Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

งัดคูปองการศึกษากระตุ้นรร.แข่งขัน

Advertisement

ให้เด็ก-ผู้ปค.เลือกช็อปโรงเรียนตามใจชอบเริ่มปีงบประมาณ61

ศธ.เล็งใช้คูปองการศึกษาให้เด็กและผู้ปกครองเลือกช็อปโรงเรียนทั้งรัฐและ
เอกชนได้ตามความพึงพอใจ ชี้เป็นจุดหักเหกระตุ้นให้โรงเรียนต่างๆ
หันมาแข่งขันและพัฒนาคุณภาพเพื่อดึงเด็กเข้าเรียน คาดเริ่มปีงบ 61

นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า
ศธ.จะนำระบบคูปองการศึกษามาใช้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ
ทั้งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
และโรงเรียนเอกชน โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
ได้มอบหมายให้ตนมาศึกษารายละเอียดในการจัดทำคูปองการศึกษา
เพื่อให้เด็กถือและนำไปเลือกเข้าเรียนในสถานศึกษาที่ต้องการเรียนได้เอง
และคูปองการศึกษานี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ทั้งโรงเรียนของรัฐและเอกชนแข่งขัน
กันพัฒนาคุณภาพ เพราะผู้เรียนจะเป็นคนเลือกสถานที่เรียน
ถ้าโรงเรียนไหนมาคุณภาพดี มีชื่อเสียง
เด็กและผู้ปกครองก็จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกที่จะเข้าไปเรียนในโรงเรียนนั้นๆ
และที่ผ่านมาพบว่า โรงเรียนเอกชนซึ่งแบ่งเบาภาระรัฐในการจัดการศึกษา
จัดการเรียนการสอนได้ดีกว่าโรงเรียนรัฐบาล
ดังนั้นการอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานควรอุดหนุนทั้งโรงเรียนของรัฐและเอกชน
อย่างทั่วถึง

ปลัด ศธ.กล่าวว่า ดังนั้นขณะนี้
ศธ.อยู่ระหว่างการพิจารณาดูงบประมาณเงินอุดหนุนการจัดการศึกษาทั้งหมดของ
ศธ. ทั้งส่วนที่อยู่ในสังกัด สพฐ.
และในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
ไปคำนวณดูว่าจะออกคูปองการศึกษาควรจะมีอัตราเท่าไหร่ เช่น
หากให้คูปองการศึกษานักเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ประมาณ 1,900 บาท
และนักเรียนโรงเรียนเอกชนประมาณ 2,900 บาท จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่
เพราะในส่วนของโรงเรียนเอกชนจะต้องรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไว้ด้วย
ซึ่งคาดว่าอาจจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2561

นพ.กำจรกล่าวอีกว่า
ตนเชื่อว่าการใช้คูปองการศึกษานี้จะทำให้คุณภาพของการศึกษาไทยดีขึ้น
เพราะโรงเรียนต่างๆ จะเริ่มแข่งขันกัน
หาวิธีการที่จะดึงเด็กให้มาใช้คูปองที่โรงเรียนของตน
ซึ่งมีหลายประเทศที่ทำในลักษณะนี้คือ ให้เด็กเป็นผู้เลือกว่าจะเรียนที่ใด
และเมื่อเด็กเลือกโรงเรียนก็จะได้เด็กและงบประมาณ
และแนวทางนี้จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่เพิ่มคุณภาพการศึกษา

“ส่วนที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับลงประชามติ) ในมาตรา 54
ที่ระบุว่ารัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี
ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้
จ่ายนั้น
ไม่ได้หมายความว่าการอุดหนุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนีย
บัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะหายไป เพราะนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15
ปีอย่างมีคุณภาพ
ยังคงมีอยู่และรัฐบาลชุดนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้นการอุดหนุนการศึกษาจะคงยังอยู่” ปลัด ศธ.กล่าว.

ที่มา :หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement

You might also like