Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ทวงเงินออมสินหักเงินกองทุนช.พ.ค.แทนลูกหนี้

Advertisement

0

Advertisement

บอร์ด
สกสค.มึนตึบ หลังตรวจพบแบงก์ออมสินหักเงินในบัญชีกองทุน ช.ค.พ.
เพราะสมาชิกที่เป็นลูกหนี้ผิดนัดชำระโดยพลการ มูลค่ากว่า 86 ล้านบาท
เตรียมส่งหนังสือทวงคืน “ณรงค์” ส่ง “พินิจศักดิ์”
คุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง และเตรียมดึงนักกฎหมายมืออาชีพจัดการปัญหาหนี้
บ.บิลเลี่ยนฯ-บ.หนองคายน่าอยู่ ชี้ซับซ้อนกว่าธรรมดา

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)
กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ
บุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า
ที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่ธนาคารออมสินถอนเงินฝากออกจากบัญชีกองทุนที่ใช้
สำหรับสนับสนุนโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อช่วยเพื่อนครูและบุคลากร
ทางการศึกษา (ช.พ.ค.) เพื่อชดใช้กรณีที่มีลูกหนี้ผิดนัดชำระเงินกู้ 3
งวดติดต่อกัน
เพราะที่ผ่านมาทางธนาคารได้มีหนังสือแจ้งมาว่าธนาคารสามารถหักเงินในบัญชี
ดังกล่าวได้ หากเกิดกรณีที่มีเงินไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ โดยให้ทาง
สกสค.ดำเนินการนำเงินฝากเข้าบัญชี
หรืออนุญาตให้ถอนจากบัญชีอื่นที่มีเงินเพียงพอ แต่สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนี้
สกสค.ยังไม่ได้อนุญาตให้ถอนเงินดังกล่าว
ที่ประชุมจึงได้ทำหนังสือสอบถามถึงกระบวนการติดตามชำระหนี้ที่ผ่านมาจากทาง
ธนาคาร แต่เมื่อ
สกสค.ตรวจสอบก็ทราบว่าทางธนาคารได้มีการถอนเงินออกจากบัญชีอื่นไปแล้ว จำนวน
86 ล้านบาท จึงได้ทำหนังสือแจ้งให้ธนาคารออมสินนำเงินคืนบัญชีที่ถอนไป

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า
ที่ประชุมได้หารือกันแล้วเห็นว่าทางธนาคารไม่สามารถดำเนินการถอนเงินโดย
พลการได้ เพราะ สกสค.ผู้เป็นเจ้าของบัญชียังไม่ได้อนุญาต คณะกรรมการ
สกสค.จึงมอบให้นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ศธ.
ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.
ทำหนังสือแจ้งย้ำไปยังธนาคารให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีของ
สกสค.ที่หักไป และขอให้ไปคุยกับทางธนาคารให้รู้เรื่อง
ว่าต่อไปการจะถอนเงินออกจากบัญชีต้องได้รับอนุญาตจาก สกสค.ก่อน
ส่วนครั้งนี้จะถือว่าธนาคารออมสินมีความผิดหรือไม่นั้น คงไม่ถึงขนาดนั้น
อาจจะเป็นความเข้าใจผิด หรือเกิดจากความเคยชิน เพราะเคยทำกับคณะกรรมการ
สกสค.ชุดที่ผ่านมา

พล.ร.อ.ณรงค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้
สกสค.ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการติดตามทวงเงินจำนวน 2,500
ล้านบาทคืนจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด
ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัท บิลเลี่ยนฯ อ้างว่าเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
(คสช.) มีคำสั่งห้ามบริษัท บิลเลี่ยนฯ ทำธุรกรรมกับ สกสค.
ซึ่งที่ประชุมยืนยันว่าไม่ใช่เหตุผล และขอเร่งรัดให้บริษัท บิลเลี่ยนฯ
นำเงินจำนวนดังกล่าวมาชำระคืน สกสค.โดยเร็ว ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมายนั้น
ในส่วนของคดีอาญา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีทั้งบุคคลภายนอกและเจ้า
หน้าที่รัฐ
จึงต้องส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบ
โดยอาจแยกส่วนการดำเนินการระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและพลเรือน ซึ่งจะขอให้
ป.ป.ช.เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ส่วนการดำเนินคดีทางแพ่งนั้น
อยู่ระหว่างการดำเนินการโดยสำนักงานอัยการสูงสุด
คาดว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า
และที่ประชุมยังเห็นว่าการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งบริษัท บิลเลี่ยนฯ
และบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ค่อนข้างซับซ้อน
น่าจะหามืออาชีพด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์มาช่วยพิจารณา รวมถึงกรณีอื่นๆ
ด้วย เพราะเราดำเนินการเองเฉพาะเจ้าหน้าที่ สกสค. แต่ยังมีข้อจำกัด
เพราะบางครั้งเราอาจไม่มีความรู้ถ่องแท้ในบางเรื่อง
ต้องหามืออาชีพมาช่วยเฉพาะเรื่องต่อไป โดยให้ สกสค.ไปพิจารณา
ซึ่งอาจจะจ้างให้มาดูแลเป็นกรณีไป.

ขอบคุณที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisement