Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“ดาว์พงษ์”แนะ ครูต้องปรับตัว รับนโยบายใหม่

Advertisement

รมว.ศึกษาธิการ พอใจโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ 75 %
ส่วนที่เหลือต้องเร่งเติมเต็ม แนะครูต้องปรับตัวรับนโยบายใหม่
อย่ายึดติดกับความคิดเก่าๆ จะทำให้เด็กคิด วิเคราะห์ไม่เป็น
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เวลา 15:00 น.

เพิ่มเพื่อน

    วันนี้ (24 พ.ย.) ที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รมว.ศึกษาธิการเปิดเผยภายหลังการรับฟังรายงานผลการติดตามการดำเนินโครงการ
“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อติดตามความก้าวหน้าของ SmartTrainer
ที่เป็นศึกษานิเทศก์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต ว่า
โครงการดังกล่าวเดินหน้ามาได้ 3 สัปดาห์แล้ว
ซึ่งพบว่าเด็กเรียนอย่างมีความสุข และผู้ปกครองก็มีความสุขเช่นกัน
ซึ่งตนมีความพึงพอใจ 75% ส่วนอีก25%
ที่เหลือยังต้องเติมเต็มในส่วนที่เป็นปัญหาอุปสรรค
เพื่อให้โครงการมีความสมบูรณ์
โดยพบว่าบางโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมนอกโรงเรียน
ซึ่งตนกำชับว่าการพาเด็กไปเรียนรู้นอกโรงเรียน
จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก
ที่มีอุปสรรคในการจัดกิจกรรม
ก็ต้องไปทบทวนว่าเราจะเสริมและเติมเต็มในจุดไหนได้บ้าง
ส่วนประเด็นที่ครูมีความกังวลเรื่องภาระงานจะเพิ่มขึ้นนั้น
ขอให้ครูอดทนในช่วงของการเปลี่ยนผ่านเรื่องนี้ให้ได้
เพราะหากครูยังยึดติดกับความคิดแบบเก่าๆ
เด็กก็จะไม่รู้จักการคิดวิเคราะห์อย่างแน่นอนทั้งนี้ ตนจะเรียกประชุมทีม
Smart Trainer ทุกๆเดือน
เพื่อสรุปภาพรวมการทำงานทั้งหมดในการขยายผลโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุม
โรงเรียนทั่วประเทศ ในปี 2559

Advertisement

Advertisement

    นายจิรวัฒน์ รักพ่วง ทีม Smart Trainer กลุ่มประถมศึกษา
จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ตาก เขต 1 กล่าวว่า
กลุ่มโรงเรียนประถมศึกษา สพป.ชัยภูมิ เขต 1
มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมตามโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ซึ่งโรงเรียนในพื้นที่มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก
โดยกลุ่มโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก
จัดการเรียนการสอนด้วยระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
และเริ่มกิจกรรมลดเวลาเรียนได้ตามนโยบาย คือ ช่วงเวลา 14.00 น.
ขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา จึงต้องลดทอนเวลาลง
โดยเริ่มกิจกรรมลดเวลาเรียนในเวลา 14.40– 15.30
น.สำหรับกิจกรรมที่โรงเรียนแต่ละแห่งจัดขึ้นนั้น
ก็มีความยืดหยุ่นตามบริบทของแต่ละพื้นที่
มีการปรับกิจกรรมให้เกิดการบูรณการตามเป้าหมาย
นอกจากนี้โรงเรียนบางแห่งยังจัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียนด้วย เช่น
การพาเด็กไปศึกษาความรู้ตามสถานที่ราชการ เป็นต้น
สำหรับความพร้อมในการจัดกิจกรรมโรงเรียนขนาดเล็ก
ยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครู อุปกรณ์การเรียนการ
ซึ่งทำให้ต้องขมวดการจัดกิจกรรมไว้ในหมวดเดียวกันส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่
และขนาดกลาง มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมค่อนข้างสูง
เด็กสามารถเลือกกิจกรรมได้ตามความถนัดของตนเอง ทั้งนี้
ภาพรวมของการเดินหน้ากิจกรรมนี้ช่วงแรกครูมีความสุขในการทำงาน
แต่เมื่อโครงการเดินหน้ามาได้สักระยะหนึ่งก็เกิดความกังวลในภาระงานที่เพิ่ม
ขึ้น ส่วนผู้ปกครองมีความสุข แต่เกิดความกังวลว่าเมื่อเรียนวิชาหลักน้อยลง
บุตร หลาน ของตนเอง จะมีความรู้มากพอที่จะไปสอบแข่งขันหรือไม่.“

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เวลา 15:00 น.

You might also like