Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร โดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

Advertisement

0

หนังสือ “การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร” โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ วิจารณ์พานิชเล่มนี้ เป็นการรวบรวมบันทึก(Blog) ของท่านที่เขียนไว้ในเว็บไซต์ http://www.gotoknow.orgจากการอ่านหนังสือ How Learning Works: 7 Research-BasedPrinciplesfor SmartTeachingเขียนโดย Susan A. Ambrose, Michael W. Bridges,Michele DiPietro, Marsha C. Lovett, Marie K. Norman ด้วยงานเขียนในลักษณะการตีความจาก ความคิดและประสบการณ์ของท่านทำาให้แนวคิดทฤษฎีที่ยากแก่ความเข้าใจ ถูกถ่ายทอดในภาษาที่เข้าใจง่าย ลงในบล็อกสัปดาห์ละ ๑ ตอนรวม ๑๖ ตอน ตั้งแต่วันที่๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๖  หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนว่าเกิดขึ้นได้ อย่างไรและการกระตุ้นการเรียนรู้ทำาได้อย่างไรจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำ าหรับ“ครู” ผู้มีหัวใจ “เพื่อศิษย์” ครูผู้มีใจใฝ่เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอครูที่กำาลังแสวงหา “วิธีการใหม่ๆ”เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปเพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูก ศิษย์เติบโตขึ้นอย่างมีสมรรถนะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆได้เป็น อย่างดี และส่งต่อ“วิธีการเรียนรู้ที่ดี”ให้กับคนรุ่นต่อๆไปได้อย่างต่อเนื่อง 

เพิ่มเพื่อน

คำนิยม

หลังจากการอ่านเรื่อง“การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่๒๑” แล้ว อ่านต่อเล่มนี้ที่ชื่อว่า “การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร” ดิฉันได้อรรถรสจากการอ่านหนังสือทั้ง ๒ เล่ม ต่อเนื่องกัน เหมือนกับได้ดูภาพป่าทั้งป่า แล้วมีโอกาสได้พิจารณารายละเอียดของต้นไม้แต่ละต้น สาระของเรื่องนี้เป็นการเก็บความจากหนังสือ How Learning Works : Seven Research-Based Principlesfor Smart TeachingโดยSusan A. Ambrose และคณะ นอกจากผู้เขียน(ศ.นพ.วิจารณ์พานิช) ได้เก็บเลือกสรรสาระสำ คัญและใช้วิธีอธิบายแบบบันทึกสั้นแล้ว ผู้เขียนยังได้เชื่อมโยงเข้าสู่บรรยากาศของการสอนและกระบวนการเรียนรู้ของสถานศึกษาไทยในบางประเด็นบางตอนก็ได้วิพากษ์และแสดงความคิดเพิ่มเติมอีกด้วย ดังนั้นผู้อ่านจึงน่าจะได้รับประโยชน์มากกว่าการอ่านหนังสือแปลเพราะได้รู้วิธีเรียนรู้ของผู้เขียนด้วย คำ ว่า “เรียนรู้” นั้นได้รับอิทธิพลมาจากการแปลคำ ศัพท์“learning”แต่เดิมเรามักจะพบคำ ว่าการเรียน และคำ ว่า ความรู้คำ ๒ คำ นี้ถูกขยายความออกไปเป็นคำ ต่างๆ มากมายในวงการศึกษา

การตีความก็มีมุมมองและฐานคิดแตกต่างกันแล้วแต่วัตถุประสงค์ของการนำ ไปใช้ปัจจุบันตำ ราบทความ และการบรรยายทางวิชาการในวงการศึกษาอิงหลักสากลมากขึ้น“การเรียนรู้” จึงเป็นศัพท์ที่ใช้กันแพร่หลาย มีการตีความหลายแบบ แต่หลักการพื้นฐานค่อนข้างเป็นแนวเดียวกัน องค์ประกอบของการสอนดีที่ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาชีวิตเน้นด้านทักษะในศตวรรษที่๒๑ นั้น ผู้เขียนนำ เสนอไว้๗ ประการ หรือ๗หลักซึ่งทุกหลักต้องนำ ไปใช้อย่างมีเป้าหมายสัมพันธ์กัน แกนสำ คัญของหลักการสอนดีทั้ง ๗หลัก คือผู้เรียน ครูได้ช่วยให้ศิษย์เผชิญคิด ทำ ทบทวนประเมิน ปรับปรุงตนจนรู้จริง นำ ไปใช้ได้จริงในชีวิต หลักการสอนดีในหนังสือเล่มนี้มีหลายข้อที่นิสิต นักศึกษา ครูเคยได้รับการเน้นย้ำ เช่น การสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์การทบทวนและเข้าใจความรู้เดิม การฝึกทักษะสัมพันธ์การฝึกปฏิบัติอย่างมีเป้าหมายและการทบทวนประเมิน

