Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 173/2558 การประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ. ครั้งที่ 3/2558

Advertisement

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี

173/2558

การประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ. ครั้งที่
3/2558

จังหวัดปทุมธานี – พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิกา
เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
(สอศ.) ครั้งที่

3
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
เรื่อง “การพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาสู่โลกอาชีพ”
และบรรยายพิเศษ “นโยบายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ”
โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ผู้บริหาร สอศ. และผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ.เข้าร่วมกว่า
600 คน เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2558
ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี

เพิ่มเพื่อน


รมว.ศึกษาธิการ
กล่าวว่า การประชุมในวันนี้มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษา
สังกัด สอศ.เป็นอย่างมาก ​นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่

(Mega Projects) เช่น
ระบบขนส่งทางรางที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
และระบบบริหารจัดการน้ำ้ ระบบกำจัดขยะ เศรษฐกิจดิจิทัล
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งในช่วงปลายปี 2558
ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว
เรื่องของการเคลื่อนย้ายแรงงาน เศรษฐกิจ
และการค้าจะกระจายตัวไปทั่วภูมิภาคอย่างแน่นอน
ทุกเรื่องที่กล่าวมาจำเป็นจะต้องใช้บุคลากรหรือแรงงานที่มีฝีมือ
จึงต้องมีการเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับงาน
รวมทั้งการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีความรู้
มีทักษะที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดแรงงาน
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ

หัวใจสำคัญของการอาชีวศึกษาคือ
การมองถึงความต้องการบุคลากรหรือแรงงานระดับฝีมือด้านต่างๆ
และส่วนสนับสนุน โดยผ่านกระบวนการจัดหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น
มีความหลากหลาย เนื่องจากสถานศึกษาสังกัด สอศ.
มีจำนวนมาก และมุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ
ด้วยการขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
ให้ภาคเอกชนและสถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
ตั้งแต่การกำหนดความต้องการ การออกแบบหลักสูตร
การสนับสนุนบุคลากร การฝึกงาน
การพัฒนาระบบแรงจูงใจ ค่าตอบแทน โดย สอศ.มีฐานะเป็นผู้ผลิตบุคลากรป้อนสู่ตลาดแรงงาน
และผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงคือภาคเอกชน
ภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ
หากสถานประกอบการได้แรงงานที่มีความสามารถและมีคุณภาพตรงกับความต้องการก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา
การเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา
การปรับภาพลักษณ์ การขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
และการสร้างโอกาสใหม่ให้กับการอาชีวศึกษาของไทย
บุคลากรในสังกัด สอศ.จะต้องร่วมกันคิดและดำเนินการอย่างทุ่มเท
ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกหน่วยงานจนมีผลงานตามปรากฎและมีความก้าวหน้า
ทำชื่อเสียงให้สังคมได้รับรู้ถึงการดำเนินการดังกล่าว

สำหรับช่วงเวลาต่อจากนี้
กระทรวงศึกษาธิการจะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทั้งระบบ
รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ
สอศ. ได้แก่

โครงการทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ

(Technician & Technologist Scholarship : 2TS)
เดิมเป็นทุนของโครงการ
1 อำเภอ 1 ทุน

(One District One Scholarship : ODOS)
ซึ่งเป็นทุนการศึกษาสำหรับผู้เรียนสายอาชีพ
เป็นโครงการระยะยาว 15 ปี
(พ.ศ. 2558-2572) รวมทั้งสิ้น 11,500
ทุน จำแนกเป็นทุนในประเทศ จำนวน
3,500 ทุน
และทุนต่างประเทศ จำนวน 8,000 ทุน
โดยใช้งบประมาณดำเนินการกว่า 30,300 ล้านบาท เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับมาทำงานที่ตรงกับสาขาที่เรียนให้กับรัฐบาล
และส่วนหนึ่งจะกลับมาเป็นครูช่างในสายอาชีวศึกษา
เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาไปสู่ผู้เรียนต่อไป

โครงการคุรุทายาท
เป็นโครงการผลิตครูของกระทรวงศึกษาธิการที่เคยดำเนินการมาในอดีตเพื่อตอบสนองการผลิตครูในพื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่ที่ขาดแคลนครูได้ดี
แต่ถูกยกเลิกไปในภายหลัง เมื่อครูในระบบการศึกษาของรัฐจะเกษียณออกไปเป็นจำนวนมาก
การจะหาครูมาทดแทนจะต้องมีระบบเพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพ
มีจรรยาบรรณ มีใจรักการเป็นครู
โครงการดังกล่าวจะเป็นการคัดเลือกเด็กที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและขาดแคลนครูในสาขาวิชาหลักที่มีความรู้และความตั้งใจที่จะเป็นครู
โดยเป็นโครงการระยะยาว

15 ปีเช่นเดียวกับโครงการทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ
ทั้งนี้ มีการคาดหมายว่าจะสามารถผลิตครูสายอาชีพได้มากกว่า
14,000 คน

การขออนุมัติกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ
สังกัด สอศ.
เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนอั
ตรากำลังผู้ทำหน้าที่สอนและผู้สนับสนุน
ในเบื้องต้นจะพิ
จารณาเฉพาะสถานศึกษาที่ขาดแคลนอัตรากำลังในส่วนของผู้ทำหน้าที่สอน
จำนวน 5,677 อัตรา และผู้สนับสนุน จำนวน 1,778
อัตรา เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิ
จารณาของคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ
(คพร.)

โครงการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือ “ทวิศึกษา”
สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระัดับมัธยมศึกษาตอนปลายและต้องการเรียนสายอาชีพควบคู่ไปด้วย
โครงการดังกล่าวมีที่มาจากการสำรวจทางสถิติว่า
มีนักเรียนสายสามัญ โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 และ 6 ออกจากระบบการศึกษามากกว่าร้อยละ

50 เมื่อนักเรียนกลุ่มดังกล่าวไปทำงานก็กลายเป็นแรงงานที่ไม่มีความรู้หรือทักษะทางวิชาชี
ทำให้ได้รับค่าตอบแทนต่ำ รายได้น้อย ดังนั้น
กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องการติดอาวุธความรู้ทางสายอาชีพให้กับนักเรียนสายสามัญ
ด้วยการให้โรงเรียนสายสามัญจับมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
จับคู่สนับสนุนการเรียนการสอนกั
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ด้านอาชีพควบคู่กับความรู้ในสายสามัญ
และจะได้รับประกาศนียบัตรทั้งสองสาย

ปัจจุบันได้มีการดำเนินโครงการทวิศึกษาอยู่แล้วแต่จะขยายโครงการให้มากขึ้น
เนื่องจากมีนักเรียนสนใจสมัครโครงการดังกล่าวมากเกินความคาดหมาย
ถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้น
เพราะนักเรียนเห็นความสำคัญและความจำเป็นของการมีอาชีพติดตัวเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในตัวเอง

การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนอาชีวศึกษา

ให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงและเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
โดย ครม.ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณในการจัดหาเครื่องมือประจำตัวต่อคนให้แก่ผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
(ปวช.) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557
และได้มอบหมายให้สถานศึกษาเป็นผู้จัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวให้นักเรียนตามระเบียบพัสดุตลอด
3 ปีในระดับ ปวช.

Advertisement

การฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมอาชีวศึกษา

(Pre.Voc.Ed)

ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1
ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557
มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถานศึกษา
สังกัด สอศ.จำนวน 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 79 คน
และรุ่นที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2558
มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถานศึกษา
สังกัด สอศ. จำนวน 9 แห่ง และสังกัด สช. จำนวน 1
แห่ง รวมทั้งสิ้น 482 คน

โครงการดังกล่าวมีผลตอบรับที่ดีมาก
ทั้งผู้เข้ารับการอบรมและผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งนักศึกษาเข้ารับการอบรม
เนื่องจากเห็นว่านักศึกษามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นภายหลังเข้ารับการอบรม
 เช่น มีระเบียบวินัย มีความรักความสามัคคี
และการปฏิบัติตัวดี หากดำเนินการได้ผลดีอย่างต่อเนื่อง
คาดว่าจะช่วยลดปัญหาความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้ง
นอกจากนี้ มีเป้าประสงค์ของการจัดโครงการฯ คือ
ต้องการนำนักเรียนนักศึกษาจากสถานศึกษาที่มีปัญหากันอยู่แล้วมาเข้ารับการอบรมตั้งแต่ก่อนเข้าศึกษา
เพื่อให้มาทำความรู้จัก
มาเป็นเพื่อนกันก่อนเข้าสู่สถานศึกษา
โดยเชื่อว่าหากมีการขยายผลในปีต่อๆ
ไป เป้าประสงค์ดังกล่าวก็จะประสบความสำเร็จได้

โครงการอาชีวะอาสา
เป็นการนำนักเรียนนักศึกษามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือประชาชนตามเทศกาล
เช่น ปีใหม่ และสงกรานต์ เป็นต้น
มีการตั้งเต็นท์ตามถนนสายหลักทั่วประเทศ
250 จุดบริการ โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ

สำหรับโครงการอาชีวะพัฒนา
ซึ่งเริ่มดำเนินการเดือนเมษายน
เป็นการนำคณะนักเรียนนักศึกษาไปซ่อมสร้างอาคารที่เกี่ยวกับการศึกษาในพื้นที่ต่างๆ
เช่น โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
และโรงเรียนขยายโอกาส เป็นต้น โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการที่ดีเพราะเป็นการนำนักเรียนนักศึกษาที่มีความรู้ออกไปหาประสบการณ์ในสถานที่จริง
มีการปฏิบัติงานจริง ฝึกจิตใจให้เป็นจิตอาสา
และมีความต้องการช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม

ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน

“Fix it Center”

สอศ.ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว
โดยเป็นนำนักเรียนนักศึกษาด้านอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า
ตั้งจุดบริการซ่อมอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ จะมีการขอรับบริจาคอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้วให้นักเรียนนักศึกษานำไปซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้
และจะนำไปบริจาคคืนให้กับประชาชนที่มีความต้องการใช้

โครงการขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน
เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดอาชีวศึกษาร่วมกันกับ
สอศ. โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาตามกลุ่มอาชีพ
เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน
(กรอ.อศ.) จำนวน 25 กลุ่มอาชีพ
รวมทั้งมีการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
การจัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติและมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ
การหารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการผลิตบุคลากรสายอาชีพ

โครงการที่กล่าวมาล้วนมีความสำคัญต่อการผลิตบุคลากรทั้งสิ้น
เพื่อให้เยาวชนของชาติเป็นผู้มีศักยภาพ
เป็นการติดอาวุธด้านความรู้และด้านอาชีพ
เมื่อสำเร็จการศึกษาจะสามารถเอาตัวรอดในสังคมได้
มีงานทำ สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี
ไม่เป็นภาระให้กับสังคม เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมให้มีความมั่นคง
มั่งคั่้ง ยั่งยืน และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าตามที่ต้องการ


ในการนี้ ขอฝากให้ผู้บริหารสถานศึกษาช่วยกันดูแลและหาทางแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่
เช่น การรับนักเรียนนักศึกษาให้เปิดกว้างมากที่สุด
การแสวงหาโอกาสร่วมมือกับภาคธุรกิจ
ภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันจัดทำหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการ
เพราะแต่ละพื้นที่มีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมแตกต่างกัน 
ความต้องการบุคลากรก็จะแตกต่างกัน
การดูแลและหามาตรการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ประสบปัญหาต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน
การดูแลและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาและการรับน้อง
ปัญหาการทะเลาะวิวาท ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
และการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไปเรียนของนักเรียนนักศึกษา
เป็นต้น

เชื่อว่าทุกฝ่ายมีความพยายามแก้ไขปัญหาข้างต้น
ก็ขอให้กำลังใจและฝากให้ช่วยกันคิดวิธีหรือโครงการที่จะลดปัญหาดังกล่าว
เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วก็จะมีผลกระทบมาก
หากมีความรุนแรงหรือการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้นก็จะทำให้เสียภาพลักษณ์
ผู้ปกครองจะไม่ต้องการให้ลูกหลานเข้าศึกษาต่อในสายอาชีพ
ตัวนักเรียนนักศึกษาก็กลัวโดนทำร้าย
การเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพก็จะเกิดอุปสรรค
ดังนั้นจะต้องแก้ไขปัญหาและปรับภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของการศึกษาในสายอาชีพให้ได้

ในส่วนของการบริหารจัดการอาชีวศึกษา
ขอฝากให้ผู้บริหารเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายด้วยความโปร่งใส
และเป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่ถูกต้องด้วย
ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา
ต้องพึงระลึกเสมอว่าท่านเป็นผู้นำ
ผู้บริหารที่ราชการให้ความไว้วางใจ
จึงต้องดำรงตนให้เป็นต้นแบบ
เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับครู อาจารย์
บุคลากรในสถานศึกษา นักเรียนนักศึกษา และสังคม
เพราะถือว่าเป็นผู้บริหารของสถาบันที่มีหน้าที่ผลิตคน
หากเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ก็จะไม่มีความน่าเชื่อถือ
หากเป็นผู้นำที่ดี มีความคิดกว้างไกล
มีความทุ่มเทในการทำงาน เชื่อได้ว่าสถานศึกษาในความรับผิดชอบของท่านก็จะเจริญรุ่งเรือง
ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองในการส่งลูกหลานเข้ารับการศึกษา



ภาพ สถาพร
ถาวรสุข

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ.
กล่าวว่า การประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ.
ครั้งที่

3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558
จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมกันวิเคราะห์แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการจัดอาชีวศึกษาสู่โลกอาชี
สร้างความตระหนักถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารจัดการ
และให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน
โดยมีกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่

27-29
พฤษภาคม 2558
สำหรับกิจกรรมสำคัญในการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย
การบรรยายโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
การฝึกปฏิบัติและการอภิปรายกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็


กุณฑิกา พัชรชานนท์
– บัลลังก์ โรหิตเสถียร

:

สรุป/รายงาน
สถาพร ถาวรสุข

:
ถ่ายภาพ
27/5/2558

Advertisement

You might also like