Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ดาว์พงษ์ อยากรู้ข้อดีข้อเสียเงินแป๊ะเจี๊ยะ

Advertisement

0

รมว.ศธ.ขอเดินหน้าดันนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้แบบเต็มสูบ
เชื่อถ้าประสบผลสำเร็จอาจไม่จำเป็นต้องปรับหลักสูตรฯ
พร้อมเผยไอเดียอยากศึกษาข้อดีข้อเสียของเงินแป๊ะเจี๊ยะให้รู้กันชัดๆเสียที


    วันนี้(18 ก.ย.)พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า
สมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติได้เข้ามาพบตนเพื่อขอเสนอเรื่องการแก้ไข
ปัญหาการศึกษาชาติ
โดยเฉพาะประเด็นที่เด็กมีภาระการเรียนและการจัดการเรียนการสอนเน้นท่องจำมาก
เกินไป และประเด็นการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ซึ่งทั้งสองเรื่องก็เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)
ที่ต้องการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ให้แก่เด็กอยู่แล้ว
เพราะต้องการให้เด็กมีเวลาที่จะเรียนรู้ค้นคว้าคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง
ดังนั้นนโยบายดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในภาคเรียนที่ 2/2558 นี้ทันที
ส่วนเรื่องการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ต้องใช้เวลา
และคงไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ภายในวันเดียวเพราะการปรับหลักสูตรการ
ศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนมาช่วยระดมความคิด
เห็น

Advertisement

    

“ผมมองว่าหากจะมีการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องให้เกิดความทัน
สมัยสอดคล้องกับทิศทางของการพัฒนาประเทศด้วย
จึงยังไม่คิดเรื่องการปรับหลักสูตรแต่ขอเดินหน้านโยบายลดเวลาเรียนก่อน
ซึ่งหากนโยบายนี้ประสบความสำเร็จก็อาจไม่มีความจำเป็นจะต้องปรับหลักสูตรก็
ได้” รมว.ศึกษาธิการกล่าว


    ต่อข้อถามว่ามีแนวทางจะแก้ไขปัญหาระบบเด็กฝากหรือการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ
ในโรงเรียนหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า
คงไม่สามารถบอกได้ว่าการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะมันดีหรือไม่ดี
แต่เข้าใจว่าการเรียกรับเงินดังกล่าวมันคือการสร้างความเหลื่อมล้ำทางการ
ศึกษา ดังนั้นจะต้องมาดูปัญหาในเรื่องนี้กันว่าเกิดจากตรงไหน
ตนจึงคิดว่าควรมีการศึกษาข้อดีข้อเสียในเรื่องนี้
เพราะการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะเป็นการเรียกรับเงินจากหลากหลายช่องทาง
โดยอาจจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนว่ามีด้านดีด้านเสียจากจุด
ไหนแล้วค่อยนำเอาปัญหาต่างๆเหล่านั้นมาพิจารณาให้เกิดความชันเจน “

อ่านต่อที่ : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2558 เวลา 18:41 น.