Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ชี้เกาไม่ถูกที่เด็กสอบตกแล้วปรับข้อสอบ

Advertisement

0

Advertisement

ประธาน
พว.ชี้เด็กทำข้อสอบแบบทดสอบต่าง ๆ ไม่ได้ เพราะวิเคราะห์ข้อสอบไม่เป็น
แนะแก้ที่กระบวนการเรียนรู้
ต้องสอนเด็กให้คิดวิเคราะห์จะถูกทางกว่ามุ่งปรับปรุงข้อสอบ

จากการที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)ได้ประกาศผลการทดสอบวิชา
สามัญ 9 วิชา ปีการศึกษา 2559
ซึ่งพบว่ามีเพียงวิชาภาษาไทยวิชาเดียวที่คะแนนเฉลี่ยเกินครึ่ง ส่วนอีก 8
วิชามีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 50 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รมว.ศึกษาธิการ จึงต้องการให้
สทศ.ทบทวนข้อสอบที่ออกมาว่าสะท้อนขีดความสามารถของเด็กไทยหรือไม่
พร้อมทั้งกำชับให้ สทศ.ออกข้อสอบโดยดูระดับการคิดวิเคราะห์ของเด็กด้วย นั้น

วันนี้ (18ก.พ.) ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์
ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) กล่าวว่า
สทศ.คือหน่วยงานวัดความรู้รวบยอดของนักเรียนทั้งประเทศ
โดยวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ
ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) หรือ
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา(วีเน็ต)
ที่จะต้องวัดความรู้รวบยอดของเด็กแต่ละช่วงชั้นว่าเป็นอย่างไร

“การออกข้อสอบของ สทศ.จึงเป็นการออกตามตัวชี้วัด ตามมาตรฐานที่กำหนด
เพื่อดูว่าเด็กเรียนแล้วบรรลุตัวชี้วัดหรือไม่
ซึ่งในระหว่างเนื้อหากับตัวชี้วัดต้องมีกระบวนการ ที่เรียกว่า How
toเรียนแล้วเด็กสร้างความรู้เอง เป็นการเรียนที่ต้องทำความเข้าใจ ต้องคิด
และลงมือทำ เพื่อให้เกิดเป็นความรู้
ซึ่งหลักการนี้จะทำให้ด็กเกิดการจำระยะยาว เป็นการจำแล้วไม่ลืม
เพราะจำในหลักการ ดังนั้นการเรียนรู้จะต้องเรียนด้วยการปฏิบัติ
เหมือนว่ายน้ำ ขี่จักรยาน”ดร.ศักดิ์สินกล่าวและว่า
ข้อสอบที่สทศ.ออกเป็นข้อสอบที่ออกตามมาตรฐาน จะไปฉีกมาตรฐานไม่ได้
และตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายของการเรียนรู้ เป็นความรู้ปลายทางที่ถูกกำหนดไว้
ดังนั้นเมื่อผลสัมฤทธิ์เด็กออกมาอย่างไรเราต้องเอาผลที่ได้ออกมาใช้
โดยดูว่าการบริหารจัดการหลักสูตรเป็นอย่างไร
มีจุดอ่อนที่ต้องปรับแก้อย่างไร ไม่ใช่เด็กสอบไม่ผ่านแล้วไปแก้หลักสูตร
แต่ควรเอาผลมาประเมินว่าทำไมเด็กไม่สามารถวิเคราะห์ข้อสอบได้

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า
นอกจากนี้ต้องย้อนกลับไปดูว่าการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นอย่างไร
มีกระบวนการหรือมีแต่เนื้อหา ถ้ามีแต่เนื้อหาก็ต้องเติมกระบวนการลงไป
หาเครื่องมือที่มีกระบวนการมาให้ครูพัฒนา
ถ้าครูไม่ชำนาญก็ต้องสร้างความเข้าใจให้ได้ เช่น ต้นไม้
เมื่อตัดออกมาจะเห็นส่วนต่าง ๆ
แก่นของต้นไม้คือหลักการหรือความคิดรวบยอดที่ต้องไปให้ถึง
วงปีก็คือขั้นตอนคือกระบวนการที่จะไปให้ถึงแก่น
ถอยออกมาคือกระพี้และเปลือกซึ่งคือเนื้อหา
เพราะฉะนั้นถ้าเด็กไปไม่ถึงหลักการแล้วมาแก้แต่เนื้อหาก็คงไปไม่รอด

 

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559

Advertisement