Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ตวง ย้ำชัด รมว.ศธ. ต้องฟังเสียงครู ให้มากกว่า ทั้ง 4 แท่ง พร้อมเสนอให้ปฏิรูปการเรียนการสอน

ตวง ย้ำชัด รมว.ศธ. ต้องฟังเสียงครู ให้มากกว่า ทั้ง 4 แท่ง พร้อมเสนอให้ปฏิรูปการเรียนการสอน

Advertisement

ตวง เสนอแนะด้านการศึกษา ต้องปฏิรูปการเรียนการสอน ย้ำชัด รมว.ศธ.ต้องฟังเสียงครูให้มากกว่า ทั้ง 4 แท่ง

เพิ่มเพื่อน

นายตวง อันทะไชย สมาชิกรัฐสภา ได้กล่าวข้อเสนอ ด้านการศึกษาให้กับ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ใน การแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งเสนอว่า

Advertisement

ขอเสนอคือ ประการแรกแรก จากที่ รมว.ศธ.ได้กล่าวว่าที่ต้องการรับฟังความเห็นจากครู ซึ่งเห็นด้วยแต่ต้องฟังให้เห็น ฟังให้เข้าใจ ให้ได้ยินเสียงจากครูอย่างแท้จริง เพื่อที่จะได้รู้ว่าจะปฏิรูปการศึกษาอย่างไร

ประการที่สอง ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จคือ กระบวนการเรียนรู้ ปรับปรุงการเรียนการสอน เพราะระบบการศึกษาต้องใช้ความต่อเนื่อง ต้องใช้ความยั่งยืน เสมือนการปลูกกล้วยไม้

โดยยกตัวอย่างการปฏิรูปหลักสูตร เช่น ธนาคารหน่วยกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ทำให้สามารถย้ายการเรียนได้ สามารถเรียนในสิ่งที่สนใจได้ หรือ ตามหลัก การเรียน แบบพหุปัญญา ตามแนวคิด Dr. Howard Gardne เสนอแนวคิดว่า สติปัญญาของมนุษย์มีหลายด้านที่มีความสำคัญไม่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโดดเด่นในด้านไหน

แต่หลักสูตรในปัจจุบัน ในรอบห้าปีที่ผ่านมา มักเป็นแบบ Active Learning. คือเรียนให้ลงมือเอง ปฏิบัติเอง ซึ่งครูต้องอาศัยไปหลักสูตรเดิม

ซึ่งนโยบายของรัฐบาลต้องการให้ ครู เป็นโค้ช แต่จริงๆแล้วนั้น ครู เป็นมากกว่าโค้ช ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ เป็นทุกอย่างของลูกศิษย์ ต้องยอมรับว่าหลักสูตรในปัจจุบัน ครูไม่สามารถเป็นโค้ชได้

ฉะนั้นรัฐบาลต้องปฏิรูปหลักสูตร การเรียนการสอน

Advertisement

ในเรื่องของพหุปัญญา อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศ นั่นคือ ต่อไปนี้ เด็กไม่สามารถเปรียบเทียบกันไม่ได้ เก่งไปเฉพาะด้านตามความสามารถของแต่ละคน

นโยบายในเรื่อง การศึกษาปฐมวัย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 54 ที่บอกว่า การศึกษาปฐมวัยวัยคือดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ แต่หลักสูตรการศึกษายังเป็นแบบเดิมยังเน้นที่ความรู้ความจำ

ซึ่งต้องยอมรับประเทศไทย ยังไม่มีการปรับปรุงหลักสูตรยังอยู่แบบเดิม ซึ่งไม่ทันต่อการการเปลี่ยนแปลงของโลก

ข้อเสนอต่อรัฐบาล คือ ว่า ทบทวนการจัดตั้ง กศจ. ว่าจะยกเลิกหรือไม่

ทบทวน การกระจายอำนาจ ว่า เป็นเรื่องของจังหวัดนั้นๆ เป็นโรงเรียนนั้น โดยยกตัวอย่างว่า ทำไม จังหวัดกระบี่ต้องสอนเหมือนร้อยเอ็ด

ในเรื่องที่ฝากต่อไปในเรื่องของ การสอบ O-NET (Ordinary National Educational Test) คือ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ซึ่งฝากไปยังรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาว่า อย่าเอา O-NET มาเปรียบเทียบโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนในท้องถิ่น

แต่ O-NETให้เปรียบเทียบการศึกษาในรอบปี ของโรงเรียนนั้น ของห้องเรียนนั้น ของนักเรียนคนนั้น ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

สุดท้าย คะแนนPISAที่ตกต่ำลง เพราะสอนอย่าง ไปสอบอย่าง ฉะนั้นสอนอย่างไรต้องออกข้อสอบแบบนั้น

โดยผลจากการเรียนวิจัยพบว่า ประเทศที่มีคะแนนPISAดีขึ้นเพราะประเทศที่มีปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน

สุดท้ายหวังว่าให้กำลังใจ กระทรวงศึกษาจะเปลี่ยน รัฐมนตรี ต้องฟังครูให้มากกว่า ผู้บริหารทั้ง 4 แท่ง


ขอบคุณที่มาจาก : อีทีวีแม็ค เวทีสาธารณะเพื่อการศึกษา

You might also like