Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

คลิกอ่านที่นี่!! ผลประชุม ก.ค.ศ.6/2559 วันที่ 4 ก.ค. 2559

Advertisement

เพิ่มเพื่อน

Advertisement




พล.อ.ดาว์พงษ์ 
รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
ครั้งที่

6/2559


และการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
ครั้งที่ 6/2559


เมื่อวันจันทร์
ที่
4 กรกฎาคม

2559  ณ ห้องประชุมราชวัลลภ



ว่าที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)  โดยสรุป
ดังนี้

Advertisement



การพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


ที่ประชุมได้หารือถึงการแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ซึ่งจะเกี่ยวข้อง 2 ส่วน คือ
ปรับปรุงระบบการประเมินวิทยฐานะ และการคงรักษาไว้ซึ่งเงินวิทยฐานะ

โดยขอให้ยึดหลักการว่าหากจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใดๆ
จำเป็นจะต้องถามผู้รับการประเมินก่อนด้วย

แต่
ย้ำว่าไม่มีการยกเลิกเงินวิทยฐานะแต่อย่างใด
เพราะเจตนารมณ์การปรับปรุงหลักเกณฑ์คือ
เพื่อปกป้องครูไม่ให้สังคมโจมตีได้ว่าครูรับเงินวิทยฐานะไปแล้ว
ละทิ้งห้องเรียน หรือคุณภาพผู้เรียนลดลง แต่
การได้รับวิทยฐานะที่สูงขึ้น
ย่อมมีผลโดยตรงต่อคุณภาพผู้เรียน
โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะมีระบบการประเมินและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
ให้มากขึ้น
คาดว่าจะเริ่มใช้ในปี

2560


เห็นชอบแก้ไขหลักเกณฑ์ฯ
นำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น
ตำแหน่งครูผู้ช่วย สพฐ. : โดยให้ กศจ.
กำหนดเองได้ตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากการที่ ก.ค.ศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น
ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ 0206.6/ว3 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2559
นั้น แต่ที่ผ่านมาพบปัญหา เช่น กศจ.
บางแห่งมีผู้ยื่นความประสงค์มาขึ้นบัญชีของ กศจ.เพียงคนเดียว
หรือในจังหวัดนั้นมีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชา หรือทาง
หรือสาขาวิชาเอก เหลืออยู่เพียงบัญชีเดียว
หากจะดำเนินการประเมินเพื่อจัดลำดับที่ในการขึ้นบัญชีของ กศจ.
โดยการสอบข้อเขียนแบบปรนัยและสัมภาษณ์
อาจทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณและเป็นการเพิ่มภาระงานให้ กศจ.

นอกจากนี้
จากการประชุมสัมมนาการบริหารงานบุคคลของ กศจ. ใน 4 ภูมิภาค
ได้มีข้อเสนอให้ กศจ.
เป็นผู้กำหนดวิธีการประเมินเพื่อจัดเรียงลำดับที่เอง
โดยไม่ต้องยึดว่าต้องสอบเฉพาะข้อเขียนแบบปรนัยและการสัมภาษณ์เท่านั้น 
หรือ กศจ.ใดที่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันเหลืออยู่เพียงบัญชีเดียว ให้ กศจ.นั้น
นำรายชื่อผู้สอบแข่งขันมาประกาศเป็นบัญชีของ กศจ.ได้เลย
โดยไม่ต้องประเมินเพื่อจัดเรียงลำดับที่ใหม่

ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว
จึงเห็นควรแก้ไขหลักเกณฑ์ ว3/2559 ดังกล่าว
โดยให้
ยกเลิกการกำหนดวิธีการสอบข้อเขียนแบบปรนัยและการสอบสัมภาษณ์

(ตามข้อ 2 ค. และข้อ 4-8) มาเป็น
ให้ดำเนินการประเมินตามวิธีการที่ กศจ.กำหนดได้ตามความเหมาะสม
โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และเสมอภาค ทั้งนี้
อายุการขึ้นบัญชีให้ใช้อายุบัญชีเท่าเดิม


เห็นชอบแก้ไขหลักเกณฑ์ฯ
การสอบครูผู้ช่วย สพฐ.

