Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ของขวัญปีใหม่ที่คนไทยอยากได้ ในส่วนที่เกี่ยวกับ”การศึกษา”

Advertisement

0

จากความพยายามของภาครัฐที่ต้องการพัฒนาและส่งเสริมด้าน
การศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นในภาคการศึกษาของเด็กไทย
ไม่ว่าจะเพื่อการพัฒนาคน หรือ เพื่อการแข่งขันกับนานาประเทศ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านนับเป็น 10 ปี
ผลของการปฏิรูปดูเหมือนยังไม่อยู่ในข่ายที่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ว่า
“ประสบความสำเร็จ” ทำให้เกิดการปฏิรูปเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
จนไม่มีใครสามารถตอบคำถามได้ว่า“จะพบกับความสำเร็จเมื่อใด”

ล่าสุด การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2552-2561
รัฐบาลได้ตั้งเป้ามุ่งเน้นให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่าง มีคุณภาพ
โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ
พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย,เพิ่มโอกาสทางการศึกษา
และเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ,ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของ
สังคม ในการบริหารและจัดการศึกษา โดยทั้ง 3 ประการดังกล่าว
กำลังถูกเฝ้ามองถึงความสำเร็จ ท่ามกลางเสียงที่เห็นด้วย
และไม่เห็นด้วยของกลุ่มคนที่ยังไม่เป็นเอกฉันท์ว่า
การศึกษาไทยของไทยต้องการจะเป็นอย่างไร

เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่า
และต้อนรับศักราชใหม่ที่กำลังจะย่างกลายเข้ามา “การศึกษาแนวหน้า”ขอนำ
ผลสำรวจอันเป็นเสียงสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการปฏิรูปการศึกษา
ไทย จากผลสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มาบูรณาการเข้ากับ
สภาพแวดล้อมของคนไทยที่กล่าวขานกันอยู่ในสังคมส่วนใหญ่ของชาวไทยวันนี้

ทำให้สามารถมองเห็นถึง
ความต้องการของคนไทยส่วนใหญ่ที่มีความต้องการให้การศึกษาเดินไปทางไหนได้
อย่างเป็นนัยที่สำคัญ
ซึ่งไม่ว่าภาครัฐจะมีความเห็นตรงกับเสียงสะท้อนเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน
“แนวหน้าการศึกษา”ขอกระตุ้น
และยืนยันไปทางภาครัฐได้ตระหนักถึงเสียงอันมีค่าเหล่านี้อย่างตั้งอกตั้งใจ
อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อ“เป็นของขวัญ(ทางด้านการศึกษา)
ให้กับมวลชนชาวไทยในช่วงปีใหม่ 2559” นี้

“สวนดุสิตโพล”ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากจำนวนทั้งสิ้น 1,328 คน ระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2558 สรุปผล ได้ดังนี้

1.ประชาชนคิดว่าการปฏิรูปการศึกษาไทยเรื่องใด? ที่
ควรให้ความสำคัญเร่งด่วนมากที่สุด ผลสำรวจ อันดับ 1 ครู 91.94% อันดับ 2
การประเมินและพัฒนามาตรฐานการศึกษา 85.54% อันดับ 3
พัฒนาคุณภาพการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ 78.31% อันดับ 4 การบริหารจัดการ
76.18% อันดับ 5 เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา 66.64% อันดับ 6
หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ 64.46%

2.ณ วันนี้ ประชาชนคิดว่าจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่?
ผลของการสำรวจพบว่าอันดับ 1 ควรปรับ 84.49% เพราะ
จะทำให้หน่วยงานกำกับดูแลคุณภาพการศึกษาไทยมีมาตรฐาน
ไม่ล้าหลังกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน ฯลฯ อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 12.65%
เพราะไม่รู้ว่าปรับแล้วจะดีขึ้นหรือไม่
เนื่องจากที่ผ่านมาก็ปรับมาแล้วหลายครั้ง โดยเห็นว่า
การศึกษาจะพัฒนาและมีประสิทธิภาพได้
ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่ายมากกว่า ฯลฯ อันดับ 3 ไม่ควรปรับ
2.86% เพราะ เสียเวลา เสียงบประมาณ ต้องมาเริ่มใหม่
ควรปรับหรือแก้ไขเพียงบางส่วนที่มีปัญหาเท่านั้น ฯลฯ

3.ทำไม? การปฏิรูปการศึกษาจึงทำได้ยาก
ผลสำรวจมีข้อเสนอแนะออกมาดังนี้ อันดับ 1
ระบบการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานกำกับดูแลยังไม่ลงตัว
ทำงานล่าช้า ยึดติดแบบเดิมๆ เป็นระบบราชการ 81.33% อันดับ 2
ครูมีปัญหาภาระงานมาก ครูไม่เพียงพอ ขาดสวัสดิการและแรงจูงใจ 71.46% อันดับ
3 ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ ไม่ปฏิบัติอย่างจริงจัง
ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง 68.60% อันดับ 4 หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน
เปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ได้เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเน้นท่องจำ
งบประมาณไม่ทั่วถึง อุปกรณ์การเรียนการสอนไม่ทันสมัย 67.85% อันดับ 5
สภาพเศรษฐกิจและสังคม ฐานะความเป็นอยู่ความเหลื่อมล้ำ

จากผลแห่งความเห็นอันเกิดจากการสำรวจของ “สวนดุสิตโพล”
ในช่วงสิ้นปีดังกล่าว ไม่อาจปฏิเสธ ถึงเสียง
ส่วนใหญ่(ส่วนหนึ่ง)ของคนไทยทั้งประเทศได้ว่า
น่าจะมีเสียงที่มีความคิดเห็นตรงกันกับโพลล์ดังกล่าวอีกมาก
ที่ต้องการเรียกร้องขอของขวัญปีใหม่ทางด้านการศึกษาให้กับเยาวชนไทย
และอนาคตของคนไทยที่จะต้องเดินอยู่บนเส้นทางของการแข่งขันกับนานาประเทศ
ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากกว่าที่เคยปฏิรูปกันมาในอดีต

 

ที่มา แนวหน้า วันที่ 31 ธันวาคม 2558

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

You might also like