สอบครูผู้ช่วย สอบบรรจุครู ข่าวการศึกษา
อยากให้ทุกท่านอ่าน!! โกงอาหารกลางวัน...จริงหรือ.!! 20 บาทต่อหัวพอหรือไม่!!
อยากให้ทุกท่านอ่าน!! โกงอาหารกลางวัน...จริงหรือ.!! 20 บาทต่อหัวพอหรือไม่!!

Advertisement

อยากให้ทุกท่านอ่าน!! โกงอาหารกลางวัน...จริงหรือ.!! 20 บาทต่อหัวพอหรือไม่!!

(ลงประกาศเมื่อวันที่ 2018-06-10 เปิดอ่านแล้ว : 44574 ครั้ง)

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

อยากให้ทุกท่านอ่าน!! โกงอาหารกลางวัน...จริงหรือ.!! 20 บาทต่อหัวพอหรือไม่!!

โกงอาหารกลางวัน...จริงหรือ.!!!
ดร.ศราวุธ สุตะวงค์.
09/06/61

ข่าวครึกโครม กรณี ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา
ที่ภาคใต้ หลายท่านฟัง หรืออ่านข่าวแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้าง คงคิดกันไปต่าง ๆ นานาว่า ทำไมผอ.ถึงโกงเด็กได้ขนาดนี้ ใจดำจริง ๆ หรือบางท่านบอกว่าไม่จริงมั้ง เงิน 20 บาทจะโกงอะไรได้ มันมีอะไรเคลือบแคลงสงสัยกันแน่ หรือครูในโรงเรียนทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า ถึงสาวไส้กัน ให้นักข่าวเอามาตีแผ่อย่างสนุกและเมามันส์ หรือบางคนบอกว่ารู้สึกเฉย ๆ เพราะข่าวหรือสื่อมวลชนยุคปัจจุบัน ต้องฟังหูไว้หู เพราะความจริงที่สุดคนที่รู้ดีคือครู นักเรียน และผอ.รร. แห่งนั้น ข่าวผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลาจึงไม่แพ้ข่าวหวยครูปรีชา และข่าวจับสึกพระดัง ซึ่งข่าวบ้าน ๆ แบบนี้ สามารถชิงพื้นที่สื่อ และนำเสนอหรือขายข่าวได้หลายสัปดาห์กันเลยทีเดียว


โครงการอาหารกลางวันนักเรียน เริ่มขึ้นในปีพ.ศ.2535 ในระดับประถมศึกษา และขยายให้ในระดับก่อนประถมในปีพ.ศ. 2536 รัฐบาลจัดสรรให้หัวละ 13 บาท/คน/วัน ผ่านศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานประถมศึกษาจังหวัด/อำเภอ และลงสู่สถานศึกษาให้บริหารจัดการโครงการอาหารกลางวัน ช่วงแรก ๆ โรงเรียนต่าง ๆ ต่างปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ทำเกษตรในโรงเรียนเพื่อสนับสนุนโครงการให้สำเร็จยิ่งขึ้น เด็กจะได้กินอิ่มและอาหารครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ 


ต่อมาพรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่อปท. พ.ศ. 2542 มาตรา 30 (1) กำหนด ให้ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะที่รัฐดำเนินการอยู่ให้แก่อปท. เงินอุดหนุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา จึงได้ถ่ายโอนให้กับอปท. ในปีงบประมาณ 2544 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการบริหารงบประมาณตามโครงการถ่ายโอนงาน/กิจกรรม บริการสาธารณะให้แก่อปท. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2544 หัวละ 13 บาท/คน/วัน กระทั้งปีพ.ศ.2556 ครม. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เห็นควรปรับเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันจาก 13 บาท/คน/วัน เป็น 20 บาท/คน/วัน โดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นปรับเพิ่มการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ทั้งนี้ งบประมาณในการดำเนินการให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ การรับโอนเงิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้โอนเงินให้กับจังหวัด และจังหวัดให้อปท. และอปท.โอนจัดสรรต่อให้กับโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการ ตามโครงการ หรืออปท.บางแห่งเป็นผู้ดำเนินการจัดหาอาหารให้กับโรงเรียนเอง


