Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“ครูหนุ่ย”ยึดหลักอริยสัจ 4 ปฏิรูปการศึกษาให้ทันปี 60

Advertisement

หลังจากที่
“พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” มาสวมบท “ครูหนุ่ย”
คุมบังเหียนดูการเรียนการสอนหนังสือของพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ ทั้งประเทศ
และเหลือเวลาอีกเพียง 1 ปี 6 เดือนกับการทำงานของรัฐบาล

หลังจากที่ “พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” มาสวมบท “ครูหนุ่ย”
คุมบังเหียนดูการเรียนการสอนหนังสือของพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ ทั้งประเทศ
และเหลือเวลาอีกเพียง 1 ปี 6 เดือนกับการทำงานของรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์
จันทร์โอชา” ทาง “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้มีโอกาสพูดคุยถึงการทำหน้าที่ “ครูใหญ่” ของ พล.อ.ดาว์พงษ์ ในตำแหน่ง “รมว.ศึกษาธิการ” ว่า เป็นอย่างไรบ้าง

**มองปัญหาของการศึกษาไทยอย่างไร

หลังจากที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ได้มีการมองถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
โดยเฉพาะประเด็นการศึกษาของไทย ที่มีความสำคัญมาก
จึงต้องเร่งปฏิรูปการศึกษาของไทยให้เด็กมีความรู้ อ่านออกเขียนได้
โดยใช้หลักทางพุทธศาสนาเรื่องของ อริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และ มรรค เข้ามาจัดปัญหาที่เกิดขึ้น สามารถจัดเป็นกลุ่ม ๆ ได้ 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้

2.ครู

3.การทดสอบการประเมิน การประกันคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา

4.ผลิต พัฒนากำลังคนและงานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนาประเทศ

5.ไอซีทีเพื่อการศึกษา และ 6.การบริหารจัดการ

“ก่อนที่จะได้ยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ประการผมนำปัญหาทั้งหมดมากาง
ไม่ได้คิดเอง แต่ถามคนใน ศธ.ว่า แต่ละองค์กรมีอุปสรรคหรือปัญหาอะไร
นำมารวบรวม จัดระเบียบของปัญหา และการแก้ไข เพราะการแก้ไขปัญหาใน
ศธ.จะต้องเชื่อมโยงกับการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ
เลือกแก้จุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ ทุกเรื่องทุกปัญหาต้องไปพร้อมกันหมด
มันเป็นองค์ประกอบของการจัดคุณภาพการศึกษาให้ดี เร่งด่วนหมดทุกเรื่อง
ผมมีเวลา 1 ปี 6 เดือน ถ้าไม่แก้ไปพร้อมกันหมดไม่มีทางทำสำเร็จ
หรือจะไม่มีทางได้เห็นรูปร่างของงานที่ทำ ระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน
ผมพยายามที่จะให้เห็นรูปร่าง และเค้าโครงในการเดินหน้า จะเห็นผลชัดเจนในปี
2559”

**หัวใจสำคัญที่สุดของการศึกษาคือ “ครู” จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาให้กับครูได้อย่างไร

สิ่งที่ผมต้องแก้ปัญหาก็คือ ต้องให้ “ครู” มีความมั่นคงและความรู้
ทุกวันนี้โรงเรียนทั่วประเทศ 32,000 แห่ง แต่ขาดผู้อำนวยการ 1,000 กว่าแห่ง
มีเพียงรักษาการเท่านั้น เป็นเพราะระบบที่ต้องมีการสอบแข่งขัน อีกทั้ง
การพิจารณาบรรจุ ผอ.โรงเรียนจะไม่ข้ามเขตกัน
การย้ายครูถ้าครูคนไหนไม่ทำเรื่องเสนอย้ายจะไปจับเขาย้ายไม่ได้
ทั้งที่บางโรงเรียนอาจจะมีครูที่ขาดหรือเกิน นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น
ดังนั้นผมจึงต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้การพิจารณาบรรจุครูหรือย้ายครู
ขึ้นอยู่กับคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)

