Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“ดาว์พงษ์”ย้ำผลงาน10ยุทธศาสตร์20โปรเจ็กต์

Advertisement

0

ศธ.แถลงผลงาน รอบ 1 ปีสามารถผุด 10 ยุทธศาสตร์ 20 โครงการ
หวังสร้างเจเนอเรชั่นใหม่อีก 20 ปีข้างหน้า “ดาว์พงษ์”
ลั่นให้คะแนนตัวเองไม่ได้ แต่พอใจผลงานข้าราชการรับไปปฏิบัติ
เผยเริ่มเข้าใจแล้วทำไมการทำงานขับเคลื่อนถึงได้ช้า ทุกอย่างต้องใช้เวลา

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) แถลงผลการดำเนินงานของ ศธ.
ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดย พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูปประเทศที่ต้องปรับทั้งระบบ
และยังต้องทำแผนดูแลพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต
ซึ่งจะต้องสอดแทรกเรื่องความมีวินัยให้อยู่ในจิตสำนึกของทุกคนตั้งแต่เด็ก
และ ศธ.เป็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ผลิตคนไทยเจเนอเรชั่นใหม่ในอีก 20
ปีข้างหน้าร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ
จากนี้ต้องมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย โดยในรอบ 1
ปีที่ผ่านมา ศธ.กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานไว้ทั้งหมด 10 เรื่อง
ในนี้มียุทธศาสตร์ซึ่งถือเป็นจุดเน้นที่เร่งดำเนินการปี 2558 จำนวน 6
เรื่อง คือ 1.การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ 2.ครู 3.การทดสอบ
การประเมิน การประกันคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา
4.การผลิตกำลังคนและงานวิจัยที่ตรงกับความต้องการของประเทศ
5.ไอซีทีเพื่อการศึกษา และ 6.การบริหารจัดการ
โดยเรื่องทั้งหมดได้รวบรวมประเด็นปัญหาการศึกษาและมีงานสำคัญที่เริ่มดำเนิน
การไปแล้ว

นอกจากนี้ยังนโยบายต่างๆ อีกกว่า 20 โครงการ
ที่กระจายให้รัฐมนตรีช่วยและผู้บริหารองค์กรหลักไปดำเนินการ อย่างเช่น
โครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
ซึ่งเริ่มดำเนินการในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) แล้วจำนวน 4,100
โรง และในปี 2559 จะขยายเพิ่มอีก 10,669 โรง โดยคาดว่าในปี 2560
จะขยายโครงการดังกล่าวให้ครบทุกโรงเรียน
นอกจากนี้ยังได้จัดทำโครงการคืนครูสู่ห้องเรียนเพื่อแก้ปัญหาขาดครู
ด้วยการจ้างครูเกษียณที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 10,000 คน
และโครงการผลิตครูเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 4,000 คนต่อปี
ซึ่งโครงการนี้จะสิ้นสุดโครงการปี 2567

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวต่อว่า
นอกจากนั้นยังได้แก้ปัญหาด้านการผลิตคนตามความต้องการของประเทศ
โดยยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษารูปแบบทวิภาคี ร่วมมือกับสถานประกอบการ
เมื่อจบการศึกษาแล้วสามารถประกอบอาชีพได้ทันที นอกจากนี้
ได้จัดโครงการอุดมศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
จะผลักดันให้มีมหาวิทยาลัยวิจัยเพิ่มขึ้น และในปี 2559 จะต้องเป็น world
Class university ให้ได้ ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้ครู
ในปีหน้าตนจะเรียกแหล่งเงินกู้ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู
ธนาคารออมสิน
โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา (ช.พ.ค.) และกองทุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
มาหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปล่อยกู้
เพราะการปล่อยกู้ให้ครูจะต้องสอดคล้องกับรายได้ของครู
โดยจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข
เนื่องจากปัญหาหนี้ครูมีผลกระทบต่อการเรียนการสอน

“ส่วนการทำงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา จะให้คะแนนความพอใจเท่าไรนั้น
ผมคงตอบไม่ได้ ผมไม่เคยให้คะแนนตัวเอง ต้องให้คนอื่นประเมิน
ยอมรับว่าช่วงแรกที่เข้ามาทำงานก็รู้สึกไม่พอใจ รู้สึกว่าช้า
แต่พอทำงานไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจว่าบางเรื่องต้องใช้เวลา ยกตัวอย่างเช่น
ผมพูดเรื่องเรียนซ้ำชั้น ก็มีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามามากมาย บางคนก็ว่า
ศธ.ถอยหลังเข้าคลอง
แต่เรื่องนี้ผมคิดโดยผูกโยงกับการปลูกฝังให้เด็กมีความรับผิดชอบ
ไม่ใช่สปอยล์ คอยอุ้มเด็ก ปล่อยผ่านไป ทำให้การศึกษาไม่ได้คุณภาพ
ทั้งหมดนี้ผมรู้ว่ายากและยอมรับว่าเหนื่อย แต่ไม่ใช่ผมเหนื่อยคนเดียว
คนที่ทำงานในภาคปฏิบัติจะต้องเหนื่อยมากกว่า
ดังนั้นถ้าให้ประเมินการทำงานของผู้บริหารและข้าราชการ ศธ.ในภาพรวม
ผมให้ผ่านหมด นี่ไม่ใช่การพูดเอาใจ แม้อาจจะมีบ้างที่ต้องปรับจูนกัน
แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่เข้าใจกันได้” รมว.ศธ.กล่าว

พร้อมกับกล่าวอีกว่า ส่วนงานในปี 2559 ที่จะต้องขับเคลื่อนให้เห็นผล
อันดับแรก ปรับระบบการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แผนการพัฒนาคุณภาพคนตลอดช่วงชีวิต
จัดตั้งกรมวิชาการ และการควบรวบอาชีวศึกษารัฐและเอกชน
รวมถึงการผลักดันโครงการคุรุทายาท และโครงการคืนครูผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน

ด้าน นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตนได้ดำเนินการตามที่
รมว.ศธ.มอบหมายในเรื่องยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษ
ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีเป้าหมายให้คนไทยสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำ
วันได้จริง
ซึ่งได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเคมบริจด์จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษมา
สอนในโรงเรียน อบรมศึกษานิเทศก์
ขณะที่ในระดับอาชีวศึกษาสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอน ซึ่งในปี 2559
จะเปิดตัว Echo Hybrid
ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่จะมาช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพในสาขา
พาณิชย์ บริการโรงแรมและท่องเที่ยว และบริการทางการแพทย์
ส่วนระดับอุดมศึกษาจะจัดแสดงผลคุณวุฒิภาษาอังกฤษในแบบแสดงผลการศึกษา
หรือทรานสคริปต์

ด้าน พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า
ตนได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โดยขยายระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 15,369
โรง โดยในปี 2559
จะพัฒนาระบบดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพไปในโรงเรียนทั่วประเทศ
และขยายไปในโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู
ครูสอนไม่ครบชั้น นอกจากนั้นยังแก้ปัญหานักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 1
ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีนักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ถึง 11%
จากนักเรียนชั้น ป.1 ทั้งหมด 5 แสนคน
โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีการสอนแจกลูกสะกดคำ ซึ่งพบว่าได้ผลค่อนข้างดี
แก้ปัญหาไปได้มากกว่าครึ่ง ตั้งเป้าว่าปีการศึกษา 2559 เด็กชั้น ป.1
จะต้องอ่านออก เขียนได้ 100%.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เพิ่มเพื่อน

Advertisement

You might also like