Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

คุณครู-ผู้ปกครองต้องอ่าน! การปฏิรูปการศึกษาในร่างรัฐธรรมนูญฯ59

Advertisement

1

ว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาในร่างรัฐธรรมนูญฯ59(1)

เพิ่มเพื่อน

ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา
—————————–
ผ่านไปแล้วสำหรับการชี้แจงของ
กรธ.ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปประเทศผมในฐานะสมาชิกสภา
นิติบัญญัติแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ตั้งคำถามในรัฐธรรมนูญแทนสมาชิกในวัน
นั้น
วันนี้ผมจะลองคลี่ดูรัฐธรรมนูญที่บัญญัติการศึกษาไว้ใน(ร่าง)รัฐธรรมนูญฉบับ
ที่จะไปทำประชามติว่ามีมาตราใดบ้างและแต่ละมาตรามีแนวทางหรือทิศทางตาม
เจตนารมณ์อย่างไร เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักการศึกษาและผู้ที่สนใจ

Advertisement

เริ่มต้นที่มาตรา 34 วรรคสอง
เป็นการคุ้มครองในทางวิชาการความว่าเสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับการคุ้มครอง

โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของ
ประชาชนและต้องเคารพและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น
นั่นหมายถึงการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการโดยบริสุทธิ์ไม่อยู่ในเงื่อนไขต้อง
ห้ามย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้

มาที่มาตรา 50
กำหนดให้บุคคล(คนไทย)มีหน้าที่สำคัญก็คือ(4)เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษา
ภาคบังคับ เช่นเดียวกับหน้าที่เสียภาษี(9) รับราชการทหาร(4)
หรือไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตมิชอบทุกรูปแบบ(10)หากเทียบเคียงกับการ
เสียภาษีหรือการรับราชการทหารซึ่งอยู่ในมาตราเดียวกันเป็นหน้าที่ที่ถูก
บังคับโดยรัฐธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องดูต่อไปว่าหากไม่เข้ารับการ
ศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับจะมีความผิดเช่นใด
หรือหน่วยงานของรัฐปฏิเสธการจัดการศึกษาให้แก่คนที่มีสัญชาติไทยได้หรือไม่
เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน

มาตราที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการศึกษาได้บัญญัติไว้ในหมวด 5
เป็นหน้าที่ของรัฐ คือมาตรา 54
กำหนดว่ารัฐต้องดำเนินการให้ทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12
ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนถึงการศึกษาภาคบังคับ
อย่างมีคุณภาพและไม่เก็บค่าใช้จ่าย จึงอธิบายทีละวรรคพอสังเขปดังนี้

ในวรรคแรกเป็นการกำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาให้ฟรี มีคุณภาพเป็นเวลา 12
ปีเหมือนรัฐธรรมนูญฯปี 2540 และรัฐธรรมนูญฯปี 2550
เพียงแต่เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ก่อนวัยเรียน 3 ปี ระดับประถมศึกษา 6
ปีและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี รวมเป็น 12 ปี แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี
40และปี 50
ให้นับการเรียนฟรีตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2559
ได้ให้ความสำคัญกับเด็กการวัยเรียนและระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้นที่ถือว่าเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนที่สุด
สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4-6
นั้นจะอยู่ในระดับเดียวกับการศึกษาอาชีวศึกษาระดับ ปวช.1-3
ในระดับนี้รัฐบาลทุกรัฐบาลมีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้อยู่แล้ว
สำหรับที่อ้างว่าเรียนฟรี 15
ปีนั้นเป็นนโยบายของพรรคการเมืองที่สามารถกำหนดให้เรียนฟรีได้มากกว่าที่รัฐ
ธรรมนูญกำหนดไว้ได้จึงไม่เป็นการเขียนรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์นักเรียนนักศึกษา
แต่อย่างใดครับ

……พบกันครั้งต่อไปครับ…อีกหลายมาตราที่เกี่ยวกับการศึกษาครับ….

ที่มา : https://www.facebook.com/winwinkruthailand/

You might also like