Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

จะสอบครูอ่านด่วน! สรุปสาระสำคัญ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๙/๒๕๖๐เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement

เพิ่มเพื่อน

สรุปสาระสำคัญ

Advertisement

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๙/๒๕๖๐

Advertisement

เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

สั่ง ณ วันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช๒๕๖๐

—————————————

๑. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๐/๒๕๕๙ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูป

การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ คำสั่งหัวหน้าคณะ

รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่

๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๓๘/๒๕๕๙ เรื่อง แก้ไข

เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๐/๒๕๕๙ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ

แห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๒กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ และจัดทำเป็นคำสั่งฉบับเดียว เพื่อให้

ง่ายต่อความเข้าใจ ไม่สับสนและเกิดประโยชน์ในการดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ

กระทรวงศึกษาธิการ

๒.เพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการใน

ภูมิภาค อีก ๒ คน ได้แก่ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ

ไทย เป็นกรรมการ

๒. เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการใน

ภูมิภาค (กปภ.) ได้แก่

(๑) โอนกิจการทรัพย์สิน หนี้ และเงินงบประมาณของส่วนราชการใดในกระทรวงศึกษาธิการไป

เป็นของส่วนราชการอื่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศ

กำหนดรวมทั้งพิจารณาการจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการในระดับภูมิภาคหรือ

จังหวัด

(๒) เกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเงินงบประมาณและทรัพย์สินของ

ส่วนราชการต่าง ๆของกระทรวงศึกษาธิการได้ทั้งกระทรวงโดยต้องไม่เพิ่มอัตรากำลังคนและงบประมาณ

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการใน

ภูมิภาค การเกลี่ยอัตรากำลังให้ตัดโอนอัตราตำแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจำอัตรา รวมตลอดทั้ง

งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนค่าจ้างประจำ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตั้งไว้สำหรับตำแหน่งที่เกลี่ย

นั้นมาเป็นของส่วนราชการที่รับโอนและการโอนหรือการน ารายจ่ายที่กำหนดไว้สำหรับส่วนราชการใดใน

กระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณ

รายจ่ายเพิ่มเติมไปใช้สำหรับส่วนราชการที่รับโอนนอกเหนือจากกรณีตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติ

วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ให้กระทำได้

๓.ให้มีศึกษาธิการภาคเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างในสำนักงาน

ศึกษาธิการภาค มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการภาคและให้มีรอง

ศึกษาธิการภาคจำนวนหนึ่งคนเพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการภาค ทั้งนี้ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองศึกษาธิการ

ภาคต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง หรือ

ศึกษาธิการจังหวัด

๔. ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุศึกษาธิการภาคและสั่งบรรจุและแต่งตั้งรอง

ศึกษาธิการภาคจากข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ

๕.ปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จาก ๒๒ คน ให้เหลือ ๑๕ คนได้แก่

(๑)ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ

(๒)ศึกษาธิการภาคในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการ

อาชีวศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและ

บุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนและผู้แทนสำนักงานส่งเสริม

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นกรรมการ

(๔)กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินหกคนซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้ง

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนตามข้อ๒ โดยอย่างน้อยต้องมีผู้แทนองค์กรภาคเอกชน

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพและผู้แทนภาคประชาชน ด้านละหนึ่งคน

(๕) ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๖)รองศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กศจ. อาจแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ด้วยก็ได้

๖. ให้ กศจ. สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตามความจำเป็นเพื่อช่วยเหลือการ

ปฏิบัติงานของ กศจ.ซึ่งอย่างน้อยต้องมี คณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ และ

คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาโดยให้น าองค์ประกอบของ อกศจ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม

๗. ปรับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดให้สามารถการบริหารและการจัดการศึกษาใน

ระดับจังหวัดได้มากขึ้น ได้แก่

(๑)รับผิดชอบงานธุรการของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์

คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน รวมทั้งปฏิบัติงานราชการ

ที่เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่ของ กศจ.และตามที่ กศจ. มอบหมาย

(๒) จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการ

(๓) สั่งการ กำกับ ดูแลเร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือ

หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

(๔) จัดระบบ ส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อ

การศึกษา

(๕)ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพิเศษ

(๖) ดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

 (๗) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านวิชาการการนิเทศ และแนะแนว

การศึกษาทุกระดับและทุกประเภทรวมทั้งติดตามและประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหารการเงิน และการบัญชีของส่วนราชการ

หรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

(๙)ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา

(๑๐) ส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชน

(๑๑)ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้ง

ปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวงศึกษาธิการและประสานงานต่าง ๆ ในจังหวัด

๘. ให้มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสำนักงาน

ศึกษาธิการจังหวัด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศึกษาธิการภาคมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของ

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดรวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและ

บุคลากรทางการศึกษากำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษาและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเฉพาะงานที่เกี่ยวกับอ.ก.ค.ศ. เขต

พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และให้มีรองศึกษาธิการจังหวัด

เพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการจังหวัด จำนวนสามคน

๙. ให้ศึกษาธิการจังหวัดรองศึกษาธิการจังหวัด และข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสำนักงานศึกษาธิการ

จังหวัดเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งนี้ ให้ศึกษาธิการจังหวัดดำรงตำแหน่งเทียบกับ

ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทอำนวยการระดับสูงและผู้ที่จะดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดต้องเป็นผู้ที่

ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการประเภทผู้บริหารการศึกษาหรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่รอง

ศึกษาธิการภาคอยู่ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่ ก.ค.ศ. กำหนด

๑๐.ให้ศึกษาธิการจังหวัดโดยความเห็นชอบของ กศจ. เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครู

และบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๕๓ (๓) และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑

๑๑.ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและเลขาธิการคณะกรรมการ

ส่งเสริมการศึกษาเอกชน มอบอำนาจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลวิชาการ การบริหารทั่วไป งบประมาณ

และทรัพย์สินให้กับศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในเรื่องนั้นรวมทั้งให้เลขาธิการคณะกรรมการ

ส่งเสริมการศึกษาเอกชนมอบอำนาจในการปฏิบัติราชการตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนให้ศึกษาธิการ

จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯกำหนด

เพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน กำกับดูแลและบูรณาการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัดหรือ

กรุงเทพมหานคร

๑๒.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ กำหนด

สถานที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่

วันที่คำสั่งมีผลใช้บังคับ

—————————————

ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่

คลิก>>

ที่มา : https://drive.google.com/file/d/0B1LlAg6nCyAbUmxndHFLenJaZGs/view

You might also like