Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

คับข้องใจจากผู้บังคับบัญชา …. ควรฟ้องศาลตอนไหน

Advertisement

ข้าราชการผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือสั่งให้ออกจากราชการหรือมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของ ผู้บังคับบัญชา หรือเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อํานาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

เพิ่มเพื่อน

ระบบราชการไทยได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อ ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป หรือต่อผู้มีอํานาจพิจารณาอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ตามที่กฎหมายกําหนดและหากไม่พอใจ ผลการพิจารณาอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ ก็สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือ ควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

Advertisement

หากยื่นฟ้องคดีเมื่อล่วงพ้นกําหนดเวลาดังกล่าว ศาลปกครองมีอํานาจสั่งไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณา และจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหลายคดีที่ศาลปกครองไม่รับคําฟ้องไว้พิจารณาเพราะเหตุดังกล่าว ซึ่งอาจเนื่องมาจากความไม่รู้ว่า วันใดถือเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตามที่กฎหมายกําหนด

คดีปกครองที่จะนํามาเล่าสู่กันฟังในฉบับนี้ เป็นเรื่องของผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดี (ปลัดกรุงเทพมหานคร) มีคําสั่งแต่งตั้งและเลื่อนข้าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ดํารงตําแหน่งที่สูงขึ้น

แต่ไม่ได้แต่งตั้งและเลื่อนตําแหน่งผู้ฟ้องคดี ทั้งที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้ง ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การออกคําสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นหนังสือลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 ร้องทุกข์ต่อประธานคณะกรรมการ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) แต่ก็ไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา ผู้ฟ้องคดีจึงมาฟ้องคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 ขอให้เพิกถอนคําสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว

ในการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 (ซึ่งบังคับใช้อยู่ในขณะนั้น) ให้นํากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งตามมาตรา 130 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ประกอบกับข้อ 13 ของกฎ ก.พ. ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ กําหนดให้ผู้มีอํานาจพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือร้องทุกข์และ เอกสารหลักฐาน และขยายระยะเวลาพิจารณาได้อีกไม่เกินสามสิบวันในกรณีจําเป็น และขยายเวลาได้อีกไม่เกิน สามสิบวันในกรณีที่ยังไม่แล้วเสร็จ

คดีนี้ จึงมีประเด็นที่น่าสนใจเป็นเบื้องต้นคือ อ.ก.ก. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและพิทักษ์ระบบ คุณธรรมซึ่งทําการแทนคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร จะต้องพิจารณาคําร้องทุกข์ให้เสร็จสิ้นภายในกี่วัน นับแต่เมื่อใด โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดี ในฐานะผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุแห่งการร้องทุกข์และเป็นผู้ออกคําสั่งที่พิพาทสั่งการให้กองการเจ้าหน้าที่จัดส่งเอกสาร ที่เกี่ยวข้องและคําชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์โดยกองการเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 จัดส่งเอกสารหลักฐานและคําชี้แจงแล้ว

Advertisement

ในประเด็นนี้ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า อ.ก.ก. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและพิทักษ์ระบบ คุณธรรมซึ่งทําการแทนคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานครฯ พ.ศ. 2554 หมายถึง ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร) มีหน้าที่ต้องพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่กองการเจ้าหน้าที่จัดส่งเอกสารหลักฐานและคําชี้แจงแล้ว

แต่เมื่อไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จ จึงได้ขยายระยะเวลาการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ออกไปอีกสองครั้ง ครั้งละสามสิบวัน ซึ่งครบกําหนดเวลาพิจารณาเรื่อง ร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 27 ตุลาคม 2553
กรณีจึงถือว่าวันที่ 28 ตุลาคม 2553 เป็นวันพ้นกําหนดการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์

สําหรับวันที่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีคือวันใดนั้น ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553 เป็นวันพ้นกําหนดการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดียื่นคําฟ้องต่อศาลปกครองในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 จึงเป็นการฟ้องคดี ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 654/2554)

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีสําหรับผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทําของฝ่ายปกครอง ซึ่งนอกจากจะต้องรู้ว่าวันใดเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีเพื่อใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายใน กําหนดระยะเวลาแล้ว ก่อนที่จะนําคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคําสั่งทางปกครองก็จะต้องดําเนินการ ตามขั้นตอนและวิธีการตามที่กฎหมายกําหนดอย่างครบถ้วน เช่น

การอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ต่อผู้มีอํานาจภายใน ฝ่ายปกครอง สําหรับในส่วนของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมี ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครซึ่งทําหน้าที่พิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์โดยมีกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ทําหน้าที่ช่วยงาน ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการรับสมัครคณะกรรมการทั้งสองชุดดังกล่าว หากผู้ใดสนใจที่จะทําหน้าที่ปกป้องพิทักษ์ระบบคุณธรรมให้กับ ข้าราชการกรุงเทพมหานครก็สามารถดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์ของสํานักงาน ก.ก. ที่ http://www.bangkok.go.th/esc ครับ !
นายปกครอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง คอลัมน์คดีปกครอง ฉบับวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555

You might also like