การเบิกจ่ายงบประมาณโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน เป็นไปตามระเบียบพัสดุของหน่วยงานต้นสังกัดของตนเอง มีการตรวจติดตามการใช้จ่ายงบประมาณจากหน่วยตรวจสอบภายในของตนเอง และหรือหน่วยงานจากภายนอกอาทิ สตง. อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว โรงเรียนสามารถเบิกจ่ายโครงการอาหารกลางวันดังกล่าว ได้ถึง 3 วิธี ได้แก่ การจัดซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารให้นักเรียน การจ้างเหมาทำอาหารให้นักเรียน และวิธีการจ่ายเงินสดให้นักเรียนโดยตรง ทั้ง 3 วิธีโรงเรียนจะเป็นผู้เลือกหรือดำเนินการให้เหมาะสมกับจำนวนนักเรียน ขนาดของโรงเรียน หรือระเบียบปฏิบัติตามหน่วยงานสังกัดของตนเอง เป็นต้น


งบประมาณโครงการอาหารกลางวัน รวมถึงงบประมาณอาหารเสริม(นม) เป็นงบประมาณที่อปท.ก็ไม่อยากได้หรือรับผิดชอบ เพราะรัฐบาลทุกยุคสมัย เลี่ยงบาลีหรือศรีธนญชัยในการผลักงบประมาณสู่อปท. เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายกำหนด ไม่น้อยกว่า 25 % ซึ่งงบประมาณก้อนใหญ่เหล่านี้ผลักผ่านมือ อปท.เท่านั้น แรก ๆ อปท.หลายแห่งดำเนินการเองจนโรงเรียนต่าง ๆ บ่นกันทั้งประเทศ ไม่อยากที่จะตรวจรับงาน เพราะคนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ คนกินไม่สามารถควบคุม หรือตรวจสอบคุณภาพได้ ปัจจุบันอปท.ส่วนใหญ่ผลักงบให้สถานศึกษาและให้ดำเนินการเอง ต้องขอชื่นชมหลาย ๆ อปท.เพิ่มงบประมาณให้มากกว่า 20 บาท/หัว/คน ตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ และหรือสถานะการเงิน การคลังของอปท.ตนเอง ซึ่งสามารถกระทำได้ เพราะเด็กนักเรียนในเขต อปท.นั้น ๆ คือบุตรหลานของตนเองทั้งสิ้น
เหตุจากข่าว “ผอ.ขนมจีนคลุกน้ำปลา” ผู้เขียนจะไม่ปกป้องท่านผอ.ตามข่าว หากมีการทุจริต หรือคดโกงค่าอาหารเด็กจริง ๆ มีการลดคุณภาพ ลดปริมาณ เพื่ออยากได้ส่วนต่างหรือกำไร จนนักข่าวทีวีหลายช่องอ่านประโคมสนุกปาก เมามันส์ เหมารวมว่าโรงเรียนอีก 30,000 กว่าโรงเรียนในประเทศนี้เป็นเช่นเดียวกันหมด หลายประเด็นรู้ไม่จริง คลาดเคลื่อน และบิดเบือน ตรรกะที่ผู้เขียนจะชวนผู้อ่านคิดต่อ คือ งบประมาณ 20 บาท/คน/วัน จะทำอาหารให้มีคุณภาพ หรือถูกต้องตามหลักโภชนาการ 5 หมู่ได้จริงหรือ ไหนจะค่าจ้างแม่ครัว ค่าน้ำ ค่าไฟในการประกอบอาหาร ค่าแก๊ส ค่าไข่ฟองละ 3-4 บาท ผักบุ้งกิโลละ 30-70 บาท มะนาวบางทีแพงถึงลูกละ 5-10 บาท ไม่ต้องพูดถึงข้าวสาร หมู ไก่ หรือเน้ือ มีแต่ราคาขยับขึ้นไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ตามร้านค้า หรือตลาดทั่ว ๆ ไป ไม่เห็นแล้วราคา 20-30 บาท 45 บาทขึ้นไปแทบทั้งสิ้น

