Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

คลิกอ่านที่นี่!! การประชุมชี้แจงโครงการโรงเรียนประชารัฐ

Advertisement

0

Advertisement




ข่าว
สำนักงานรัฐมนตรี

188/2559

ประชุมชี้แจงโครงการโรงเรียนประชารัฐ

Advertisement


“โครงการสานพลังประชารัฐ
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ” จัดการประชุม
ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ
ให้แก่ผู้บริหาร
โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบโครงการระยะที่
1 ทั่วประเทศ 3,342 โรงเรียน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ

รวมทั้งนายศุภชัย เจียรวนนท์
หัวหน้าทีมภาคเอกชน และ

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
พร้อมด้วยคุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ผู้แทนภาคประชาสังคม
ร่วมเปิดการประชุมในครั้งนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2559 ณ

โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี,
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายศุภชัย เจียรวนนท์
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด
(มหาชน), ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสูงสุดโรงเรียนสัตยาไส
และคุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ผู้แทนภาคประชาสังคม
ร่วมพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ
“โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ” 
โดยมีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา, ผู้บริหารองค์กรหลัก,

ผู้บริหารภาคเอกชน,

ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ
ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการโรงเรียนประชารัฐ
ระยะที่ 1 เข้าร่วมกว่า 3,500 คน

 


 รมว.ศึกษาธิการ
ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ
 
กล่าวถึงโครงการสานพลังประชารัฐ
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ว่า
เป็นมิติใหม่ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
เพื่อร่วมขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำให้มีสัมฤทธิผล
และมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน


ซึ่งต้องยอมรับว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้
แตกต่างจากโครงการรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรต่างๆ หรือ CSR (Corporate
Social Responsibility)
เนื่องจากการทำงานร่วมกันครั้งนี้จะเป็นระบบมากขึ้น
กระจายไปสู่วงกว้างมากขึ้น
เรียกได้ว่าเป็นระบบการศึกษาทั้งระบบที่จะต้องมีการวางแผนงาน
งบประมาณให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะรองรับกับพลวัตรในศตวรรษที่
21



โดยทักษะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย การเรียนรู้ 3R x 8C ตลอดชีวิต


3R
คือ Reading-อ่านออก, (W)Riting-เขียนได้,
(A)Rithenmatics-คิดเลขเป็น
8C คือ
Critical Thinking and Problem Solving :
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ แก้ไขปัญหาได้
Creativity and Innovation :
คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิงนวัตกรรม
Cross-cultural Understanding :
ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม
Collaboration teamwork and leadership :
ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ

Communications
information and media literacy : ทักษะในการสื่อสาร
และการรู้เท่าทันสื่อ

Computing
and ICT literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยี

Career
and learning skills : ทักษะทางอาชีพ และการเรียนรู้

Compassion
: มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย
ซึ่งเป็นคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นต้นทั้งหมด
และเป็นคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเป็นต้องมี


ในส่วนของโครงการโรงเรียนประชารัฐ

ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) “สานพลังประชารัฐ
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ” ร่วมกับภาคประชาสังคม
และภาคเอกชนกว่า 25 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ
เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น
กระทรวงศึกษาธิการได้เปิดรับสมัครโรงเรียนขนาดกลางหรือขนาดเล็ก
(ระดับประถมศึกษา-ขยายโอกาส นักเรียน 80-600 คน, ระดับมัธยมศึกษา
นักเรียน 120-600 คน) เข้าร่วมพัฒนาตามโครงการ
ซึ่งมีโรงเรียนสนใจสมัครกว่า 10,000 โรงเรียน
และมีโรงเรียนผ่านการคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนประชารัฐ
ระยะที่ 1 จำนวน 3,342 โรงเรียน
ที่จะได้รับการพัฒนาตามโครงการภายใต้การดูแลและให้ความช่วยเหลือของ
School Partners จากภาคเอกชน 1,000 คน และมี School Sponsor
จากภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนต่อไปด้วย


สิ่งที่จะได้รับจากการเป็นต้นแบบโรงเรียนประชารัฐ
มีหลายประการ คือ
1) ครู ได้รับความรู้และประสบการณ์จากกระบวนการจัดการ
ตลอดจนได้รับการพัฒนา-การเรียนรู้ต่างๆ 2) โรงเรียน
ได้รับการเติมเต็มจากภาคเอกชน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน
สื่อการเรียนการสอน ระบบฐานข้อมูล เป็นต้น 3) ผู้บริหาร
ได้รับการพัฒนาคุณสมบัติและสมรรถนะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ 4)
ผู้ปกครอง ชุมชน
ได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและสนับสนุนการศึกษามากขึ้น


จึงฝากให้ผู้บริหารทุกคน
ร่วมดำเนินงานตามบทบาทของภาครัฐใน 2 ส่วน
ดังนี้


Do คือ สิ่งที่ต้องทำ :

