Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ

คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ

Advertisement

คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ

เพิ่มเพื่อน

สวัสดีครับวันนี้เว็บไซต์ครูอัพเดตดอทคอมมีเรื่องราวเกี่ยวกับการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ของคุณครูที่มีการตัดสินจากศาลปกครองแล้ว โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลหรือสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551

Advertisement

กับให้ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบฯ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้

คําพิพากษาศาลปกครองกลางคดีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกับพวก ให้ปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนเงินบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เพื่อชําระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๒ ศาลปกครองกลางได้อ่านคําพิพากษาคดีที่ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษายื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกับพวก ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนเงินบําเหน็จบํานาญข้าราชการเพื่อชําระหนี้เงินกู้ให้แก่ สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ รวมจํานวน ๔๕ สํานวนคดี

Advertisement

คดีทั้ง ๔๕ สํานวนนี้ สืบเนื่องมาจากกลุ่มข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจํานวน ๒,๙๑๙ ราย ได้ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการกับพวกต่อศาลปกครองกลาง โดยกล่าวอ้างว่าภายหลังจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนเงิน บําเหน็จบํานาญข้าราชการเพื่อชําระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ละเลยต่อหน้าที่ไม่มีหนังสือ แจ้งเวียนสั่งการให้ส่วนราชการในสังกัดดําเนินการหักเงินให้เป็นไปตามระเบียบ อีกทั้งศึกษาธิการจังหวัด ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังคง ฝ่าฝืนข้อกําหนดตามระเบียบ ว่าด้วยการหักเงินเดือนหรือเงินบํานาญเพื่อชําระหนี้เงินกู้ที่ผู้ฟ้องคดีได้ทํา สัญญากู้ไว้ ทําให้ผู้ฟ้องคดีมีเงินเดือนสุทธิหลังจากหักชําระหนี้แล้วเหลือน้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ซึ่งไม่เป็นไป ตามระเบียบข้อ ๗ ที่กําหนดว่า การจะให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่ายเพื่อชําระหนี้เงินกู้นั้น จะต้องมี เงินเดือนสุทธิหลังจากหักชําระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ ๓๐ ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ภายหลังจากที่ได้มีการออกระเบียบแล้ว สํานักงาน คณะกรรมการ สกสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เสนอให้ออกระเบียบ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๑ แจ้งเวียนระเบียบให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทราบ แต่กลับปรากฏว่าศึกษาธิการ จังหวัด ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังคงหักเงินเดือนและเงินบํานาญของผู้ฟ้องคดีแต่ละรายไม่เป็นไปตามระเบียบ ทําให้ผู้ฟ้องคดีแต่ละราย มีเงินเหลือสุทธิหลังจากหักชําระหนี้แล้วน้อยกว่าอัตราร้อยละ ๓๐ กับทั้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและปลัดกระทรวงศึกษาธิการยังรับต่อศาลว่า ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของผู้ฟ้องคดี แต่ละราย ได้มีการออกหนังสือรับรองเงินเดือนหรือเงินบําเหน็จบํานาญและรายการหักเงิน ณ ที่จ่าย ย้อนหลังให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่ละราย เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นคําขอกู้เงินสหกรณ์และกู้เงินสวัสดิการ ภายในของส่วนราชการที่มีการทําความตกลงกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทต่างๆ ได้ โดยที่ผู้บังคับบัญชา

รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการผู้เบิก ไม่ได้คํานึงถึงหลักเกณฑ์ตามระเบียบฯ ข้อ ๖ และข้อ ๗ แต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นถึงการที่ผู้บังคับบัญชาของผู้ฟ้องคดีแต่ละราย ละเลยต่อการปฏิบัติตาม ระเบียบฯ และการละเลยกระทําการเช่นนี้ ย่อมเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการในสังกัดเป็นหนี้สินเพิ่มมากขึ้น โดยไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งขัดกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นแนวทางการปฏิบัติตนของประชาชน ในทุกระดับให้ดําเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียงในการดํารงชีวิต ซึ่งเป็นพื้นฐานสําคัญที่ทําให้ คนไทยสามารถพึ่งตนเองและดําเนินชีวิตไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี ภายใต้อํานาจและความมีอิสระในการควบคุม และจัดการปัญหาด้วยตนเอง จึงรับฟังได้ว่า ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้อง ปฏิบัติ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลการปฏิบัติตามระเบียบ ต่างให้การ รับต่อศาลว่า มิได้มีการตรวจสอบหรือดําเนินการเพื่อให้มีการปฏิบัติตามระเบียบแต่อย่างใด จึงรับฟังได้ เช่นกันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติ ในการกํากับดูแลและดําเนินการ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาถือปฏิบัติตามระเบียบ

ศาลปกครองกลางจึงพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลหรือสั่งการให้หน่วยงาน ในสังกัด ดําเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบําเหน็จบํานาญให้เป็นไปตามระเบียบฯ กับให้ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดําเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบําเหน็จบํานาญให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบฯ โดยให้ดําเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด

คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ
คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ
คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ
คุณครู 2,919 คน ชนะคดี การหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญ ชำระหนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบ

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักงานศาลปกครอง

You might also like