Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

“ดาว์พงษ์” ลงนามแล้วประกาศใช้โอเน็ต 30% มีผลจบช่วงชั้นม.ต้น-ม.ปลาย เริ่มปีการศึกษา2559

Advertisement

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า
เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(ศธ.) ได้ลงนามในประกาศ
ศธ.เรื่องสัดส่วนการใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต)

เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนที่จบการศึกษาตามหลัก
สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
เพื่อให้การใช้ผลการทดสอบโอเน็ตเป็นไปอย่างเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน
และการกำหนดวิชาในการทดสอบโอเน็ต จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ 5
กลุ่มสาระฯ และให้ยกเลิกประกาศ
ศธ.เรื่องการปรับสัดส่วนการใช้ผลการทดสอบโอเน็ตฯ ฉบับวันที่ 4 ธันวาคม 2556
และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน
โดยให้สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.2551 ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมต้น และมัธยมปลาย
ให้ใช้ผลการเรียนของผู้เรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษา และผลการทดสอบโอเน็ต
ในสัดส่วน 70 : 30 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป โดยประกาศเมื่อวันที่
29 มกราคมนั้น เนื่องมาจากประกาศ
ศธ.เรื่องการปรับสัดส่วนการใช้โอเน็ตที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการ
ศธ.ในขณะนั้นลงนาม กำหนดให้ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป
ให้ใช้ผลการเรียนของผู้เรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษา และผลการทดสอบโอเน็ต
ในสัดส่วน 50 : 50
แต่เมื่อนักวิชาการวิเคราะห์แล้วเห็นว่าการใช้สัดส่วนดังกล่าวเป็นการให้
น้ำหนักที่มากเกินไป จึงเสนอไปยัง พล.อ.ดาว์พงษ์
ก่อนจะพิจารณาเห็นชอบให้คงสัดส่วน 70 : 30 ต่อไป

“เมื่อปีการศึกษา 2556 สพฐ.ใช้สัดส่วนโอเน็ตในการรับนักเรียน 20%
และในปีการศึกษา 2557-2558 ใช้โอเน็ตในสัดส่วน 30% และในปีการศึกษา 2559
นี้ กำหนดให้ใช้โอเน็ต 30% เท่าเดิม ทั้งนี้
แม้ว่าการทดสอบโอเน็ตจะเป็นการทดสอบระดับชาติ
มีการออกข้อสอบตามเนื้อหาของตัวชี้วัดที่สำคัญทั้งหมด
แต่ผลการทดสอบโดยระบบดังกล่าวก็ยังไม่สามารถวัดผู้เรียนได้อย่างครอบคลุม
ต่างจากผลการเรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษา
ซึ่งจะประเมินผู้เรียนทั้งด้านความรู้ คุณลักษณะที่พึงประสงค์
และทักษะตามกระบวนการเรียนการสอน ดังนั้น การกำหนดสัดส่วน 50 : 50
ในขณะนี้จึงไม่เหมาะสม”นายบุญรักษ์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าการประกาศศธ.เพิ่มสัดส่วนการใช้ผลคะแนนโอเน็ตดังกล่าว
จะนำมาคิดรวมกับผลการเรียนในแต่ละวิชาที่ประเมินโดยโรงเรียนและคิดคำนวณออก
มาเป็นผลการเรียนเฉลี่ยสะสมของนักเรียนในระดับชั้นที่กำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์
ดังกล่าว

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559

You might also like