ขอให้ผู้บริหารทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่
พร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
มีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่โครงการและปฏิบัติตามแผนงานโครงการพัฒนาโรงเรียน
เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายสูงสุดคือ
การที่โรงเรียนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง
นั่นก็หมายถึงความยั่งยืนนั่นเอง


Don’t คือ สิ่งที่ไม่ควรทำ :

ขออย่าได้ปัดความรับผิดชอบในการพัฒนาโรงเรียนไปให้โครงการโรงเรียนประชารัฐ
รวมทั้งไม่ร้องขอรับการสนับสนุนอื่นตามความต้องการของตนเอง
แต่ควรที่จะปฏิบัติตามแผนโครงการ

อย่างไรก็ตาม
มีความคาดหวังจากการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐในหลายส่วน
ไม่ว่าจะเป็นการมีธรรมาภิบาลในสถานศึกษา โรงเรียนมีความพร้อม มีสื่อ
วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนห้องเรียนที่เพียงพอต่อการจัดการเรียนรู้
นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น
โดยเฉพาะภาษาอังกฤษต้องสามารถสื่อสารได้ดีขึ้น
รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

 


 นายศุภชัย
เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน
 กล่าวว่า
ในฐานะตัวแทนของภาคเอกชน ขอชื่นชมโครงการสานพลังประชารัฐ
ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
ซึ่งถือเป็นมิติสำคัญและยิ่งใหญ่สำหรับภาคเอกชน

ซึ่งโครงการนี้
เป็นหนึ่งในโครงการที่สามารถตอบโจทย์ของประเทศได้ทั้ง 3 ข้อ คือ
การลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาคุณภาพคน
และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากทั้ง 3
ประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาบุคลากรในประเทศให้มีประสิทธิภาพ
โดยภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมแบ่งปันและดำเนินโครงการสนับสนุนการศึกษา 3
โครงการ คือ


1) โครงการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการศึกษา 10 ด้าน
ได้แก่

  • Transparency
    เน้นความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ของข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียนและสนับสนุนให้มีการตั้งกองทุนโรงเรียน
    ซึ่งความโปร่งใสและการตรวจสอบได้จะทำให้เกิดการแข่งขันและนำไปสู่การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง
    ๆ ให้กับสถานศึกษา

  • Digital Infrastructure คือ
    การเชื่อมโยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
    โดยเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลทั่วโลกและการเข้าถึงเนื้อหาข้อมูลในระดับโลก
    ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้กับการศึกษา

  • Market Mechanism
    การขับเคลื่อนกลไกตลาดโดยการทำให้ผู้ปกครอง ชุมชน เอกชนในท้องที่
    และเอกชนระดับประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมกับสถานศึกษา
    เพราะโรงเรียนไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนเยาวชนเพียงอย่างเดียว
    แต่ต้องดึงความมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนด้วย
    ซึ่งจะทำให้กระบวนการเรียนรู้ของเด็กพัฒนาแบบก้าวกระโดด

  • Curriculum and Teaching Technique
    การปรับหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Child
    Centric) เพราะเด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
    เหมือนฟองน้ำที่ซับน้ำได้เป็นอย่างดี
    โดยมีแนวทางในการดึงศักยภาพของเด็กออกมา และทำให้เด็กรักการตั้งคำถาม
    มีความคิดริเริ่ม การคิดวิเคราะห์ และการรู้จักแก้ปัญหา
    ซึ่งกระบวนการเรียนรู้จะไม่มีที่สิ้นสุดเพราะเด็กจะมีส่วนร่วมในกระบวนการค้าคว้าหาคำตอบ

  • High Quality Principles คือ
    การพัฒนาผู้นำโรงเรียนให้มีความมุ่งมั่น รักที่จะพัฒนาเด็ก
    และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย
    อีกทั้งสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งผลิตและสร้างเยาวชนที่เข้มแข็งเพราะสถาบันการศึกษาคือผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้
    โดยผู้บริหารสถานศึกษาคือผู้นำที่จะดึงศักยภาพของนักเรียนออกมา
    เพื่อสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ มีความเข้มเข็ง มีคุณธรรม
    และจะเป็นพื้นฐานของความเข้มแข็งในด้านต่าง ๆ ของประเทศต่อไป

  • Health and Heart
    เยาวชนต้องมีสุขภาพดีและมีอาหารการกินครบทุก 5 หมู่
    พร้อมทั้งมีสภาพจิตใจต้องแข็งแรง รู้จักการให้ การเชื่อมโยง
    การมีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือสังคม และเสียสละเพื่อสังคม