ที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่ง
ตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ตามหนังสือ ก.ค.ศ. ที่ ศธ
0206.6/ว 14
ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 (หลักเกณฑ์ ว14/2558)

เพื่อใช้สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา
ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ครั้งที่ 1/2559

เพื่อให้สถานศึกษามีอัตรากำลังข้าราชการการครูเพียงพอต่อความต้องการ
และทันกำหนดการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559
โดยให้มีการกระจายอำนาจให้ กศจ. ในฐานะผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

บริหารจัดการในเรื่องการออกข้อสอบตามหลักสูตรที่กำหนดท้ายหลักเกณฑ์และวิธี
การตาม
ว14/2558 นี้

ทั้งนี้
อาจมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณี
ตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการสอบแข่งขันได้ตามความจำเป็น
และความเหมาะสม
ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.
จะโอนงบประมาณในการสอบแข่งขันไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
เขต 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นศึกษาธิการจังหวัด
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินการสอบแข่งขันและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด
รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช. ที่ 11/2559

อนึ่ง ตามมาตรา 47 แห่ง
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้
อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน
เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่ง คสช. ที่ 10/2559 ให้ยุบเลิก อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษาฯ และให้โอนอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.
เขตพื้นที่การศึกษาฯ ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของ กศจ. จังหวัดนั้นๆ



เห็นชอบการจัดสรรคืนอัตราว่างของข้าราชการครูฯ จากผลการเกษียณอายุราชการ

จากการที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ
(คปร.) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 ได้
เห็นชอบการจัดสรรคืนอัตราว่างของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากผลการเกษียณอายุราชการ
เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2557
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 12,884 อัตรา
เป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย 10,424 อัตรา นั้น

เนื่องจากมีการแก้ไขวันเดือนปีเกิดที่ผิดพลาดของข้าราชการครูจำนวน 2
ราย จากสังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต 1 และ สพม. เขต 14 (พังงา-ภูเก็ต-ระนอง
)
ทำให้ สพฐ.ต้องนำเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว
มีมติอนุมัติจัดสรรอัตราว่างตำแหน่งครูผู้ช่วยจำนวน 2 อัตราดังกล่าว

และให้ สพฐ.ดำเนินการเกลี่ยอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติ
โดยให้จัดสรรในสถานศึกษาที่มีจำนวนอัตรากำลังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังที่
ก.ค.ศ. กำหนด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ค.ป.ร.กำหนดโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ
ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบ ก.พ.7 ของข้าราชการให้ถูกต้อง
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการบริหารงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย



การเลือกตั้งผู้แทนองค์กรกลางบริหารงานบุคคล เป็นกรรมการสวัสดิการข้าราชการ

ที่ประชุม ก.ค.ศ. เห็นชอบเสนอชื่อ
นายสงกรานต์ จันทร์น้อย
ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดย

ก.ค.ศ. ในครั้งนี้ ให้เป็นผู้แทน ก.ค.ศ.ในคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ
ที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการจัดสวัสดิการข้าราชการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 โดยมีเลขาธิการ
ก.พ. เป็นประธานกรรมการ



การตั้งอนุกรรมการใน
อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ประชุมเห็นชอบตั้ง
นายวีระกุล อรัณยะนาค
 
ผู้ตรวจราชการกระทรวง
ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 8 เป็นอนุกรรมการ
ใน
อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
แทนผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการภาค 12 ตามการเปลี่ยนพื้นที่รับผิดชอบ



การบริหารงานบุคคลของ กศจ.


ภายหลังการประชุม ก.ค.ศ.


 
ได้มี
การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
ครั้งที่ 6/2559
โดยมี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม
ซึ่งที่ประชุม
ได้เห็นชอบให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
(กศจ.) ดำเนินการสรรหา
กรรมการใน
กศจ. ในส่วนของ
ผู้แทนครูในท้องถิ่น
ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น
ซึ่งจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งชั่วคราวในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้
โดยขอให้ กศจ.ทุกแห่งดำเนินการสรรหาองค์ประกอบของกรรมการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน
45 วัน
แต่หาก กศจ.ใดไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาดังกล่าว
คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค
จะดำเนินการแต่งตั้งเอง เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อจนเกิดปัญหาทำงานไม่ได้

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 275/2559 ผลประชุม ก.ค.ศ.6/2559

You might also like