“ในการแก้ไขปัญหาครู
ไม่ว่าจะเป็นโครงการให้ครูเกษียณอายุราชการกลับมาสอน โครงการคุรุทายาท
คืนครูให้ท้องถิ่น ส่วนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
ปิดเทอมใหญ่นี้ผมจะต้องมีการประเมินว่า ผลออกมาเป็นอย่างไร นอกจากนี้
ผมจะดูแลในเรื่องสวัสดิภาพของครู โดยเฉพาะครูผู้หญิงที่จบใหม่ๆ
แล้วไปอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการมีบ้านพักครูทั้งหมด 4
หมื่นยูนิต แต่ไม่เคยตั้งงบซ่อมแซมบ้านพักครู
ผมจึงได้สั่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ไปทำโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครูทั่วประเทศให้เสร็จภายในปี 2561
ซึ่งใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาท โดยในปีนี้ผมได้เกลี่ยงบประมาณจากปี 2559
จำนวน 150 ล้านบาท มาซ่อมแซมบ้านพักครูในต่างจังหวัด จำนวน 1,000 ยูนิต
ผมโชคดีที่เลขาธิการแต่ละองค์กรให้ความร่วมมือและเห็นสอดคล้องกัน
พิจารณางบแต่ละส่วนอย่างสมเหตุสมผล
งบอะไรที่ฟุ่มเฟือยจะถูกปรับไปใช้กับโครงการที่เกิดประสิทธิภาพมากกว่า”

**มีหลักคิดการทำงานในกระทรวง ศธ.อย่างไร

วิธีคิดในการทำงานของผม
เมื่อทราบปัญหาด้วยตัวผมเองหรือจากเสียงสะท้อนของสื่อมวลชนหรือนักวิชาการ
หรือแม้แต่จากข้าราชการในประทรวง ผมจะกลับมาถามคนที่ทำงานว่า
“ปัญหานี้ใช่หรือไม่ แก้ได้หรือไม่” และ “ทำไมถึงไม่แก้”
ผมจะต้องได้ประชามติจากคนในกระทรวงก่อน ถึงจะดำเนินการ
เพราะผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ผมจะใช้หลักการบริหารของผมในการแก้ปัญหา
ผมต้องฟังและให้ช่วยกันคิด การที่เขาช่วยผมคิด
ผมก็ได้ความร่วมมือในการทำงาน
ที่ผ่านมาทำงานสำเร็จได้เพราะได้ข้าราชการในกระทรวงช่วยกันคิด
ผมมีหน้าที่เติมเต็มและอุดช่องว่างให้กับพวกเขา

**การปรับโครงสร้างใหญ่ของ ศธ.จะเสร็จเมื่อไหร่

จะต้องรอแก้พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ซึ่งเท่ากับปรับทั้งระบบรวมถึงโครงสร้าง จากการตรวจเยี่ยมหลายๆ
องค์กรพบว่าโครงสร้างปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
ที่ผ่านมาร่างกฎหมายต่างๆ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ทั้งร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา และอื่นๆ ผมเรียนนายวิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี ไปแล้วว่าขอให้ชะลอไว้ก่อน เพราะหาก
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ออกมา
อาจจะมีการให้อำนาจบางอย่างกับอุดมศึกษา ดังนั้น ก็อาจต้องปรับแก้ร่าง
พ.ร.บ.การอุดมศึกษาให้สอดคล้องกัน ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นภายในปี 2559
ต้องเร่งทำ เพราะรัฐบาลมีเวลาทำงานถึงปี 2560

**มองปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างไร

เรื่องของการทุจริต ผมบอกลูกน้องเสมอว่า “อย่าวางขนมล่อ”
วันนี้เขาไม่หยิบกิน วันอื่นเขาอาจจะหยิบ
ดังนั้นเราต้องหยิบขนมเข้าลิ้นชัก เขาจะได้ไม่เจอ
เราต้องอุดช่องว่างตรงนี้เสีย ตอนนี้ข้าราชการก็คงต้องระวังตัวมากขึ้น
เพราะต่อไปกำลังจะมีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นมาแล้ว
ซึ่งเป็นศาลตั้งขึ้นใหม่ในประเทศไทย จะตัดสินเฉพาะคดีทุจริต มีแค่ 2
ศาลคือชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ดังนั้นการตัดสินจะตัดสินพิจารณาอย่างรวดเร็ว

……………………………

อุบล ชาญปรีชาสมุทร

 

ขอบคุณที่มาจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 10 มกราคม 2559

You might also like