Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ครูเฮ!ได้สิทธิ์ชะลอฟ้อง-พักหนี้ 3ปี

Advertisement

ออมสินอนุมัติแนวทางแก้ปัญหาหนี้ครู
แบ่งลูกหนี้เป็น 3 กลุ่ม ชะลอฟ้องร้อง 3 ปี และพักชำระหนี้ 3 ปี
หรือจ่ายดอกเบี้ยแค่ครึ่งเดียว
รวมทั้งให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือนใช้หนี้ธนาคาร
ทำสัญญามัดมือห้ามก่อหนี้กับสหกรณ์ครูอีก เล็งเลิกโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.7
ตัดหนทางสร้างหนี้อีกแหล่ง

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
กล่าวถึงกรณีที่ได้หารือเรื่องปัญหาหนี้สินครูร่วมกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร
เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
เพื่อจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการธนาคารออมสิน ว่า
ขณะนี้ธนาคารออมสินได้อนุมัติเป็นหลักการเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติ
และแจ้งมายังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แล้ว โดยจะมีการดำเนินการดังนี้ คือ
ให้แบ่งลูกหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1.ลูกหนี้ขั้นวิกฤติรุนแรง คือลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการถูกฟ้อง
ถูกดำเนินคดี หรือถูกบังคับคดี ขาดความสามารถในการชำระหนี้
2.ลูกหนี้ใกล้วิกฤติ คือลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 12 งวดติดต่อกัน
3.ลูกหนี้ปกติ
คือลูกหนี้ที่ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้และยังสามารถบริหารจัดการหนี้ได้

หลังจากแบ่งกลุ่มลูกหนี้ได้แล้วจะมีมาตรการในการปรับโครงสร้างหนี้
โดยลูกหนี้ขั้นวิกฤติรุนแรงจะได้สิทธิ์
1.ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี
โดยต้องมีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี 2.พักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน 3
ปี แต่ให้ชำระเงินต้น
ส่วนลูกหนี้ใกล้วิกฤติให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นเวลาไม่เกิน 2
ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ
สำหรับลูกหนี้ปกติให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ลูกหนี้ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2558
แต่หากลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไข 2 งวดติดต่อกัน
ให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่เงื่อนไขและมาตรการตามสัญญาเดิม

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมีเงื่อนไขประกอบเพิ่มเติมคือ
ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกันเงินกู้
และลูกหนี้ต้องยินยอมให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือนชดใช้หนี้ให้ธนาคาร
ที่สำคัญลูกหนี้จะต้องไม่สร้างภาระหนี้เพิ่มกับสหกรณ์ออมทรัพย์อีก
โดยให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ที่มีกับสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย

อย่างไรก็ตาม
การปรับโครงสร้างดังกล่าวนี้ได้รับการยินยอมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แล้ว
และธนาคารออมสินกำลังดำเนินการแจ้งมาตรการให้ สกสค.ทราบ
เพื่อดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้สินครูฯ ต่อไป

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการ
สกสค.ที่ผ่านมาได้มีการพูดถึงการดำเนินการโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.7
ซึ่งได้มีการชะลอโครงการดังกล่าวนี้ไว้แล้ว
แต่มีกรรมการเสนอว่าควรจะยกเลิกโครงการ ช.พ.ค.7 หรือไม่
เนื่องจากเห็นว่าครูสามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่นได้หากมีความจำเป็น
อาทิ กู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือสถาบันการเงินอื่นๆ ได้ เป็นต้น
แต่ก็ยังไม่เป็นข้อยุติว่าจะยกเลิกโครงการดังกล่าวหรือไม่
เป็นเพียงข้อเสนอในที่ประชุมซึ่งจะต้องนำมาหารือกันอีกครั้ง. 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 26 มิถุนายน 2558

Advertisement

You might also like