Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ความก้าวหน้าปฏิรูปการศึกษา

Advertisement

รัฐบาลพอใจปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

ทำเนียบรัฐบาล – พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เผยรัฐบาลพอใจปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ซึ่งเริ่มเห็นผลหลายประเด็น อาทิ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
นโยบายลดภาระในการสอบ O-NET การเก็บภาษีเงินได้โรงเรียนกวดวิชา
การยกระดับสถานศึกษาและสนับสนุนการผลิตบุคลากรด้านอาชีวศึกษา
และการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมชาวต่างประเทศที่เข้ามาประกอบอาชีพครูสอนภาษา
อังกฤษในไทย 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
ผลจากการเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาเริ่มเห็นผล อาทิ ภายในภาคการศึกษาเดียว
สามารถขยายจำนวนการให้บริการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV
ได้ครบทุกโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้นจำนวน 15,369 โรง
คิดเป็นนักเรียนที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาถึง 1,015,974 คน
จากเดิมที่มีเพียง 6,628 โรง และการประเมินผลจากการสอบ NT พบว่า
เด็กนักเรียนระดับชั้น ชั้น ป. 3 และ ป. 6 ในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านั้น
มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้น

ในส่วนของนโยบายลดภาระในการสอบของนักเรียน
เพื่อให้มีเวลาทำกิจกรรมนอกหลักสูตรที่สนใจและพัฒนาตนเองในด้านอื่น
ก็ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรม คือ ในปีการศึกษา 2558
ได้ลดจำนวนวิชาในการสอบ O-NET จากเดิม 8 กลุ่มสาระวิชา เหลือ 5
กลุ่มสาระวิชา เพื่อลดความเครียดให้นักเรียน และหวังเพิ่มศักยภาพในด้านอื่น

สำหรับนโยบายล่าสุดคือ
การออกพระราชกฤษฎีกาเก็บภาษีเงินได้โรงเรียนกวดวิชา
เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี
เนื่องจากโรงเรียนกวดวิชาเป็นกิจการเพื่อการค้าและแสวงหากำไรเช่นธุรกิจอื่น
จึงควรเสียภาษีอย่างถูกต้องและเสมอเหมือนกับธุรกิจที่แสวงหากำไรอื่นๆ
คาดว่ารัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้ประมาณ 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้การเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา เป็นการจัดเก็บจากกำไรจากการประกอบการ
มิได้เก็บจากรายได้ทั้งหมด
ดังนั้นผู้ประกอบการไม่ควรผลักภาระให้เด็กนักเรียนโดยการขึ้นค่าเรียน
แต่ควรลดในส่วนกำไรเพื่อนำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐ อย่างไรก็ตาม
รัฐยังคงยกเว้นภาษีให้แก่สถาบันการศึกษาเอกชน
เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษากระแสหลักและจำเป็นต่อการพัฒนา
ประเทศ
และสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมในจุดที่การจัดการศึกษาโดยรัฐ
ไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทั่วถึง ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ คาดการณ์ว่า
มูลค่าการตลาดโรงเรียนกวดวิชาในปี 2558 จะสูงถึง 8,189 ล้านบาท
และมีโรงเรียนกวดวิชาราว 2,000-3,000
แห่งทั่วประเทศที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
จากปัจจุบันที่ไม่ต้องเสียภาษีเลย

ผลการปฏิรูปการศึกษาที่ชัดเจนอีกด้าน คือ
การยกระดับสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาและสนับสนุนการผลิตบุคลากรด้าน
อาชีวศึกษา ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของชาติ
โดยในปีการศึกษา 2558
มีจำนวนนักเรียนสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรของสถานศึกษาระดับอาชีวะเพิ่มขึ้น
คือ ระดับ ปวช. 202,410 คน เพิ่มขึ้นจาก ปี 2557 ที่มีนักศึกษาจำนวน
160,590 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.04 ส่วน ปวส. มีผู้สมัครเรียน 112,064
คน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีนักศึกษาจำนวน 103,301 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ
8.48 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากนี้
ยังมีนโยบายที่ดำเนินการร่วมกับสถานทูตอังกฤษเพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ
อาชญากรรมชาวอังกฤษที่เดินทางเข้ามาประกอบอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ
เพื่อป้องกัน
กลุ่มที่เคยมีประวัติการกระทำผิดหนีเข้ามาอาศัยอาชีพครูสอนภาษาแล้วอาจกระทำ
ผิดซ้ำกับเด็กนักเรียน
ปัจจุบันพบว่าครูต่างชาติในประเทศไทยที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงศึกษาธิการมี
มากกว่า 15,000 คน
ซึ่งยังไม่รวมครูต่างชาติที่สมัครตรงกับโรงเรียนโดยไม่ผ่านกระทรวง
ศึกษาธิการ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสร้างระบบเข้ามาดูแลต่อไป

ทั้งนี้
นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนผลักดันให้การปฏิรูปการศึกษาเดิน
หน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม หากบอกว่าพอใจเต็มที่แล้ว
ก็คงจะเป็นการพูดที่ไม่ตรงกับความจริง
เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการเห็นอัตราการเร่งของผลสัมฤทธิ์ในเชิงรูปธรรมที่รวด
เร็วกว่านี้อีกเท่าตัว
เพราะในขณะนี้ประเทศต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป
และการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญของการปฏิรูปประเทศในมิติอื่นๆ ด้วย
จึงขอให้ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรีจะคอยติดตามงานทุกระยะ

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

You might also like