Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

คนจะสอบครูต้องอ่าน!!แนวทางหลักเกณฑ์ฯ การสอบแข่งขันครูผู้ช่วย ปี พ.ศ. ๒๕๖๐

Advertisement

ที่ประชุมก.ค.ศ. เห็นชอบให้ปรับปรุงแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ
ที่ให้มีการจัดสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกส่วนราชการ
รวมทั้งเพื่อให้สถานศึกษามีอัตรากำลังข้าราชการครูเพียงพอต่อความต้องการ
และทันกำหนดการเปิดภาคเรียนที่
1
ปีการศึกษา 2560 โดยแนวทางที่จะปรับปรุง
สรุปดังนี้


1
. การสอบแข่งขัน แบ่งเป็นภาค ก 
 ภาค ข  และภาค ค

เพิ่มเพื่อน


2
. ผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน
   – ภาค ก

 ให้ ก.ค.ศ. หรือส่วนราชการ
หรือหน่วยงานอื่นที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
เป็นผู้ดำเนินการสอบ
   – ภาค ข และ ภาค ค
 ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
(กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่
ก.ค.ศ. ตั้งแล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการสอบ


3. กำหนดวันเวลาในการสอบ
  

ภาค ก
 
ให้ ก.ค.ศ.
หรือส่วนราชการ
หรือหน่วยงานอื่นที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย
เป็นผู้กำหนดวันเวลาในการสอบ
   – ภาค ข และ ภาค ค
 
ให้ส่วนราชการ
เป็นผู้กำหนดวันเวลาในการสอบ


4
. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ
   – ภาค ก

    
1)
ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา
30
     2
)
ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรฐานตำแหน่ง
ครูผู้ช่วย
     3)
ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือทางอื่น
ที่ได้รับการรับรองจาก ก.ค.ศ.
ไม่หลังวันรับสมัครวันสุดท้าย
  – ภาค ข และ ภาค ค
 กำหนดเหมือนภาค ก แต่เพิ่มอีก
1
ข้อ คือ
“ต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่าน ภาค ก
ที่ยังไม่ครบอายุการขึ้นบัญชี”


5
.
หลักสูตรการสอบแข่งขัน
แบ่งออก เป็น
3 ภาค
   – ภาค ก  ความรอบรู้ ความสามารถทั่วไป
และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรม
จริยธรรม และอุดมการณ์ของความเป็นครู
มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา
และความรู้อื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่
   – ภาค ข  ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
   – ภาค ค  ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ


6.
ค่าธรรมเนียมในการสมัคร
   – ภาค ก
 ค่าธรรมเนียม
200 บาท
   – ภาค ข และ ภาค ค
 ค่าธรรมเนียม
300 บาท

Advertisement


7. การดำเนินการสอบ ภาค ก
 ภาค ข
 และ ภาค ค

  
1) ประกาศรับสมัครไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ไม่เว้นวันหยุดราชการ
   2) รับสมัครสอบแข่งขันไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ไม่เว้นวันหยุดฯ
ด้วยการยื่นสมัครด้วยตนเองหรือยื่นสมัครทางอิเล็กทรอนิกส์
   3) กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร คุณสมบัติฯ
   4) ให้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแข่งขัน
   5) ผู้ดำเนินการสอบฯ
อาจตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม


8. เกณฑ์การตัดสิน

   – ภาค ก
 ใช้เกณฑ์ “ผ่าน”
โดยต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ
จึงจะออกหนังสือรับรองผลการสอบ
ผ่านให้
   – ภาค ข และ ภาค ค
 ต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ
จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้


9. การประกาศรายชื่อ
   – ภาค ก
 ให้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
โดยต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ
และให้ออกหนังสือรับรองผลให้แก่ผู้สอบผ่าน
เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครสอบ ภาค ข
และ ภาค ค
   – ภาค ข และ ภาค ค
 ให้ประกาศรายชื่อเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ
โดยให้เรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้คะแนนรวมทั้ง
2
ภาค จากมากไปหาน้อย


10. อายุหนังสือรับรองผลการสอบ ภาค ก  
หนังสือรับรองผลการสอบผ่าน ภาค ก
ให้ใช้ได้ไม่เกินห้าปี
นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
หากได้รับการบรรจุและแต่งตั้งฯแล้ว
หนังสือรับรองผลการสอบผ่าน ภาค ก ทุกฉบับ
ที่ออกก่อนวันบรรจุและแต่งตั้งเป็นอันยกเลิก


11
. อายุการขึ้นบัญชี 
 บัญชีผู้สอบแข่งขันได้
ให้เป็นไปตามประกาศการขึ้นบัญชีฯ


12. การเรียกตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง

   1) ครั้งแรก
ให้ใช้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
เป็นการเรียกตัวผู้มีสิทธิ์ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ที่ประกาศผลการสอบแข่งขัน
ก่อนการเปิดภาคเรียนไม่น้อยกว่า
15 วัน
   2) ครั้งต่อๆ ไป ให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน
ทำหนังสือเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้โดยตรงเป็นรายบุคคล
ก่อนวันรายงานตัวไม่น้อยกว่าสิบวัน


ที่มา : ข่าวสำนักรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement

You might also like