Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

ทำอย่างไร…เมื่อผู้ใหญ่ติดไอที ?

Advertisement

ในสังคมยุค 4G เช่นในปัจจุบัน อุปกรณ์ไอทีหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หลายๆ อย่างกลายมาเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้สูงวัย เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในชีวิตประจำวัน แต่หากการใช้สิ่งต่างๆ เหล่านี้อยู่ในปริมาณและรูปแบบที่ไม่เหมาะสม ย่อมส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตได้มากมายไม่แพ้กัน

เพิ่มเพื่อน

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ที่ผ่านมานั่นหมายถึงสัดส่วนโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงวัยมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ”ความเสื่อมถอยทางร่างกาย” ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่เปลี่ยนไปหรือประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ที่ลดน้อยลง ปัญหาสุขภาพหลายอย่างที่รุมเร้าเข้ามาเมื่อมีอายุมากขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ อาจเกี่ยวข้องหรือนำไปสู่ “การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและจิตใจ” ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ เช่น การสูญเสียคู่สมรสหรือเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกันมา สถานภาพทางสังคมที่เปลี่ยนไป (ลดน้อยลง) หลังเกษียณจากอายุงาน ความมีคุณค่าในตนเองและการยอมรับทางสังคมจากบุคคลรอบตัวที่เปลี่ยนไป เป็นต้น

Advertisement

            หากผู้สูงอายุสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดี โอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมาก็จะน้อยลงมาก แต่หากไม่สามารถปรับตัวได้ดีเท่าที่ควร อาจทำให้ผู้สูงอายุนั้นมีความเครียดเกิดขึ้น และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตต่างๆ ตามมาได้ จากการสำรวจของหลายสถาบันสุขภาพทั่วโลก สะท้อนข้อมูลที่ใกล้เคียงกันว่าปัญหาสุขภาพจิตหรือโรคทางจิตเวชที่สำคัญในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคสมองเสื่อมและโรคซึมเศร้า (ไม่นับรวมโรคหรือภาวะผิดปกติทางสุขภาพจิตอื่นที่เป็นต่อเนื่องเรื้อรังตั้งแต่วัยหนุ่มสาว)

            ในสังคมยุค 4G เช่นในปัจจุบัน อุปกรณ์ไอทีหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หลายๆ อย่างกลายมาเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้สูงวัย เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสังคมออนไลน์ผ่านเว็บไซท์หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ การดูภาพยนตร์หรือละครผ่าน YouTube การเล่นเกมออนไลน์ หรือลูกเล่นอื่นๆ อีกมากมายจากอุปกรณ์ไอทีในมือ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน (รวมถึงผมด้วย) ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เหล่านี้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์สมอง รวมไปถึงการสร้างความบันเทิงและความผ่อนคลายให้กับผู้สูงวัย เพื่อให้ห่างไกลจากโรคซึมเศร้าและโรคสมองเสื่อม

            อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม หากมีการใช้งานในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมหรือในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลกระทบทางลบต่อผู้สูงวัยได้ ในวันนี้ผมมีประเด็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาผู้สูงวัยติดไอทีมาฝาก ติดตามกันเลยนะครับ

ทำอย่างไร...เมื่อผู้ใหญ่ติดไอที ? thaihealth

กระตุ้นให้มองถึงผลกระทบของ social media ต่อชีวิตในปัจจุบัน?

            แน่นอนครับว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงสื่อหรือสังคมออนไลน์ต่างๆ นี้มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับทราบข่าวสารที่รวดเร็วทันใจ เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สะดวกสบายเพียงแค่ปลายนิ้ว หรือแม้แต่ความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมต่างๆ เป็นต้น

