Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

กรมบัญชีกลางแจงเกณฑ์เบิกค่ารักษารพ.เอกชน ย้ำได้แค่4กรณี

Advertisement

0

นาย
มนัส แจ่มเวหา
อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า
ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อสถานพยาบาลของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
กับกรมบัญชีกลางโดยไม่มีรายละเอียดประกอบใดๆและทำให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลดัง
กล่าว
มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
รวมทั้งอาจจะเข้าใจผิดว่าสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาจากสถานพยาบาลของเอกชนดัง
กล่าวได้ทุกกรณ ขอย้ำว่า
หลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาจากสถานพยาบาลเอกชนสามารถเบิกได้ 4 กรณีเท่านั้น
ดังนี้

1.
การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน สามารถเบิกค่ารักษาได้ในโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง กรณีวิกฤต
(สีแดง)  กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง)
ซึ่งเป็นการบูรณาการหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลร่วมกันของ 3 กองทุน
โดยอิงเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินตาม พรบ.การแพทย์ฉุกเฉิน คือ ถ้าเป็นกรณีวิกฤต (สีแดง) 
กรณีเร่งด่วน (สีเหลือง)  ให้โรงพยาบาลเอกชน ส่งข้อมูลค่าใช้จ่ายผู้ป่วยทุกสิทธิ ในระบบ EMCO ที่
สปสช.

เพื่อตรวจสอบและจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลก่อน แล้ว สปสช.
จึงเรียกเก็บจากหน่วยงานของผู้มีสิทธิ จ่ายตามระบบ DRGs ซึ่งนโยบายในตอนนั้นไม่ให้โรงพยาบาลเก็บเงิน
แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลจะเก็บเงินไว้ก่อน เมื่อโรงพยาบาลได้รับแจ้งจาก สปสช.ว่า
เข้าข่ายวิกฤต/เร่งด่วน และได้เงินจาก Clearing house แล้ว
จึงคืนเงินส่วนที่เบิกได้ให้แก่คนไข้

2.การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินไม่รุนแรง
(สีเขียว) หรือเป็นกรณีที่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตหรือฉุกเฉินเร่งด่วน 
กรมบัญชีกลางกำหนดให้นำมาเบิกจากต้นสังกัด คือ ค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 8,000
บาท เบิกค่าห้องค่าอาหารได้วันละ 1,000 บาท และเบิกค่าอุปกรณ์บำบัดรักษาโรคฯ
ได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้

Advertisement

3.การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีส่งต่อ สามารถเบิกได้
2 กรณี คือ การล้างไต หรือ รังสีรักษา โดยต้องเป็นคนไข้นอก
และต้องเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเบิกตรงกับกรมบัญชีกลางตามรายชื่อที่ประกาศในเว็บไซต์ของกรม
ในหัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาล

4.การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้า
โดยต้องเป็นคนไข้ในของสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 30 แห่ง
และการนัดผ่าตัดล่วงหน้าเฉพาะโรคที่กำหนดไว้ตามรายการโรค/หัตถการที่ประกาศในเว็บไซต์กรม เช่น
การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง  การผ่าตัดไส้เลื่อน  การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า การผ่าตัดต้อหิน
การรักษาภาวะแทรกซ้อนโดยตรงจากการรักษาครั้งก่อน เป็นต้น

อธิบดีกรมบัญชีกลาง
กล่าวต่อว่า สำหรับการเบิกค่ารักษาพยาบาลของราชการจากสถานพยาบาลของเอกชนนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น
ผู้เข้ารับบริการต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง  และขณะนี้ได้มีข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในสื่อ
Social Media เป็นจำนวนมาก ข้อมูลส่วนใหญ่ค่อนข้างคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง  หากข้าราชการ
ผู้รับบำนาญ หรือบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล
ไม่แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้หรือไม่ สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2273-6400 หรือ 0-2271-7000
ต่อ 4441

“กรมบัญชีกลางเตรียมขยายการให้บริการกรณีนัดผ่าตัดล่วงหน้าของสถานพยาบาลเอกชน
อีกกว่า 100 แห่ง คาดว่าจะประกาศให้ทราบและสามารถเข้าใช้บริการได้ในเร็วๆ นี้”

แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือพิมพ์มติชน