เพราะแม้แต่น้ำมันเชื่อเพลิงของประเทศเราก็ขึ้นเอา ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อราคาของสินค้าอุปโภคและบริโภคทุกชนิด หากสถานศึกษาเลือกวิธี การจ้างเหมาทำอาหารกลางวันให้นักเรียน ก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบในการหาผู้รับจ้าง มีการประมูลและเสนอเมนูอาหารให้กับสถานศึกษาตัดสินใจ หลักการเหมือนดูดี แต่โดยหลักการค้า การขาย ต้องหวังได้งานและกำไร ต่างห้ำหั่นราคากัน จาก 20 บาท/คน/วัน บางแห่งลดลงถึง 10-12 บาท และอาหารที่จะจัดให้นักเรียนจะมีคุณภาพอย่างไร สรรพกรก็ตามเก็บภาษีรายได้จากการประมูลอาหารโรงเรียนเป็นแบบขั้นบันได บ่อยครั้งใกล้จะปิดเทอม งบประมาณที่จะผลักมาให้โรงเรียนยังมาไม่ถึง เพราะเส้นทางมันยาว จนทำให้พ่อค้า แม้ค้า หลายรายกระอักกระอ่วน ได้งานแต่ไม่ได้กำไร ยอมถอยไม่รับงาน ทิ้งงาน จึงตกเป็นภาระของโรงเรียน ต้องเลือกวิธีการจัดซื้อวัสดุมาประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียน ผู้ปกครองบางสถานศึกษากระโดดเข้ามาช่วย เพิ่มงบ เพิ่มเงินให้บุตรหลานตนเองเพื่อจะได้ทานอาหารแบบ “กินอิ่มและมีคุณภาพ” ปัญหาอาหารกลางวันโรงเรียนไม่ค่อยเกิดขึ้น กับโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนไฮโซชื่อดังต่าง ๆ แต่น่าเสียดายวิกฤติปัญหาดังกล่าว สถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นบางแห่ง ต่างโยนปัญหากันไปมา และเฝ้าค่อยจับผิดซึ่งกันและกัน แม้แต่ผู้บริหารระดับต่าง ๆ พอเห็นปัญหาโครงการอาหารกลางวันตรงไหนโป่งขึ้น แผลที่กลบไว้ปริแตก ต่างแอคชั่นทำท่าทางขึงขัง ตำหนิการโกงอาหารกลางวันนักเรียน ตีปี๊บตีข่าวถึงขั้นจะต้องตรวจโกงโครงการดังกล่าวทั่วประเทศ ไม่มีใครเห็นใจโรงเรียนหรือสถานศึกษาเลยว่า ปัญหานี้มันเป็น “ปัญหาระดับชาติ” แล้วเราจะช่วยกันแก้อย่างไร...เสียมากกว่า.

 


Advertisement

และในโอกาสนี้ขอนำเสนอข้อมูลจากท่าน  Add Mekong  ดังนี้ครับ

เห็นข่าวโหมประโคมข่าวโรงเรียนภาคใต้ทานขนมจีนคลุกน้ำปลา ในเริ่มต้นก็มุ่งเป้าไปโรงเรียนเดียวก็พอรับได้ หลังๆมาเห็นนักข่าวหลายช่องอ่านประโคมสนุกปากเหมารวมเฉกเช่นโรงเรียนอีก30,000 กว่าโรงเรียนในประเทศเป็นเช่นนั้นหมด หลายประเด็นรู้ไม่จริงคลาดเคลื่อนบิดเบือน เช่น

