Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ชูโจทย์ปฏิรูปการศึกษาเพื่อมีงานทำ

Advertisement

ชูโจทย์ปฏิรูปการศึกษาเพื่อมีงานทำ
“อมรวิชช์”เผยผลหารือร่วมทีมปฎิรูปการศึกษา
เปิดทางสถานศึกษาเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริง จัดเงินอุดหนุนรายหัวใหม่
ปฎิรูปการศึกษาเพื่อมีงานทำ
ชี้ปฎิรูปการศึกษาระยะยาวต้องใช้ซูเปอร์บอร์ดผลักดัน

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

วันนี้ (8 ก.ค.) ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้ช่วยเลขานุการ
รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.
เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเรื่องปฏิรูปการศึกษา ซึ่ง มี ศ.ดร.ยงยุทธ
ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศธ.
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศธ.และพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. นายตวง
อันทะไชย ประธานกรรมาธิการ (กมธ.)การศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(สนช.) และนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธาน
กมธ.ปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เข้าร่วมที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า
ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการปฏิรูปการศึกษาใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.การเปิดทางให้สถานศึกษามีสถานะเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริง
มีอิสระในการบริหารจัดการศึกษาให้แก่เด็กอย่างมีคุณภาพตามหลักธรรมาภิบาล
และมีความรับผิดชอบ โดยขณะนี้พบว่า มีสถานศึกษากว่า 1,000 แห่งในทุกประเภท
พร้อมยกสถานะเป็นนิติบุคคลเต็มรูปแบบ

โฆษก ศธ. กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ 2.การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัว
ต้องศึกษาวิจัยว่าต้นทุนการศึกษาที่รัฐควรจะจัดสรรให้แก่เด็กแต่ละกลุ่มควร
จะเป็นในลักษณะใด อยู่ในอัตราเท่าไรจึงเหมาะสม
3.ควรกระจายอำนาจและบทบาทการศึกษาลงไปสู่พื้นที่
และดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษามากขึ้น
ภายใต้โจทย์การศึกษาเพื่อการมีงานทำและพร้อมสู่โลกของงาน
4.การจัดการเชิงพื้นที่ ซึ่งรองนายกฯ ได้ยกตัวอย่างเชียงใหม่โมเดล
ว่าเป็นเครือข่ายเชิงพื้นที่ที่เข้มแข็ง
และจะมีการจัดตั้งสภาการศึกษาจังหวัด
โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาบนพื้นฐานวัฒนธรรมเชียงใหม่แต่เท่าทันการเปลี่ยน
แปลงด้วย เช่นเดียวกับ รมว.ศธ. ได้ยกตัวอย่างชลบุรีโมลเดล
ที่เป็นการร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่พัฒนาเด็ก
ซึ่งเป็นต้นแบบที่จะนำไปต่อยอดได้

“ เรื่องสุดท้ายที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องมีกลไกระดับชาติ
ซึ่งก็คือซูเปอร์บอร์ดเข้ามากำกับดูแลให้การปฏิรูปการศึกษาในระยะยาวเดิน
หน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
1.ระดับบริหารเพื่อผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้ ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี
และ รมว.ศธ. 2.หน่วยงานด้านความรู้ และ 3เครือข่ายภาคประชาชน ”ดร.อมรวิชช์
กล่าวและว่า สำหรับแผนการดำเนินงานแต่ละเรื่องนั้น ทาง
สนช.รับไปจัดทำรายละเอียดและนำมาเสนอที่ประชุมในครั้งต่อไป.“

อ่านต่อที่ : http://dailynews.co.th/education/333512

You might also like