Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

กรมสุขภาพจิตเตือน! เด็กติด”แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน” เสี่ยงภาวะ“ไฮเปอร์เทียม”

Advertisement

กรมสุขภาพจิตเตือน!

เพิ่มเพื่อน

เด็กติด”แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน”

Advertisement

เสี่ยงภาวะ“ไฮเปอร์เทียม”

กรมสุขภาพจิต ออกมาเตือนผู้ปกครอง “หากปล่อยเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เล่นแท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน” มีโอกาสเป็นโรคไฮเปอร์เทียม

วันที่ 29 พ.ค. นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สำหรับโรคสมาธิสั้นในเด็กจะแสดงอาการหลักๆ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ซนอยู่ไม่นิ่ง 2.ขาดสมาธิ และ3.หุนหันพลันแล่น ซึ่งจะเรียกว่าโรคไฮเปอร์ โดยเด็กจะวอกแวก ทำการบ้านไม่ละเอียด หรือควบถ้วน ทำอุปกรณ์การเรียนหายประจำใจร้อน วู่วาม ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดมาจากสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งผู้ปกครองมักจะเข้าใจผิดว่า เป็นเด็กดื้อ หรือไม่มีความรับผิดชอบ โดยจะพบความผิดปกติชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษา

Advertisement

“หากผู้ปกครองและครูไม่เข้าใจ จะยิ่งทำให้เด็กเกิดปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม และอาจส่งผลถึงอนาคต เช่น ความเสี่ยงติดสารเสพติด ก่ออาชญากรรม ส่วนเด็กที่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมก็จะสามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติ และมีอาชีพได้ อย่างไรก็ตาม เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น เมื่อได้รับการบำบัดรักษาแล้วประมาณ 2 ใน 3 อาการจะหาย หรือดีขึ้น”นพ.บุญเรือง กล่าว

ด้านนพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าเด็กเล็กที่ปกติกลายเป็นโรคไฮเปอร์เทียมมากขึ้น จะมีอาการคล้ายโรคไฮเปอร์ แต่ยังไม่ถึงขั้นป่วย ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ตามใจ ปล่อยให้เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เล่นแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน เพื่อให้เด็กนิ่งและไม่ซน แต่ในวงการจิตแพทย์ พบว่าความเร็วของภาพในเกมซึ่งเปลี่ยนเร็วทุก 3 วินาที จะส่งผลโดยตรงต่อสมองทำงานไม่ลงตัว คุมสมาธิไม่ได้ ทำให้ทักษะการอ่าน การเขียน การพูดของเด็กแย่ลง อารมณ์ร้อน รอไม่เป็น และมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับเด็กวัยเดียวกัน หรือคนอื่น 

“แนะนำให้เด็กได้เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน แทนการเล่นเกมจากอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้อาการค่อยๆ ดีขึ้น รวมทั้งมีทักษะและพัฒนาการทุกด้าน”นพ.สมัย ระบุ.

ที่มา : http://www.thaitribune.org/

You might also like