การสร้างบรรยากาศเพื่อการเรียนรู้และการประเมินตนเอง แต่นิสิต นักศึกษาไม่ค่อยมีโอกาสตีโจทย์ตอบโจทย์ด้วยการทดลองปฏิบัติการสอนจริงมากนักจึงขาดทักษะที่จะสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ส่วนที่เป็นแนวคิดใหม่ที่ผู้เขียนเสนอเป็นข้อที่๒ ของหลักทั้งเจ็ดคือ วิธีการที่นักเรียนจัดระเบียบโครงสร้างความรู้ของตนมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และการประยุกต์ความรู้ที่มีอยู่เดิม แม้ว่าผู้เขียนจะได้อธิบายวิธีการจัดระเบียบไว้ชัดเจนในเรื่องการทำ Concept Mapping จัดระบบความคิด ความเข้าใจอย่างมีแบบแผน เชื่อมโยงก็ตาม ทักษะการเรียนรู้ที่ต้องฝึกฝนให้ชำ นาญในด้านนี้คงต้องฝึกกันต่อไป ทักษะการเรียนรู้ที่ต้องได้รับการส่งเสริมและฝึกฝนอย่างจริงจังคือ

การผสมผสานทักษะย่อยๆในการเรียนรู้ซึ่งมีอยู่มาก นำ ไปใช้ให้เหมาะกับเหตุการณ์โจทย์ปัญหา ความต้องการของชีวิต เป็นทักษะที่ทำ ให้รู้จริงไม่ใช่รู้จำ เท่านั้น การรู้จริงนั้นอธิบายง่ายๆ คือ รู้เข้าใจ คิดวิธีได้นำ ไปใช้จริงอย่างช่ำ�ชอง นักศึกษาจะโชคดีมากถ้ามีครูที่ฝึกให้ได้รู้จักประเมิน ทบทวนการกระทำ ของตนเอง ทักษะที่ครูสอนดีต้องทำ ได้จริงและสำ คัญมากคือการช่วยผู้เรียนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จนรู้จริงและพัฒนาตนเองได้อย่างเป็นองค์รวมทักษะกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นMasteryLearning นี้เองที่ช่วยให้คนฉลาดมีทุนชีวิตที่จะแก้ปัญหาอุปสรรคและดำ เนินชีวิตได้อย่างราบรื่นในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้การดำ เนินชีวิตของคนไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เราต้องอยู่ในสังคมข่าวสารทั้งที่เป็นข่าวจริง ข่าวลวง คนไทยวัยเรียนและวัยทำ งานมีพฤติกรรมแน่นิ่งอยู่กับตนเองคือก้มหน้ากดสื่อเทคโนโลยีจนกลายเป็นสมาชิกของ “สังคมเสมือน” ทุกอย่างดูเหมือนจริงแต่ไม่จริง ความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างหรือห่างไกลนั้นดูคล้ายจะใกล้ชิดแต่ก็ไม่ใช่ ธรรมชาติ

สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็เห็นจากในจอภาพแคบๆ ภัยพิบัติจะมาถึงตัวแล้วก็ยังไม่รู้เมื่อเราขาดการฝึกทักษะเรียนรู้เท่าทันสื่อ เราก็กลายเป็นคนที่ดูเหมือนฉลาดแต่ไม่ฉลาดนั่นเอง เช่นกันในสังคมบริโภคและสังคมการแข่งขันได้ทำ ให้การดำ เนินชีวิต“อยู่ยาก” มากขึ้น ปัจจัยเรื่องความรวดเร็วถูกที่และถูกวิธีมีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกเวลา ทุกย่างก้าว ถ้าเราไม่ได้รับการฝึกให้มีพลังที่เข้มแข็งทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความคิด ความสามารถ ความดีให้เหมาะสมกับวัยเราก็จะล้าหลังใช้แต่กำ ลังซึ่งไร้พลังกลายเป็นคนอ่อนแอที่แม้มีปริญญาบัตรท่วมหัวก็เอาตัวไม่รอด การแข่งขันที่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น สังคมอื่นประเทศอื่นเ มื่อพ่ายแพ้ก็อับอาย และยิ่งรู้สึกอัปยศยิ่งกว่าเมื่อพบว่าตัวเราเองก็แพ้ใจตนเอง ที่เขียนมายืดยาวข้างต้นเพียงอยากอธิบายว่าเพียงตัวอย่างเดียวของทักษะการเรียนรู้ยังมีผลต่อความสุขและความทุกข์ในชีวิต หนังสือเล่มนี้จึงตอบคำถามว่าการเรียนรู้จริงนั้นคืออะไร ทำอย่างไร แม้จะตอบได้ไม่หมดเพราะคำ ตอบเรื่องชีวิตไม่มีวันหมด

