Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

กมว.เตรียมเพิ่มโทษ ผิดจรรยาบรรณครู ทางโซเชียล เช่น โพสต์ด่าทอ หยาบคาย ชู้สาว

Advertisement

0

กมว.เพิ่มโทษผิดจรรยาบรรณทางโซเชียล

กมว.คุรุสภา เล็งระบุจรรยาบรรณทางโซเชียล กำหนดโทษให้ชัดเจน ครูและบุคลากรทางการศึกษา โพสต์ลามก ด่าทอ ชู้สาว มีโทษตั้งแต่ตักเตือน ถึง เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

จันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 15.50 น.

วันนี้ (29 ต.ค.) รศ.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) คุรุสภา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ กมว.ได้หารือถึงการสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยมีมติให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ไปทบทวนจรรยาบรรณวิชาชีพให้มีความทันต่อยุคดิจิตทัล ซึ่งพบว่า ปัจจุบันครู และบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมผ่านโซเชียลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เช่น โพสต์ข้อความด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ ข้อความหยาบคาย ด่าทอผู้อื่น ลามก ข้อความที่มีนัยเชิงชูสาว และข้อความที่เป็นการแสวงหาประโยชน์จากหน้าที่โดยมิชอบ เป็นต้น

Advertisement

ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีระบุโทษไว้ชัดเจน ดังนั้น กมว. จึงจะเข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้ด้วย โดยจะระบุจรรยาบรรณทางโซเชียล และระบุโทษให้ชัดเจน ซึ่งมีตั้งแต่ตักเตือน ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และเพิกถอนใบอนุญาตฯ

“ ที่ผ่านมาพบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมผ่านโซเชียลค่อนข้างมาก ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ แต่ไม่มีการระบุโทษเรื่องนี้ไว้และไม่เคยมีการตรวจสอบ จึงไม่มีการเก็บสถิติและไม่มีการลงโทษ มีเพียงกรณีเดียว คือ กรณีอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน โดยมีหลักฐานการแชทคุยทางไลน์ในเชิงชู้สาวของทั้งคู่ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดลงโทษไล่ออกผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวแล้ว

แต่เจ้าตัวได้ยื่นอุทธรณ์ และอยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนั้น กมว.ก็จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามในอนาคตเมื่อมีการระบุโทษชัดเจนแล้ว ต่อไปหากครูและบุคลากรทางการศึกษารายใด ที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียทางโซเชียลและมีผู้ร้องเรียน โดยนำหลักฐาน เช่น ผู้เสียหายแคปหน้าจอมาร้องเรียน ก็อาจถูกลงโทษได้”ประธาน กมว.กล่าว.

ขอบคุณที่มาของข่าวจาก : เดลินิวส์ออนไลน์ จันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 15.50 น.