Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“ครู” คือ “ปูชนียบุคคล” หรือ “ผู้แจวเรือจ้าง”

Advertisement

โดย ฟาฏินา วงศ์เลขา

“…อาชีพครูถือว่าสำคัญอย่าง
ยิ่ง เพราะครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญมั่นคง
และก่อนที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญได้นั้น จะต้องพัฒนาคน
ซึ่งก็ได้แก่เยาวชนของชาติเสียก่อน
เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าสมบูรณ์ทุกด้าน
จึงจะสามารถช่วยกันสร้างความเจริญให้แก่ชาติต่อไปได้ …”

ความตอนหนึ่งของพระราโชวาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครู ณ
อาคารใหม่สวนอัมพร เมื่อวันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2526

“ครู” คือผู้ที่ทำหน้าที่สอนให้ศิษย์เกิดความรู้
ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม นำประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติในอนาคต
จะเห็นได้ว่าอาชีพครูนั้นเป็นอาชีพที่มีความสำคัญ
และได้รับการยกย่องว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาตั้งแต่ในอดีต
ผู้ที่เป็นครูจะต้องรับภาระหน้าที่ต่อสังคมและชาติบ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้
เพราะถ้าหากครูปฏิบัติหน้าที่บกพร่องก็อาจจะส่งผลกระทบไปถึงความเสื่อมของ
ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้ ดังนั้น
ความสำคัญของครูซึ่งเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติบ้านเมือง
สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของเด็ก เยาวชน และผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก

เรามักจะได้ยินคำพูดเชิงเปรียบเทียบหรือเปรียบเปรยมากมายที่มักได้ยินบ่อย
ครั้ง เช่น “ครู คือปูชนียบุคคล” เนื่องจากครูเป็นผู้ที่ต้องเสียสละ
เอาใจใส่เพื่อความเจริญก้าวหน้าของศิษย์
ซึ่งเป็นบุคคลที่ควรได้รับความเคารพเทิดทูนของศิษย์และบุคคลทั่วไป
ดังนั้นภารกิจจำเป็นที่ครูต้องปฏิบัติในฐานะปูชนียบุคคล เช่น ลด ละ
เลิกพฤติกรรมไม่ดีทั้งปวง
ฝึกฝนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทั้งกายและใจให้เป็นผู้ที่มีความสุจริต
และมีความขยันหมั่นเพียรใฝ่เรียนรู้สั่งสมวิชาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม
อย่างสม่ำเสมอ ในอดีตครูนั้นมักได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่รอบรู้
รู้จริง รู้แจ้ง ถือได้ว่าเป็นปราชญ์และผู้รู้
ซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะที่เป็นคนดี คนเก่งในวิชาความรู้แขนงต่าง ๆ

การเป็นแบบอย่างที่ดีของครูเพื่อให้ศิษย์ได้ประพฤติปฏิบัติตนตามแบบอย่าง
จึงได้ชื่อว่า “ครูคือแม่พิมพ์ของชาติ”
อาชีพครูเป็นอาชีพที่ไม่ก่อให้เกิดความร่ำรวย
ครูต้องมีความพึงพอใจในความเป็นอยู่อย่างสันโดษ ไม่หวั่นไหวต่อลาภ ยศ
สรรเสริญ และความสะดวกสบายต่าง ๆ จึงมีการเปรียบเปรยว่า
“ครูคือผู้แจวเรือจ้าง”
อีกทั้งอาชีพครูยังเป็นผู้ชี้นำแสงสว่างแห่งปัญญาให้แก่ศิษย์
จึงมีการเปรียบเทียบว่า “ครูคือแสงเทียน”