แต่อย่างน้อยถ้าผู้อ่านอ่านอย่างวิเคราะห์ก็จะเลือกเก็บสาระที่สร้างแรงบันดาลใจในการฝึกตนเองและช่วยให้ผู้อื่นฝึกตนจนรู้จริงต่อไป จากหนังสือ๒เล่มที่ดิฉันเขียนคำ นิยมให้นี้หากผู้อ่านอ่านจับใจความแล้วเก็บไว้เฉยๆหรือเพื่อบอกต่อก็เกิดผลน้อย หากอ่านแล้วคิด คิดทดลองทำขณะที่ทำก็มีการทบทวนประเมินโดยตนเองและกัลยาณมิตรทดลองปฏิบัติหลายทาง หลายวิธีรวบรวมบริบทปัจจัยของความสำ เร็จและความล้มเหลว

นำผลจากประสบการณ์ในแต่ละเรื่องไปใช้ในชีวิต หนังสือเล่มนี้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง หลักการสอนดีแนวคิดและประสบการณ์ตัวอย่างที่ยกมาในเรื่องนี้แม้ผู้อ่านจะสามารถเลือกนำ ไปปรับใช้ได้ในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบและในสถานศึกษาทุกระดับ ที่เหมาะที่สุดคือการนำ ไปใช้ในระดับอุดมศึกษาซึ่งมีประเด็นวิพากษ์เรื่องกระบวนการเรียนรู้อย่างน่าวิตก ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นในสังคมซึ่งแสดงถึงความด้อยคุณภาพของคนไทย ทุกคนก็หันมาวิจารณ์ความล้มเหลวของการศึกษาโดยเฉพาะ

Advertisement

การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน แท้จริงแล้วมนุษย์เรียนรู้จากการเผชิญกับบุคคล สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติสื่อเทคโนโลยีและเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดเวลา การเรียนรู้ในสังคมนั้นมีหลากหลาย น่าตื่นตาตื่นใจและมีพลังแรงอาจนำ พาให้คนเรามีพฤติกรรมทั้งในทางเจริญและทางเสื่อม ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์พานิช แม้จะเป็นหมอรักษาคนท่านก็ได้อุทิศตนทำ งานด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ผลจากการค้นคว้าสรุปประเด็นและเผยแพร่แนวทางจัดการความรู้จัดกระบวนการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล็อกและรวมพิมพ์เป็นเล่ม นับเป็นเทียนอีกเล่มหนึ่งที่ช่วยส่องทางสลัวของการศึกษาให้สว่างขึ้นบ้าง โลกและชีวิตเปลี่ยนแปลงเร็วเหลือเกิน มนุษย์จึงต้องฝึกตนและปรับตัวให้รู้เท่าทันอยู่เสมอ นี่คือเหตุผลสำ คัญของการศึกษาเพื่ออะไรเพื่อชีวิตจะได้ไม่เติบโตไปตามยถากรรม 

สุมน อมรวิวัฒน

สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ
มูลนิธิฯ เผยแพร่หนังสือผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ 

1.หนังสือเป็นเล่ม มูลนิธิฯเผยแพร่ผ่าน ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา
หรือ มูลนิธิสยามกัมมาจล โทร.02-9379901-7 ( 9.00-17.00 น. เว้นวันหยุดธนาคาร) 
2. กรณีต้องการนำไปเผยแพร่จำนวน ตั้งแต่ 50 เล่มขึ้นไป ติดต่อโดยตรงที่มูลนิธิฯ
3. ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้ที่ด้านล่างนี้


ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่!

ที่มา : มูลนิธิสยามกัมมาจล

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ อาคาร Plaza East
เลขที่ 19 ถนนรัชดาภิเษก แขวง จตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
รหัสไปรษณีย์ 10900 

You might also like