Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ศธ.เน้นใช้จ่ายงบฯ’63 ต้องใช้ให้คุ้มค่าในทุกมิติ ตอบโจทย์วิสัยทัศน์รัฐบาล “มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21″

ศธ.เน้นใช้จ่ายงบฯ’63 ต้องใช้ให้คุ้มค่าในทุกมิติ ตอบโจทย์วิสัยทัศน์รัฐบาล “มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21″

Advertisement

ปีงบประมาณ 2563
ปีงบประมาณ 2563
เพิ่มเพื่อน

(22 ต.ค.62) จากผลสำรวจประชาชนกรณีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 ของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ซึ่งเผยแพร่ผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “งบฯ ปี 63 ประชาชนหนุนใคร” เมื่อถามถึงความต้องการให้รัฐใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ช่วยเหลือประชาชนด้านต่าง ๆ พบว่า อันดับแรก ร้อยละ 65.9 ระบุด้านสุขภาพ เช่น รักษาฟรี หมอดี ยาดี บริการดี สร้างเสริมสุขภาพ รองลงมา ร้อยละ 64.9 ระบุด้านการศึกษา เช่น เรียนฟรี เรียนสูง โรงเรียนดี ครูดี ช่วยเด็กยากจน ร้อยละ 59.8 ระบุสร้างงาน เช่น คนไทยมีงานทำ ทักษะดี เงินดี มีหลักประกัน มีสุขพอเพียง นั้น

Advertisement

นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ.2563 จำนวน 368 ล้านบาท ซึ่งในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าต้องการให้งบประมาณด้านการศึกษาสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ ศธ.ได้รับจัดสรรในปีนี้ จะเน้นไปที่การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพในทุกมิติ มีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการหลักและองค์การมหาชนในกำกับให้มีความคล่องตัว รวมทั้งหน่วยงานในภูมิภาคให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้ โดยใช้จ่ายในการจัดการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกระดับทุกประเภท จำนวน 10,973,605 คน ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา 660,189 คน ตามจุดเน้นการจัดการศึกษาระดับต่าง ๆ คือ

  • ระดับก่อนอนุบาล เน้นประสานงานกับส่วนราชการและชุมชนในการเตรียมความพร้อมผู้เรียนในด้านสุขภาพและโภชนาการและจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบโรงเรียนปกติ ฯลฯ
  • ระดับอนุบาล เน้นการสร้างความร่วมมือกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อออกแบบกิจกรรมการพัฒนาทักษะที่สำคัญด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะทางสมอง ความคิดความจำ ควบคุมอารมณ์ ฯลฯ
  • ระดับประถมศึกษา มุ่งคำนึงถึงพหุปัญญาของผู้เรียนรายบุคคลที่หลากหลายตามศักยภาพ เช่นปลูกฝังระเบียบวินัย การเรียนภาษาไทยเพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนรู้วิชาอื่น การฝึกผู้เรียนให้มีทักษะในการคิดแบบมีเหตุผล การเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ Unplug Coding, การเน้นคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ฯลฯ
  • ระดับมัธยมศึกษา มุ่งต่อยอดระดับประถมศึกษา ด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วย STEM ส่งเสริมการเรียนการสอนสามภาษา, จัดการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อการสร้างอาชีพและการมีงานทำ ทักษะภาษาเพื่อเป็นมัคคุเทศก์ ฯลฯ
  • ระดับอาชีวศึกษา มุ่งจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำและสร้างนวัตกรรมตามความต้องการของพื้นที่ ชุมชน ภูมิภาค หรือประเทศ รวมทั้งการเป็นผู้ประกอบการเอง เช่น จัดการศึกษาระบบทวิภาคี ให้มีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มทักษะประกอบอาชีพ การส่งเสริม Smart Farmer เพื่อสร้างฐานผู้เรียนด้านการเกษตรกรรมยุคใหม่ เรียนรู้การใช้ดิจิทัลเพื่อเป็นช่องทางการสร้างอาชีพ ฯลฯ
  • การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนผู้เรียนที่สำเร็จตามหลักสูตร สามารถมีงานทำ เน้นเรียนรู้การใช้ดิจิทัลเพื่อเป็นช่องทางสร้างอาชีพ การค้าออนไลน์ และจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับสังคมสูงวัย ฯลฯ

Advertisement

นอกจากนี้ ศธ.นำงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไปขับเคลื่อนการปฏิบัติ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลของ ศธ.ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย, ลดภาระงานครู เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับการเรียนการสอนมากขึ้น, แก้ปัญหาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน, ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงให้เกิดความคล่องตัว เป็นต้น

ที่สำคัญ รมว.ศธ.”ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” ได้ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานในกระทรวง “รัดเข็มขัดงบประมาณ ศธ.” ใน 4 เรื่องที่สำคัญ คือ

  • งด การศึกษาดูงานต่างประเทศ 1 ปี
  • ลด การจัดประชุมสัมมนาที่ใหญ่โต เพราะสามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี
  • ยกเลิก การจัดงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง หรืองานลักษณะอีเว้นท์ (Event)
  • ทบทวน งบประมาณที่ซ้ำซ้อน โดยเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยี นำระบบเทคโนโลยีของทุกหน่วยงานเข้ามาอยู่ส่วนกลางเพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการข้อมูลไม่ให้เกิดความทับซ้อนกัน ทำให้ข้อมูลมีความเป็นเอกภาพ

“งบประมาณของ ศธ. ต้องดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนโยบายหลัก 12 ด้าน และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง เช่น Digital Platform, การแก้ปัญหาครูขาดครูไม่ครบชั้น/ไม่ครบวิชา, การสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน, การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีทางไกล DLTV/DLIT เป็นต้น เพื่อเป็นการเตรียมคนไทยไปสู่ศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาล คือ “มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21″

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป

 

ขอบคุณที่มาข่าวจาก  เพจ ศธ.360องศา