้นําเงินไปจ่ายแก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน โดยมิได้มีเจตนาให้นําไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวก็ตาม

แต่การปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังที่เพียงพอ ย่อมเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต ดังนั้น เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนจึงต้องรับผิดในผลของการกระทํา โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงตามตําแหน่งหน้าที่ของตน แต่จะต้องรับผิดภายหลังจากหักส่วนความรับผิด ของหน่วยงานของรัฐเพียงใดนั้น

คําพิพากษาศาลปกครองในคดีนี้มีคําตอบสําหรับเป็นแนวทางในการวินิจฉัย ความรับผิด อีกทั้งคดีนี้ยังถือได้ว่าเป็นอุทาหรณ์และบรรทัดฐานการปฏิบัติราชการที่ดีสําหรับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง การงบประมาณและการบัญชีได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว

ที่มา : กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

มาอีกแล้ว!! หลักสูตรปฐมวัย (พุทธศักราช 2560) จัดทำโดย โรงเรียนบ้านฝาผนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๗

มาอีกแล้ว!! หลักสูตรปฐมวัย (พุทธศักราช 2560) จัดทำโดย โรงเรียนบ้านฝาผนัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาป..(7049)

คุณครูอ่านที่นี่! การเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามแนวหลักสูตรใหม่

คุณครูอ่านที่นี่! การเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามแนวหลักสูตรใหม่ ..(2557)

มาอีกแล้ว! ดาวน์โหลดเลย! แผนพัฒนาการศึกษา ระดับปฐมวัย

มาอีกแล้ว! ดาวน์โหลดเลย! แผนพัฒนาการศึกษา ระดับปฐมวัย ..(4458)

เทคนิคฝึกสมอง สำหรับคน สมาธิสั้น

เทคนิคฝึกสมอง สำหรับคน สมาธิสั้น..(2071)

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?

ไม่เลื่อนเงินเดือน เพราะ“กระด้างกระเดื่อง” ต่อผู้บังคับบัญชา !?..(13571)

อ่านที่นี่! เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ ให้คะแนนพุ่งสูง

อ่านที่นี่! เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ ให้คะแนนพุ่งสูง..(2537)

อึ้ง! พบ​เด็ก​มี ​ปัญหา ​พัฒนาการ ​ล่า​ช้า​เพิ่ม​ขึ้น

อึ้ง! พบ​เด็ก​มี ​ปัญหา ​พัฒนาการ ​ล่า​ช้า​เพิ่ม​ขึ้น ..(2709)

จะเร่งเรียน ให้ลูกไปทำไม? (ผลสุดท้ายเด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของสังคม)

จะเร่งเรียน ให้ลูกไปทำไม? (ผลสุดท้ายเด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของสังคม) ..(4349)


Tags
“เจ้าหน้าที่
การเงิน”
มีส่วนให้เกิด
การทุจริต
...
ต้องรับผิดทุกคน
!
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
MBA
IELTS
chulatutor