กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

1212

กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ
ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ
ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

ข่าวกรมบัญชีกลาง กรมบัญชิกลาง
THE COMPTROLLER GENERAL’S DEPARTMENT NEWS

วันที่ 18 สิงหาคม 2564
กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวง กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้รับทราบปัญหาจากการ ออกกฎกระทรวงฯ และหนังสือแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติดังกล่าว เช่น

เพิ่มเพื่อน

1) หน่วยงานของรัฐเชิญเฉพาะผู้ประกอบการ รายเดิมเข้ายื่นข้อเสนอ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม 2) การค้นหารายการสินค้าหรืองานบริการ ที่ www.thaismegp.com ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งไม่มีรายละเอียดของพัสดุ ที่ขายหรือรายละเอียตของงานที่รับจ้าง ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถค้นหารายการสินค้าและงานบริการต่าง ๆ ได้
3) หน่วยงานของรัฐยังมีความไม่เข้าใจในการปฏิบัติงานเนื่องจากแนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่ชัดเจน

รวมทั้ง แนวทางปฏิบัติในบางเรื่องยังมีความไม่คล่องตัว เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ขปัญหาตังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเพื่อให้ เกิดความชัดเจนและความคล่องตัวในทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ กรมบัญชีกลางจึงได้ยกเลิกหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสตุภาครัฐ ตวนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 89 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 และได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานตามกระทรวงฯ ขึ้นใหม่ เสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณาและมีมติในคราวการประชุม ครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 เห็นซอบคู่มือแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามที่กรมบัญชีกลาง เสนอ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลักการจากเดิม เป็นดังนี้

1. การจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐสามารถจัดซื้อ
จัดจ้างโตยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งก็ได้
2. การช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ
จากผู้ประกอบการ SMEs ตามรายการสินค้าหรือบริการที่มีรายชื่อตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม (สสว. ได้ขึ้นบัญชีไว้ โดยให้ใช้เงินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างพัสดุดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
ของงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการ SMEร ซึ่งการส่งเสริมสนับสนุน
แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
2.1 การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในเชิงพื้นที่ โตยพิจารณาจากพื้นที่ที่ใต้รับงบประมาณ
หรือพื้นที่ที่จะนำพัสดุนั้นไปใช้งาน โดยให้เชิญผู้ประกอบการ SMEs ไม่น้อยกว่า 3 ราย เสนอราคาโดยวิธีคัดเลือก
ปรับแก้ไขให้เพิ่มเป็น “ไม่น้อยกว่า 6 ราย” เพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

2.2 การให้แต้มต่อต้านราคากับผู้ประกอบการ SMESในการเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ
ผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 โดยให้ใช้กับวิธีประกวตราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งวิธีคัดเลือกกรณีที่ใช้เกณฑ์ราคา เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาด้วย ซึ่งเดิมกำหนดให้ใช้กับวิธีประกดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เกณฑ์ราคาเป็นเกณฑ์
ในการพิจารณาเท่านั้น

3. กรณีที่หน่วยงานของรัฐซื้อหรือจ้างพัสดุที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนด
คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงานตามความต้องการที่ใช้พัสตุนั้น โดยไม่ต้องขออนุมัติจากหัวหน้า
หน่วยงานของรัฐหรือผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งขั้น
4.งานจ้างก่อสร้างและงานจ้ างที่มิใช่งานก่อสร้าง กรณี ที่วงเงินไม่เกิน 500.000 บาท และ
กรณีที่สัญญาไม่เกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิต
ภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กภายในประเทศ หรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา
ไม่ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
5. งานจ้างก่อสร้างและงานจ้างที่มีใช่งานก่อสร้าง กรณีที่วงเงินเกิน 500,000 บาท และกรณีที่สัญญา
เกิน 60 วัน กรณีงานจ้างก่อสร้างให้คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็ก
ภายในประเทศหรืองานจ้างทั่วไปที่มิใช่งานก่อสร้างผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุ
ที่ผลิตภายในประเทศ เดิมกำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ปรับแก้ไขใหม่เป็น กำหนดให้จัดทำแผนยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

“คู่มือการปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงฯ ข้างตัน เป็นการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานตั้งแต่
การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือขอบเขตของงาน การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาและหนังสือ
เชิญชวน การเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานของรัฐ
สามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ชัดเจน และถูกต้อง ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาราซการ” อธิบตีกรมบัญชีกลาง กล่าว

กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

 

 

กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

 

กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
กรมบัญชีกลางปรับปรุงกฏกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

ครูอัพเดตดอทคอม ขอขอบคุณที่มาข้อมูล จาก www.thaismegp.com