1.คิดว่าเงินที่ได้จากอาหารกลางวันได้รับอุดหนุนมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จริงแล้วเงินนี้เป็นเงินกระทรวงศึกษาธิการ เพียงแต่กฏหมายกระจายอำนาจกำหนดให้โอนผ่านไปทางท้องถิ่น แล้วให้ ท้องถิ่นโอนให้โรงเรียน (เงินฝากผ่านมือเฉยๆไม่ใช่เงินท้องถิ่นครับ)เงินอุดหนุนอาหารเสริมนมด้วยเช่นกันก็ฝากผ่านมือ พอเกิดเหตุการณ์นี้หลายท้องถิ่นเข้ามาตรวสอบจับผิดกันเป็นทิวแถว ก็ดีครับเป็นการร่วมกันตรวจสอบ แต่ทำให้ตลอดเวลา หลายครั้งหลายเวลา ท้องถิ่นเก็บเงินอุดหนุนอาหารกลางวันไว้นาน ไม่ทวงไม่จ่าย โรงเรียนหลายโรงเรียนต้องสำรองเงินจ่ายหลายสิบวัน บางโรงเรียนไม่มีเงินต้องขอทอดผ้าป่ามาช่วยสมทบอาหารกลางวันก่อน. ทุกโรงเรียนต้องดิ้นรนยามงบมาช้าเพื่อให้นักเรียนมีข้าวรับประทาน การดิ้นกันเองแบบนี้ไม่มีข่าวประโคมสร้างความเห็นใจ

2.เงินอุดหนุนอาหารกลางวันหัวละ20 บาทนะครับไม่ใช่ หลายสิบบาท 20 บาทตอนนี้ทานก๋วยเตี๋ยวยังยากครับ ซื้อแกงถุงก็ไม่มีราคานี้ กินก๋วยเตี๋ยว กินข้าวแกง ก็ไม่มีราคานี้ กินอะไรๆก็ไม่มีราคานี้ แต่ที่โรงเรียนอยู่ได้เพราะถัวเฉลี่ยว่าน้องอนุบาลทานน้อย พี่ป.โตๆ ทานมาก 20 บาท และบากหน้าขอๆๆผู้ใจบุญมาบริจาคช่วย นักข่าวเสนอแสน สนุกปาก แสนมันส์ในอารมณ์ต้อง ครบ5 หมู่มีขนมครบครัน เป็นไปได้ยากมากๆครับ เพราะ 20 บาทหมายถึงต้นทุนทุก อย่าง ค่าข้าว ค่ากับข้าว ค่าเครื่องปรุง ค่าจ้างแม่ครัว ค่าแก๊ส ค่าไฟ ค่าน้ำ ทีต้องใช้เยอะมากเพื่อความสะอาดด, ค่าน้ำยาล้างจาน และที่สำคัญ 20 บาทของโรงเรียนนักเรียนทานหลายรอบหลายจานจนอิ่มครับ โรงเรียนส่วนใหญ่ตระหนักครับเรื่องเมนูอาหาร แต่จะให้ทำเมนูข้าวหมูแดงทุกวันเช่นนี้ทำยากครับ ต้นทุนสูงเด็กทานหลายจาน ดังนั้นปกติโรงเรียนใน5 วันก็จะมีเมนูต้นทุนต่ำบ้าง ต้นทุนสูงบ้างปะปนกันไป. ถ้าอยากให้มีครบ เมนูดีทุกครับช่วยเสนอข่าวเพิ่มเงินอุดหนุนอาหารกลางวันให้เท่ากับราคาข้าวแกงกรือก๋วยเตี๋ยว ทั่วไปด้วย 30-40 บาท ต่อหัวต่อคน ด้วยครับ

