Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

จวกยับติดวงจรปิดจับตาครูสอนเด็ก

Advertisement

0

ครูไทยจวกยับติดวงจร
ปิดจับตาสอนเด็กไม่ให้เกียรติวิชาชีพครู ใช้งบประมาณจัดซื้อสูง
เผยระบบประเมินที่เน้นโอเน็ต
ส่งผลให้โรงเรียนทุ่มเงินจ้างบริษัทติวเตอร์ติวเด็กในเวลาเรียน
ชี้การให้ครูสอบโอเน็ตเป็นนโยบายที่สร้างความไม่พอใจให้ครู
แนะควรจัดระบบนิเทศติดตาม ไม่ใช่คิดนโยบายเพื่อความสะใจ

วันนี้ (13 ม.ค.) นายอาคม สมพามา ครูสอนดีจังหวัดราชบุรี
ของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
กล่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
มีข้อเสนอเรื่องการพัฒนาครู โดยอยากให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด
เพื่อดูวิธีการสอนของครู รวมถึงมีนโยบายให้ครูสอบก่อนสอน เช่น
สอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ว่า
ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เป็นความล้มเหลวทางการศึกษา
ซึ่งการติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกห้องเรียน
และทุกโรงเรียนทั่วประเทศเป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณสูงมาก
ควรนำเงินที่จะซื้อกล้องวงจรปิดมาซื้อสื่อการเรียนการสอน หรือคอมพิวเตอร์
และพัฒนาให้ไฟฟ้าประปาถึงโรงเรียนจะมีประโยชน์มากกว่า
ส่วนการให้ครูสอบโอเน็ตนั้น อยากบอกว่าครูที่สอบบรรจุได้ไม่ใช่คนโง่
คนที่สอบได้ต้องพัฒนาตนเองมาระดับหนึ่งแล้ว
ถ้าจะดูว่าครูสอนอะไรบ้างก็ควรจัดระบบนิเทศติดตามประเมินผลการสอนของครู
และส่งครูไปอบรมในวันหยุดเพื่อพัฒนา

“ระบบการประเมินครูและผู้บริหารที่เน้นคะแนนสอบโอเน็ต
ทำให้โรงเรียนจำนวนมากจ้างบริษัทติวเตอร์มาติวนักเรียนชั้นม.3 และม.6
ในช่วงก่อนสอบโอเน็ตประมาณ 2-3 สัปดาห์ในช่วงเวลาเรียน โดยจะจัดติวทั้งวัน
ค่าใช้จ่ายในการจ้างติววิชาละ 30,000 บาท
แต่นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
เพราะโรงเรียนจะใช้งบฯพัฒนาวิชาการประมาณ 3-4 แสนบาทมาจ้างบริษัทติวเตอร์
เพื่อให้คะแนนโอเน็ตของโรงเรียนสูงๆ
ทั้งนี้การที่โรงเรียนจ้างบริษัทติวเตอร์มาติวเด็กถือว่าไม่ได้มีความผิด
แต่ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการติวเช่นนี้
ควรต้องสอนให้เด็กเรียนรู้ก่อนแล้วจึงเข้าสู่กระบวนการติว
และการใช้บริษัทติวเตอร์ทำให้รู้สึกว่าถูกลดคุณค่าความเป็นครู”นายอาคม
กล่าว

Advertisement

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กล่าวว่า การติดตั้งกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นถึงระบบอำนาจ ความไม่ไว้ใจครู
เป็นการไม่ให้เกียรติวิชาชีพครู
นอกจากนี้ยังต้องใช้งบฯที่สูงมากในการจัดซื้อรวมทั้งการดูแลรักษา
ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าจะมีผู้ได้รับผลประโยชน์จากงบฯการติดกล้องวงจรปิดหรือไม่
นอกจากนี้ตนขอคัดค้านการให้ครูสอบโอเน็ต
เพราะเป็นนโยบายที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ครูทุกคน
รวมทั้งครูของครูที่สอนในคณะครุศาสตร์ด้วย
ผู้คิดนโยบายอาจทำไปเพื่อความสะใจ เอามันส์ หรือสร้างกระแส
แสดงว่าเราไม่ไว้ใจครู และจะทำให้ครูกลายเป็นจำเลยของสังคมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หากจริงใจกับครูจริง ในโอกาสวันครู
ก็ไม่ควรมีนโยบายติดตั้งกล้องวงจรปิดและให้ครูสอบโอเน็ต” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

 

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 13 มกราคม 2559