            แต่หากการใช้สิ่งต่างๆ เหล่านี้อยู่ในปริมาณและรูปแบบที่ไม่เหมาะสม เช่น มีการใช้งานที่มากเกินไป หรือใช้ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ ย่อมส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตได้มากมายไม่แพ้กัน ซึ่งส่วนใหญ่ออกมาในรูปแบบของการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ดี กระทบสัดส่วนของเวลาที่ใช้ในการพักผ่อน การรับประทานอาหารหรือแม้กระทั่งการออกกำลังกาย ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอหรือไม่เป็นเวลา ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้น้อยลง หรือรับประทานไม่ตรงตามเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น ผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง เช่น สายตาที่ถูกใช้งานหนักในการเพ่งหน้าจอนานๆ การนั่งหรือนอนในท่าเดิมนานๆ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดปัญหาด้านสัมพันธภาพกับคนใกล้ตัว จากที่มีเวลาในการติดต่อสื่อสาร หรือมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง หรือพื้นอารมณ์ที่ไม่นิ่ง หงุดหงิดง่ายจากการถูกรบกวนระหว่างที่ยังรู้สึกเพลิดเพลินกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ที่อาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับคนรอบตัวเพิ่มมากขึ้น

            การกระตุ้นให้ผู้สูงวัยรับรู้ผลกระทบด้านลบจากการเสพติดสื่ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการกระตุ้นให้พวกท่านได้ทบทวนเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สื่อไอทีอย่างไม่เหมาะสมนี้ เพื่อการปรับเปลี่ยนในลำดับต่อๆ ไป

วนให้ทบทวนชีวิตประจำวันของท่านว่ายังตกหล่นอะไรไปบ้าง?

            ส่วนใหญ่ของผู้ที่ใช้เวลาไปกับสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย นอกเหนือจากที่เป็นผลมาจากความสนุกสนานและความบันเทิงที่ได้รับจากสื่อในรูปแบบต่างๆ แล้ว หลายคนยังใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ในการเติมเต็มบางอย่างในชีวิตที่เรายังขาดอยู่หรือบกพร่องไปอีกด้วย

            ในทางจิตวิทยาเชื่อว่า ความสุขหรือคุณภาพชีวิตไม่ได้เป็นผลมาจากความสำเร็จหรือความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำงานเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการมีและสามารถรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับคนใกล้ตัว รวมไปถึงศักยภาพในการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานอีกด้วย ในผู้สูงวัยซึ่งได้เกษียณและออกจากความรับผิดชอบในภาระงานประจำที่เคยทำมาโดยตลอด อาจทำให้มองชีวิตตนเองว่ามีคุณค่าลดน้อยลง และเมื่อได้ผนวกกับสัมพันธภาพที่ห่างเหินกับลูกหลานหรือคู่สมรส ขาดการพบปะเพื่อสังสรรค์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลสารทุกข์สุกดิบกับกลุ่มเพื่อนสนิท หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพบางอย่างเกิดขึ้น ที่ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ตามที่ตนเองต้องการ ผู้สูงวัยหลายท่านจึงเลือกที่จะให้สื่อหรือสังคมออนไลน์ได้เข้ามาทดแทนและเติมเต็มความสุขในด้านต่างๆ เหล่านี้ที่ท่านรู้สึกว่ามันพร่องไป โดยไม่รู้ตัว ซึ่งกลไกดังกล่าวนี้ทำให้ง่ายต่อการเสพติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ตามมา

ทำอย่างไร...เมื่อผู้ใหญ่ติดไอที ? thaihealth

จัดตารางเวลาใหม่เพื่อชีวิตที่สมดุลยิ่งขึ้น ในแบบของ Senior Citizen กันเถอ

            หากเราชวนให้ท่านได้ทบทวนถึงข้อดี-ข้อเสียจากการใช้สื่อหรือสังคมออนไลน์ รวมไปถึงการประเมินความสุขโดยรวมที่ท่านมองว่าอาจจะยังขาดหรือบกพร่องอะไรไปบ้างแล้ว ลำดับต่อไป เราลองมาชวนท่านในการจัดตารางเวลาในแต่ละวันกันใหม่ดีไหมครับ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นของท่านเอง

            โดยหลักการสำคัญคือการคงไว้ซึ่งพฤติกรรมสุขภาพที่ดีสำหรับผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และตรงเวลา การพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการจัดเวลาสำหรับกิจกรรมสันทนาการที่ตนเองชื่นชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เข้าร้านเสริมสวยหรือสปา ฯลฯ พบปะสังสรรค์หรือใช้เวลาร่วมกับคนอื่นๆ หรือทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะของการเป็นจิตอาสาอย่างเหมาะสม