  • Local and International
    การผสมผสานความรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวคือ พัฒนาครูในประเทศ
    รวมทั้งดึงครูที่มีศักยภาพหรือครูในสาขาที่ขาดแคลนจากต่างประเทศ
    เข้ามาทำการสอนในไทย
    ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนการเรียนรู้แบบก้าวกระโดดสู่มาตรฐานสากลได้
    อีกทั้งการดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาในไทย
    เพราะทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในประชาคมโลก

  • English Language
    แนวทางที่จะทำให้เด็กเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
    คือการมีภาควิชาหรือบางวิชาที่ทำการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในทุกชั้นเรียน
    รวมทั้งมีหนังสือหรือตำราเรียนเป็นภาษาอังกฤษ
    เนื่องจากจะทำให้นักเรียนต้องค้นคว้าหาคำศัพท์ที่ใช้ในการสื่อสาร

  • Educational Hub
    การสร้างศูนย์กลางการศึกษา ด้วยการใช้เทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านของ Mega
    Trends ได้แก่ Robotics, Nanotechnology,
    Biotechnology และ Digital Technology เพื่อจะสร้าง School of Science
    and Research ด้วยการนำเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านมาพัฒนาต่อยอด

  • Young Leadership Development
    การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ด้วยการคัดเลือกผู้นำรุ่น
    ด้วยการให้ทุนศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
    และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่เหล่านี้ให้เป็นผู้นำที่เป็นกำลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลงประเทศ
    รวมทั้งเป็นผู้ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว


2) โครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ CONNEXT
Ed (School Partner Leadership Program)
 
คือ
โปรแกรมสร้างผู้นำควบคู่กับการขับเคลื่อนโรงเรียนประชารัฐ
โดยภาคเอกชนคัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพที่จะทำงานร่วมกับโรงเรียน
ซึ่งมีสัดส่วนผู้นำรุ่นใหม่ 1 คน ต่อ 3 โรงเรียน
โดยจะดำเนินงานเป็นทีม ซึ่งหนึ่งทีมจะดูแลโรงเรียนประมาณ 15-20 แห่ง

อีกทั้งในอนาคตมีแนวทางในการนำนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ
โดย 1 โรงเรียนจะมีนักศึกษา 1-2 คนช่วยดูแล
พร้อมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานไปพร้อม ๆ
กันภายใต้การนำของผู้บริหารสถานศึกษา
อีกทั้งไม่จำกัดเฉพาะผู้นำจากภาคเอกชน
ผู้นำที่เป็นอาสาสมัครจากทุกภาคส่วนที่ผ่านการคัดเลือกก็สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้
ทั้งนี้ จะดำเนินการคัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่ตามโครงการ CONNEXT
Ed ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้


นอกจากนี้ จะมี School Sponsor
ที่เป็นผู้บริหารระดับ CEO หรือ CEO-1
ซึ่งจะเข้าไปเรียนรู้กับผู้บริหารสถานศึกษาและร่วมพัฒนาโรงเรียน

โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะทำให้เรียนรู้และศึกษาปัญหาของโรงเรียนได้เร็วขึ้น
ทางภาคเอกชนจะการสนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนปีละ 500,000-1,000,000 บาท
คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 2,000 ล้านบาทต่อปี ในเบื้องต้นจะมีการลงนาม MoU
กับ 12 องค์กรที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์หลังจากนี้
ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะดูแลโรงเรียนทั้ง 18 ภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ
กล่าวคือภาคเอกชน 1 องค์กรจะดูแลสถานศึกษาใน 1-2 ภาค


3)
โครงการมหาวิทยาลัยแห่งความเป็นเลิศด้านงานวิจัย (Educational Hub) 
 โครงการนี้จะนำไปสู่การเชื่อมต่อด้านการค้นคว้าวิจัยกับภาคเอกชน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนในภูมิภาค, ประชาคมอาเซียน
และทวีปเอเชีย
สามารถเข้ามาเรียนหนังสือที่ประเทศไทยได้
อีกทั้งมีการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านของ
Mega trends

ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนและผสมผสานกันเพื่อการพัฒนาและสามารถนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาในสังคม
พร้อมทั้งสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ตลอดจนสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน



ส่วนหนึ่งของพิธีเปิดการประชุมชี้แจงผู้บริหาร รร.ประชารัฐ รุ่นแรก
3,342 โรงเรียนทั่วประเทศ



ภาครัฐ-ภาคเอกชน-ภาคประชาสังคม ร่วมใจสร้าง “รร.ประชารัฐ” อย่างยั่งยืน


หลังจากนี้ไปผู้นำรุ่นใหม่จากภาคเอกชนจะทำการ Workshop
กับผู้บริหารสถานศึกษา ด้วยการวางแผนสร้างการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งภาคเอกชนจะให้การสนับสนุนและประเมินผลความคืบหน้าและความสัมฤทธิ์ผลของโครงการในทุกไตรมาส
อีกทั้งต้องกำหนดตัวชี้วัด (KPIs)
ที่จะเป็นตัวกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อไป

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