Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ชงกฤษฎีกาตีความ ครูโรงเรียนเอกชนใช้สิทธิบัตรทอง

Advertisement

0

ชงกฤษฎีกาตีความครูโรงเรียนเอกชนใช้สิทธิบัตรทอง

เพิ่มเพื่อน

บอร์ด กช.เห็นชอบ 3 แนวทางปรับปรุงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรโรงเรียนเอกชน พร้อมชงเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความให้ครูเอกชนใช้สิทธิบัตรทองตามกฎหมายได้

วันนี้ (30 พ.ค.) ดร.พะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุม กช. ซึ่งมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบ แนวทางการจ่ายเงินสวัสดิการสงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาลผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนเอกชน ใน 3 แนวทาง ดังนี้ 1.กองทุนสงเคราะห์ยกเลิกการจัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลแล้วให้สมาชิกกองทุนฯทุกคนใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วยหน้า หรือ บัตรทอง

โดยปรับแก้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของกองทุนฯ2.กองทุนสงเคราะห์ ทำความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)

เพื่อขอใช้สิทธิบริการสาธารณสุข ตามาตรา9แห่งพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และส่งเงินสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตรา 39 และ 3. สมาชิกกองทุน สามารถเลือก รับเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ตามอัตราเดิม คือ สมาชิกส่ง3% โรงเรียนสมทบ3% และรัฐบาลสมทบ6% แล้วรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนฯ ไม่เกิน100,000บาทต่อปี หรือ เลือกรับสวัสดิการบัตรทอง

Advertisement

โดยอาจนำเงินสมบทที่รัฐจ่าย6% มาจ่ายให้กับ สปสช. แทน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ( สช.) นำแนวทางดังกล่าวไปหารือกับกฤษฎีกา ว่า หากให้บุคลากรของโรงเรียนเอกชน เลือกใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลตามแนวทางใด แนวทางหนึ่ง จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากไม่ขัดกฎหมาย สช. จะเร่งดำเนินการจัดทำระเบียบต่าง ๆ เพื่อประกาศใช้ต่อไป

ดร.พะโยม กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติ เห็นชอบให้โรงเรียนนอกระบบ สามารถเปิดสอนเป็นภาษาต่างประเทศได้ เนื่องจากพบว่า มีชาวต่างชาติ สนใจเรียนหลักสูตรต่างๆ เช่น นวดแผนไทย มวยไทย ทำอาหาร เป็นต้น ซึ่งหลังจากนี้ สช.จะไปกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอนเป็นภาษาต่างประเทศของโรงเรียนนอกระบบ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาต่างประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อที่ :เดลินิวส์ 30 พ.ค. 2560

You might also like