จากสภาพความเป็นจริงที่ปรากฏในปัจจุบัน
วิชาชีพครูกำลังด้อยลงไปในแง่ของความรู้สึก
เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่คนมักจะมองว่าเป็นวิชาชีพที่มีรายได้ต่ำ
เป็นครูแล้วจะมีฐานะยากจน มีหนี้สินมากจนล้นพ้นตัว
ดังนั้นผู้ปกครองที่มีการศึกษาสูงและมีฐานะทางเศรษฐกิจดี
จึงมักจะไม่ส่งเสริมให้บุตรหลานเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในสาขา
ที่จบออกไปเพื่อประกอบวิชาชีพครู และตัวเด็กเองหรือคนเก่ง ๆ
ก็ไม่อยากเข้าศึกษาในสาขาวิชาชีพครู จึงไปศึกษาต่อในสายวิชาชีพ อื่น ๆ
เมื่อจบออกมาก็สามารถประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในอัตราที่สูงกว่าเช่นกัน
ดังนั้นภาพที่เรามักเห็นคือผู้ที่สมัครเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาชีพครูมักจะ
เป็นผู้ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ำ
ซึ่งไม่สามารถไปสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาชีพอื่นได้
จึงจำเป็นต้องเบนเข็มมาศึกษาในสาขาวิชาชีพครู สรุปง่าย ๆ ก็คือ
คนเก่งไม่เรียนครู
และสาขาครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์เป็นอันดับสุดท้ายที่เด็กจะเลือกเรียน
นี่เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญไม่น้อย
ซึ่งผู้มีอำนาจในการบริหารจะต้องหาแนวทางแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้

อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวไกลทางเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ
ขึ้นมามากมายอย่างรวดเร็ว
สังคมการศึกษาก็ต้องพัฒนาก้าวตามให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
ครูผู้สอนจะยังคงสอนในรูปแบบเดิม ๆ ก็คงไม่ได้อีกต่อไป
จะต้องปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนจากเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลางในการสอน
มาเป็นเด็กเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ โดยครูต้องทำหน้าที่ในการชี้แนะ
ให้คำปรึกษา ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เรียน
ครูต้องแสวงหาสื่อและวิธีการสอนที่แตกต่างหลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัย
อย่างเช่นปัจจุบันต้องเน้นเรื่องของการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”
เป็นต้น

ครูในยุคปัจจุบันจะต้องนำเทคโนโลยีและระบบเครือข่ายมาใช้ในการจัดการเรียน
รู้เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ในโลกกว้างที่หลากหลายมาก
ขึ้น สำหรับคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับครูที่มีผู้รวบรวมไว้มีหลายประการ
ซึ่งสิ่งที่จำเป็นที่สุดและขาดไม่ได้สำหรับครูนั่นคือเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เนื้อหาที่สอน
ครูต้องมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์เพราะถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีความ
สำคัญในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และครูต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้
เรียนที่จะนำไปใช้ในการเรียนรู้ในโลกกว้างได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด
ครูต้องเข้าใจแนวคิดที่ว่าผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง
โดยการได้ลงมือทำกิจกรรมใด ๆ
ให้เกิดการสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์หรือความรู้เดิม
ครูต้องมีทักษะในการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนด้วยกัน
เพื่อนครูทั้งในโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียน หรือเชื่อมโยงโรงเรียน
บ้าน และชุมชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของผู้เรียน
ครูต้องมีทักษะในการสื่อสารกับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครูต้องเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้
ครูต้องเป็นผู้มีมุทิตาจิต มีความรัก ความห่วงใยผู้เรียน

ไม่ว่าจะเปรียบเทียบว่า “ครู” คือ “ปูชนียบุคคล”
“แม่พิมพ์ของชาติ” “ผู้แจวเรือจ้าง” “แสงเทียน”
หรือจะเปรียบเปรยเป็นอย่างอื่นก็ตามที
ขอโปรดจงรู้ไว้ว่าครูเป็นผู้ที่มีความสำคัญยิ่งในการปลูกฝังความรู้ ความคิด
และจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้ได้เติบโตขึ้นไปเป็นพลเมืองที่ดี
จึงถือว่าครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ประเทศชาติ
เพราะเด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติในวันหน้า.

 

ที่มา เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 5 ม.ค. 2559 (กรอบบ่าย)

You might also like