Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ชงศธ.รื้อระบบประเมินของชาติ

Advertisement

ชงศธ.รื้อระบบประเมินของชาติ

เพิ่มเพื่อน

ประธานคณะกรรมการอิสระฯ มอบการบ้าน ศธ. ปรับระบบประเมินผลของชาติ หวังรู้จุดเด่นเด็กเป็นรายคน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา พร้อมจัดทำฐานข้อมูลการศึกษาเพื่อใช้บริหารจัดการการศึกษาของประเทศ

Advertisement

                วันนี้ (4  ก.ค.)  ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  (ศธ.) เปิดเผยว่า  เมื่อเร็วๆนี้ ศ.นพ.จรัส  สุวรรณเวลา  ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา ได้มาหารือกับตนถึงแนวทางการปฎิรูปการศึกษา โดยฝากการบ้าน ศธ.ให้ช่วยดำเนินการในสองเรื่อง คือ 1.การปรับระบบประเมินผลนักเรียนระดับชาติทุกช่วงชั้นตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3 และ 6  มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6  และ 2.การจัดทำระบบฐานข้อมูลนักเรียน  ซึ่งในเร็วๆนี้ ศธ.จะนัดองค์กรหลัก ศธ. รวมถึงผู้รับผิดชอบการประเมินผลนักเรียน เช่น สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มาหารือร่วมกับ ศ.นพ.จรัส เพื่อวางกรอบแนวทางร่วมกัน  สำหรับการปรับระบบการประเมินผลนักเรียนระดับชาติทุกช่วงชั้นนั้นจะต้องสอดคล้องใน 3 เรื่องตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้แก่  คุณธรรมจริยธรรม  ทักษะในศตวรรษที่ 21 และความรู้พื้นฐานที่จำเป็น   โดยระบบการประเมินผลนักเรียนระดับชาติรูปแบบใหม่จะต้องเป็นมาตรฐานกลางในการวัดและประเมินผลเหมือนกับการสอบวัดมาตรฐานด้านภาษาอังกฤษ (โทเฟล) และการสอบเปรียญธรรมของโรงเรียนสงฆ์ ที่มีมาตรฐานกลางเป็นที่ยอมรับ 

Advertisement

“ศ.นพ.จรัส มองว่าไม่อยากให้การประเมินผลของนักเรียนเป็นการวัดและประเมินผลว่าใครสอบตกหรือสอบได้ หรือแม้กระทั่งเด็กคนไหนมีคะแนนสอบสูงหรือต่ำ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่การตอบโจทย์ปฎิรูปการศึกษาที่แท้จริง จึงอยากให้การประเมินผลนักเรียนแบบใหม่เป็นการดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมาเหมือนใยแมงมุมที่จะระบุว่าเด็กแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน และเลือกศักยภาพของเด็กมาใช้ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งจะทำให้ครูผู้สอนได้ทราบถึงทักษะของเด็กแต่ละคนด้วย  เพื่อที่จะแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เมื่อมีการปรับระบบประเมินผลนักเรียนใหม่แล้วการเรียนการสอนในห้องเรียน และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องปรับล้อตามไปด้วยเช่นเดียวกัน” ปลัด ศธ.กล่าว

ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการจัดทำระบบฐานข้อมูลนักเรียนนั้นจะนัดหารือร่วมกับฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ ศธ.ในเร็วๆนี้เช่นเดียวกัน  ซึ่งเรื่องนี้ ศ.นพ.จรัส เห็นว่ากำลังเป็นวิกฤตสำคัญ เพราะขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบาย Digital Economy การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ ดังนั้นในส่วนของ ศธ.ก็จะต้องมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลการศึกษา เพื่อให้เชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆได้ทั้งในสังกัดและนอกสังกัด ศธ.  ซึ่งทางคณะกรรมการอิสระฯ ก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่หากจะต้องมีการผลักดันให้มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้น  โดยระบบฐานข้อมูลการศึกษาจะใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อบริหารจัดการการศึกษาของประเทศ เช่น การของบประมาณ  ข้อมูลเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา อีกทั้งเด็กคนไหนหลุดออกนอกระบบการศึกษา และจบการศึกษาไปแล้วทำงานที่ไหน  โดยข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมโยงไปถึงโรงเรียนด้วย  

อ่านต่อที่ : เดลินิวส์ อังคารที่ 4 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.36 น.

You might also like