3.เงินอาหารกลางวันได้เฉพาะนักเรียนอนุบาลถึงป.6.เท่านั้น บางโรงเรียนมีนักเรียนถึงชั้นม.3 ครับซึ่งม.1-ม.3 นี่ไม่ได้งบประมาณ แต่หลายโรงเรียนก็ถัวจ่ายทำรวมๆให้ม.1-ม.3 ทานฟรีอีกด้วย เงินไม่พอหรอกครับ20 บาทต่อหัว หลายโรงเรียนผอ.ต้องออกประสานขอๆๆๆข้าวสารตามวัด ตามมูลนิธิ ดิ้นรนทุกทางเพื่อให้นักเรียนได้กินได้อิ่มท้อง โรงเรียนดีๆมีเยอะครับ เสนอข่าวกันด้วยครับ


การนำเสนอครั้งนี้ไม่ใช่เข้าข้างโรงเรียนที่ผอ.ให้ทานขนมจีนคลุกน้ำปลา. ผอ.ไม่ดีไม่คุณภาพก็ควรจัดการ. แต่ในประเทศยังมีผอ.ดีๆ ครูดีๆ โรงเรียนดีๆอีกเยอะแยะมากมายครับ อย่าเหมารวม และอยากให้รู้จริงทุกแง่มุมก่อน วิพากย์และสรุปครับ

(ขอบคุณโพสจาก FB : ท่าน เอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ )
รองฯผอ.สพป.นครนายก

 

ขอบคุณที่มา : facebook ท่าน  Add Mekong  เป็นอย่างสูงครับ

Advertisement

**เปิดอ่านข่าวน่าสนใจ**

Advertisement

ด่วน!! สพฐ.เผย สอบ ผอ.-รองผอ. รร. มี/ไม่มี สอบข้อเขียน 25 ต.ค.รู้แน่!!

ด่วน!! สพฐ.เผย สอบ ผอ.-รองผอ. รร. มี/ไม่มี สอบข้อเขียน 25 ต.ค.รู้แน่!!..(7075)

เช็กที่นี่!! 27 จังหวัดที่มีข่าวเรียกบรรจุ ครูผู้ช่วย รอบ 2  ปี 2561

เช็กที่นี่!! 27 จังหวัดที่มีข่าวเรียกบรรจุ ครูผู้ช่วย รอบ 2 ปี 2561..(2208)

สอบเข้า ป.1ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง  ไม่สามารถลงโทษปรับเงินได้

สอบเข้า ป.1ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ไม่สามารถลงโทษปรับเงินได้ ..(1066)

สพฐ.เผยแนวโน้มในอนาคต จะเพิ่มข้อสอบอัตนัย ในแบบฝึกท้ายบทให้มากขึ้น!!

สพฐ.เผยแนวโน้มในอนาคต จะเพิ่มข้อสอบอัตนัย ในแบบฝึกท้ายบทให้มากขึ้น!!..(3723)

คุณครูรู้ยัง!! ข้อสอบปลายปี ที่สามารถนำไปสอบได้ 1. ต้องมีแบบเขียนตอบ 2. ต้องวัดความคิดขั้นสูง 3. ต้องตรงตามมาตรฐาน/ตัวชี้วัดฯ 	4. กระบวนการพัฒนาต้องได้มาตรฐาน

คุณครูรู้ยัง!! ข้อสอบปลายปี ที่สามารถนำไปสอบได้ 1. ต้องมีแบบเขียนตอบ 2. ต้องวัดความคิดขั้นสูง 3. ต้อ..(15415)

คุณครูอ่านด่วน!! สพฐ. ประกาศ แนวทาง การใช้ข้อสอบ ในการสอบปลายปี ของผู้เรียน

คุณครูอ่านด่วน!! สพฐ. ประกาศ แนวทาง การใช้ข้อสอบ ในการสอบปลายปี ของผู้เรียน ..(6973)


Tags
อยากให้ทุกท่านอ่าน!!
โกงอาหารกลางวัน...จริงหรือ.!!
20
บาทต่อหัวพอหรือไม่!!
MBA
IELTS
chulatutor