Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

‘ครูวัลย์’ โอดคดีไม่คืบ ยันสพม.38เรียกบรรจุก่อนบัญชีหมดอายุ 10 วัน เผยฟ้อง ‘ทีวี’ ปล่อยข่าวจ่าย 7 แสนแล้ว

Advertisement

0

‘ครูวัลย์’ ยันสพม.38เรียกบรรจุก่อนบัญชีหมดอายุ 10 วัน โอดคดีไม่คืบ เผยฟ้อง ‘ทีวี’ ปล่อยข่าวจ่าย 7 แสนแล้ว

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือครูวัลย์ อดีตครูผู้ช่วยโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม จ.ตาก เปิดเผยถึงกรณีที่นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ระบุหลักเกณฑ์การเรียกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะต้องทำหนังสือเรียกตัวก่อนบัญชีหมดอายุ 10 วันซึ่งในล็อตของตนได้เรียกมารายงานตัวในวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ก่อนบัญชีหมดอายุ 6 วัน จึงมีกระแสข่าวว่าส่อเป็นโมฆะทั้งหมดนั้นว่า ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะนับจากวันที่ไปรายงานตัว

แต่น่าจะนับจากวันที่เขตพื้นที่ฯ ทำหนังสือถึงผู้สอบแข่งขันเพื่อแจ้งให้ไปรายงานตัวมากกว่า ส่วนว่าแต่ละคนจะได้รับหนังสือเมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละคน ซึ่งในส่วนของตน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)38 ทำหนังสือลงวันที่ 25 เมษายน 2560 แจ้งให้ไปรายงานตัวที่เขตพื้นที่ฯ และโรงเรียนอุ้มผางฯ ในวันที่ 4 พฤษภาคม ดังนั้นจึงมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะโมฆะจากประเด็นดังกล่าว แต่ถ้ากรณีที่เกิดกับตนและน.ส.วนาลี ทุนมาก หรือครูแอน อดีตครูผู้ช่วยโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม

จะเป็นสาเหตุทำให้การเรียกบรรจุผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้เป็นโมฆะไปด้วย ตนก็มองว่าควรเป็นแบบนั้น ในเมื่อตนกับครูแอนเป็นโมฆะ ลำดับถัดไปก็ควรเป็นโมฆะด้วย ในเมื่อไม่ใช่ความผิดของตน ตนและครูแอนไม่ได้รับหนังสือสอบถามใดๆ จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)สุโขทัย ดังนั้นกศจ.สุโขทัยจะมาให้เหตุผลว่าเชื่อโดยสนิทใจว่าตนและครูแอน ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมแล้ว จึงเรียกข้ามลำดับไป ไม่ได้

ครูวัลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) นั้น ตอนนี้ครบ 1 เดือนที่ไปร้องทุกข์ต่อก.ค.ศ.เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนทราบจากการอ่านข่าวแค่ว่า ที่ประชุมก.ศ.ค.เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน มีมติว่าไม่อาจรับพิจารณาคำร้องของตนและครูแอนได้ เนื่องจากไม่ใช่ข้าราชการ แต่ตนยังไม่ได้รับหนังสือตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้ามีหนังสือตอบกลับมาแล้ว ตนจะนำไปยื่นเพิ่มเติมต่อศาลปกครองต่อไป

ทั้งนี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองไป 3 ข้อ คือ 1.ขอกลับเข้ารับราชการนับแต่วันมอบตัว 2.ถ้าไม่สามารถกลับเข้ารับราชการได้ ขอให้มีสิทธิในบัญชีรวมของกศจ.สุโขทัยเหมือนเดิม และ3.ถ้าไม่ได้ตามที่เรียกร้องสักข้อ ก็ขอให้มีการชดเชย

Advertisement

ครูวัลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีแจ้งความสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่ออกว่าสพม.เขต 38 เรียกเงินตนและครูแอนคนละ 7 แสนบาทเพื่อเป็นครูที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมนั้น ตนได้แจ้งความกับทีวีช่องดังกล่าว ไปเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนครูแอน ก่อนนี้เราตกลงกันว่าจะแยกกันแจ้งความคนละท้องที่เนื่องจากทราบเรื่องต่างพื้นที่กัน

แต่ตนก็ทราบว่าในส่วนของครูแอน ตำรวจไม่รับแจ้งความ สำหรับกรณีของตน ตำรวจได้ขอให้ไปให้ปากคำเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา และเข้าใจว่าเร็วๆนี้ ทางตำรวจคงมีหนังสือแจ้งไปยังบ.ก.สำนักข่าวดังกล่าว ให้มาให้ปากคำต่อไป

ครูวัลย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการไปรายงานตัวที่โรงเรียนเลยพิทยาคม จ.เลย ในฐานะครูอัตราจ้างชั่วคราวตามแนวทางเยียวยาเบื้องต้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)นั้น ตนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะไม่ไปรายงานตัว จะขอสู้จนกว่าคดีจะเรียบร้อย เพราะจากนี้จะต้องขึ้นศาลหรือไปเดินเรื่องต่างๆ อีก ถ้ายังสอนหนังสืออยู่

ก็เกรงใจโรงเรียนและนักเรียนถ้าต้องลางานบ่อยๆ เพื่อไปขึ้นศาลและเดินเรื่อง ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายมรกต กลัดสอาด ผอ.สพม. เขต 20 (อุดรธานี) อดีตผอ.สพม. เขต 38 (สุโขทัย-ตาก) อาจจะรอดโทษวินัยร้ายแรง เนื่องจากผิดแค่ระเบียบ แต่ราชการไม่เสียหายนั้น ทำไมสพฐ.มองแค่ว่าราชการยังไม่จ่ายเงินเดือนจึงไม่เสียหาย

ทำไมไม่มองว่าพวกตนได้ไปสอนหนังสือแล้ว ทำไมไม่คิดถึงความเสียหายของพวกตนโดยเฉพาะสภาพจิตใจ ทำงานมา 5 เดือน แต่ไม่ได้รับเงินเดือน และตอนนี้อีกเดือน ก็จะครบ 1 ปีเต็มที่ว่างงานแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าระบบผิดพลาดตรงไหน ตนไปร้องทุกข์มาทุกทางแล้ว แต่คดีก็ยังไม่คืบ อยากขอความเห็นใจหน่วยงานต่างๆ ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอหนังสือตอบกลับจากหน่วยงานราชการอย่างเดียว

ขอบคุณที่มา : มติชนออนไลน์