            ส่วนเวลาที่ว่างอยู่หลังจากการกำหนดตารางสำหรับกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ก็ไม่ผิดแล้วล่ะครับ หากผู้ใหญ่ในบ้านของเราจะนำมาใช้กับความบันเทิงหรือความสนุกสนานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เหล่านี้ เพื่อไม่ให้เด็กรุ่นหลังมองท่านว่าเป็นผู้สูงวัยแล้วจะก้าวไม่ทันกับวิทยาการที่ล้ำหน้าไปอย่างมากมายในปัจจุบัน ใช่ไหมครับ???

Advertisement

ตัวอย่างตารางเวลาสำหรับผู้สูงวัยในแต่ละวัน

  7.00-8.00 น. ออกกำลังกายหรือโยคะเบาๆ เช่น เดินเร็ว แกว่งแขน

  8.00-9.00 น. รับประทานอาหารเช้า พูดคุยกับสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว

  9.00-12.00 น. ช่วยทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ หรือช่วยเหลือกิจการของครอบครัวตามกำลัง (อาจเน้นที่การเก็บหรือนับเงินเป็นหลักก็ดีนะครับ)

  12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน พูดคุยกับสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว

  13.00-14.00 น. กิจกรรม IT # 1 เช่น เล่นไลน์ เฟสบุ๊ค อ่านข่าว หรือโหลดดูละครย้อนหลัง เป็นต้น

  14.00-15.30 น. พักสายตาสักหน่อย งีบหลับได้ตามอัธยาศัย

  15.30-16.00 น. ชวนสมาชิกในครอบครัวรับประทานอาหารว่างด้วยกัน

  16.00-18.00 น. ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านตามความสนใจ เช่น เข้ากลุ่มรำไม้พลอง แอโรบิค เข้าสปา/ร้านเสริมสวย

  18.00-19.00 น. รับประทานอาหารเย็น พูดคุยกับสมาชิกอื่นๆ ในครอบครัว

  19.00-20.30 น. กิจกรรมครอบครัว เช่น นั่งดูละครด้วยกัน เล่นเกม/ไพ่เพื่อลับสมอง

  20.30-21.30 น. กิจกรรม IT # 2

  21.39-22.00 น. กิจกรรมผ่อนคลาย นั่งสมาธิ สวดมนต์ เตรียมตัวเข้านอน

ทำอย่างไร...เมื่อผู้ใหญ่ติดไอที ? thaihealth

เริ่มต้นอย่างไรดี ?!?

            การชักชวนให้ผู้สูงวัยเลิกเล่นอุปกรณ์ไอทีที่กำลังเสพติดอยู่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้เริ่มต้นด้วยภาษากายครับ อาจจะเข้าไปสวมกอดท่านพร้อมหอมแก้มเบาๆ และบอกให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์จริงๆ ที่มีคุณค่าและความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ในโลกออนไลน์ โดยกล่าวด้วยคำพูดชวนคิดที่ไม่แฝงนัยยะของการตำหนิ เช่น “คุณย่าครับ ถ้าคุณย่าเล่นไลน์อยู่ตลอด ก็ไม่มีใครได้กอดคุณย่าให้อุ่นๆ แบบนี้นะครับ ผมอยากให้วันนี้คุณย่านั่งคุยกับผมหน่อยได้ไหมครับ วันนี้ผมมีเรื่องจะเล่า(หรือจะปรึกษา) คุณย่าเยอะแยะเลยล่ะครับ!”

            แม้ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงสื่อหรือสังคมออนไลน์ต่างๆ เหล่านี้จะมีประโยชน์มากมาย แต่หากผู้สูงวัยใช้ในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมหรือใช้งานมากจนเกินไป ก็อาจส่งผลเสียได้ในหลายๆ ด้าน หวังว่าประเด็นที่นำมาฝากกันในวันนี้คงจะเป็นแนวทางในการช่วยปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมติดไอทีของผู้ใหญ่ในบ้านของพวกเราทุกๆ คนได้บ้างนะครับ.

ที่มา : สถานีใจ Mind Station และ สสส.

You might also like