Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ชงก.ค.ศ.รื้อคัดครู-เลียนแบบก.พ. ใช้ข้อสอบกลาง-ขึ้นบัญชีเดียวให้ร.ร.เลือก สกัด”เรียกผลประโยชน์-แม่พิมพ์ย้ายบ่อย”

Advertisement

0

ชงก.ค.ศ.รื้อคัดครู-เลียนแบบก.พ. ใช้ข้อสอบกลาง-ขึ้นบัญชีเดียวให้ร.ร.เลือก สกัด”เรียกผลประโยชน์-แม่พิมพ์ย้ายบ่อย”

เพิ่มเพื่อน

         
นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่ง
ในการเสวนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการ ศธ.ในภูมิภาค
เรื่อง ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการของ ศธ.
ช่วงที่ผ่านมาและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ศธ. ในภูมิภาค
จัดโดยคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ที่รัฐสภาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า
การแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการใน
ภูมิภาค (คปภ.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน
และจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) มีผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
ยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและยุบเลิกคณะอนุกรรมการข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา
แล้วตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.)
ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น
ก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการบริหารงานบุคคล
ซึ่งมีข้อร้องเรียนมาตลอดว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์
โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายครูและผู้บริหารการศึกษา
         
นพ.กำจรกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาหลายจังหวัดได้มีการแต่งตั้ง
อกศจ. ที่จะเข้ามารับผิดชอบงานด้านวินัย วิทยฐานะ หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ
รวมถึงการบรรจุแต่งตั้งและโยกย้ายเรียบร้อยแล้ว
และมีเสียงสะท้อนมาว่าหลายจังหวัดมีรายชื่อของ อ.ก.ค.ศ.เดิม
หรือรายชื่อผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์เข้าไปเป็น อกศจ.
ด้วย ซึ่งตนไม่ทราบว่าที่ผ่านมาใครจะเป็นอย่างไร
และยอมรับว่าในช่วงแรกการแต่งตั้ง อกศจ.และผู้แทน กศจ.
อยากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก่อน แต่จากนี้ กศจ.ทุกจังหวัดจะต้องดูให้ดี
ไม่ให้เกิดปัญหาเรียกรับผลประโยชน์ขึ้นอีก หากพบว่าใครมีปัญหา
ตนในฐานะเลขานุการ คปภ. สามารถเสนอชื่อให้ คปภ. พิจารณาเปลี่ยนตัวได้ทันที
โดยไม่ต้องรอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.)
          ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า
ขณะนี้เข้าใจดีว่าหลายพื้นที่กำลังเกิดความโกลาหลในการปฏิบัติงาน
โดยเฉพาะเรื่องแต่งตั้งโยกย้าย
และการพิจารณาโทษทางวินัยที่ยังมีปัญหาค้างอยู่อีกหลายเรื่อง
อีกทั้งยังมีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้า
ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 1/2559
ที่ได้ชะลอไปก่อน และอยู่ระหว่างพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งตนจะหารือ
ก.ค.ศ. ว่า การคัดเลือกครู อาจจะต้องมีการปรับกติกาใหม่
ให้โรงเรียนเป็นผู้เลือกครูได้เองเพื่อให้ได้ครูที่มีความสามารถตรงกับความ
ต้องการจริงๆ ไม่ใช่เหมือนระบบเดิม ที่ใช้วิธีสอบคัดเลือก
ใครสอบได้คะแนนมากจะมีสิทธิเลือกบรรจุก่อน ทำให้เกิดปัญหาว่า
ครูส่วนใหญ่ไม่ได้ไปอยู่ในพื้นที่ที่พอใจ พอเป็นครูผู้ช่วยได้ 2 ปี
ก็ขอย้ายกลับภูมิลำเนา
ซึ่งตำแหน่งที่ครูขอย้ายไปก็อาจไม่ใช่ตำแหน่งที่โรงเรียนต้องการ
เพราะย้ายตามอัตราว่าง
          “ผมได้หารือกับ พล.อ.ดาว์พงษ์
รัตนสุวรรณ หนังสือพิมพ์มติชนรายวันรัฐมนตรีว่าการ ศธ.
ถึงการปรับกติกาการคัดเลือกครูผู้ช่วยแล้วอย่างไม่เป็นทางการ
ซึ่งต้องไปหารือ ก.ค.ศ. ว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจากนี้อีก 3 ปี
โรงเรียนจะสามารถเข้ามาเลือกครูได้เอง
โดยจัดสอบในระบบกลางร่วมกันเช่นเดียวกับการสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้า
ราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้วขึ้นบัญชีไว้เป็นตะกร้า
หากโรงเรียนอยากได้ครูสาขาใด ก็มาหยิบเลือก
แล้วเรียกตัวมาคุยทำข้อตกลงให้เป็นที่พอใจทั้งครูและสถานศึกษา
รวมถึงทำสัญญาให้ชัดเจนว่า ครูจะต้องสอนที่โรงเรียนไม่น้อยกว่า 4-6 ปี
ให้ครูได้สอนอยู่ในที่ที่อยากอยู่ มีเวลาฝึกประสบการณ์สอน
ไม่ใช่มาเป็นครูผู้ช่วยได้ 2 ปี ก็คิดแต่เรื่องย้าย
ผมเชื่อว่าถ้าเราวางระบบให้เป็นแบบนี้ได้
ในระยะยาวคุณภาพการศึกษาจะดีขึ้นแน่นอน
รวมถึงจะลดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายได้อีกด้วย”
นพ.กำจรกล่าว และว่า
ส่วนกติกาการคัดเลือกครูผู้ช่วยใหม่นี้จะใช้ในการคัดเลือกครูผู้ช่วย
ครั้งที่ 1/2559  หรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ต้องหารือ ก.ค.ศ.ก่อน

Advertisement

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน และ http://www.moe.go.th/

You might also like