Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

นักวิจัยเผย ยิ่งวางของเกะกะยิ่งฉลาด

Advertisement

0

โต๊ะรก ห้องรก ของวางไม่เป็นระเบียบ
คนอื่นเห็นแล้วปวดหัวแทนจะหาของเจอไหมล่ะเนี่ย แถมโดนบ่นอยู่ทุกวัน
แต่วันนี้พี่ณิชามีเหตุผลดีๆ มาให้สำหรับคนที่ชอบทำห้องรกค่ะ
ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ  

       Robert Thatcher
ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีในสมองที่ส่งผลต่อพฤติกรรม
ถึงกับประกาศออกมาว่ายิ่งเราปล่อยของวางเกะกะมากเท่าไหร่
เราก็จะฉลาดมากขึ้นเท่านั้น! 

       เขาให้เราลองคิดง่ายๆ ว่ามนุษย์ที่นึกอยากจะวางอะไรก็วาง
เก็บข้าวของไม่เป็นที่ วางอะไรไว้ตรงไหนก็ไม่เคยจำ
จะเป็นมนุษย์ที่สมองมีการคิดอยู่ตลอดเวลา 

fandation.co
 

       เมื่อเราทำไปเรื่อยๆ
มันจะกลายเป็นนิสัยของเราโดยอัตโนมัติว่าเราต้องคิดหลายๆ เรื่องไปพร้อมๆ
กัน เช่น ตอนเด็กเราอาจจะตื่นมาหาแว่นตาไม่เจอ แรกๆ ก็เสียเวลาหา
พอเรายิ่งโตขึ้น (ก็ยังวางแว่นไม่เป็นที่เหมือนเดิม)
เราก็จะเรียนรู้ว่าตื่นมาเราต้องคิดตั้งแต่วินาทีแรกเลยว่าเราเอาแว่นตาวาง
ไว้ไหน (เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินตามหา) เอ ไหนจะกระเป๋าอีกล่ะ มือถือด้วย
แล้ววันนี้อยากใส่ชุดสีน้ำเงินตัวเก่งมันส่งซักไปหรือยัง
หรือมันวางไว้ที่ไหนแน่ ทั้งหมดนี้จะฝึกให้เราคิดอะไรที่ซับซ้อน
(ซึ่งมันดูจะซับซ้อนเกินไปนะ) ในเวลาอันจำกัด

       เพราะฉะนั้นบางคนที่ห้องดูรกมาก จนเรางงว่าเขาหาอะไรเจอได้ยังไง
ก็ไม่ต้องไปเครียดแทนเขาหรอก
บางทีเขาก็รู้อยู่ในหัวหมดแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน
แค่คนอื่นไม่เข้าใจเท่านั้นเอง

 

todaysparent.com
 

        ยังไม่จบแค่นั้นเพราะ Jonah Lehrer คนเขียนหนังสือเรื่อง Imagine:
How Creativity Works บอกว่านิสัยของมนุษย์ผู้ประสบความสำเร็จ
คือมนุษย์ที่สามารถตั้งรับกับอุปสรรคได้อย่างรวดเร็ว
 
       มนุษย์ที่มีห้องรก
โต๊ะรกจึงเป็นมนุษย์ที่ต้องเจออุปสรรคให้คอยแก้อยู่แทบทุกวินาที Lehrer
บอกว่าไอ้ของเกะกะที่ใคร ๆ
ก็บ่นนี่แหละมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ฝึกให้เราเจอกับความยุ่งยากตลอดเวลา
(เดี๋ยวแว่นหาย เดี๋ยวหนังสือที่ชอบหาไม่เจอ ฯลฯ)
จนเมื่อเราไปเจอความยุ่งยากอื่นๆ ในชีวิต
เราจะตั้งสติรับกับมันได้เร็วกว่าคนอื่น

       ตัวอย่างคนดังและประสบความสำเร็จที่โต๊ะรกก็มีตั้งแต่ J.K. Rowling
ผู้ให้กำเนิดพ่อมดน้อยแฮร์รี่  Steve Jobs , Mark Zuckerberg
ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก Mark Twain นักเขียนนักกวีชื่อดัง แม้กระทั่ง Albert
Einstein นักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 ก็โต๊ะรกไม่แพ้พวกเรา ! 

Advertisement

 

 นักวิจัยเผย  ยิ่งวางของ
epicdash.com
 
(เห็นโต๊ะมาร์คเข้าไปหลายคนอาจรู้สึกว่าโต๊ะเราก็ไม่ได้รกเท่าไหร่)

       ถ้ายังเห็นภาพไม่ชัดพอ  Steven Johnson
เจ้าของหนังสือชื่อย๊าวยาว Where Good Ideas Come From: The Natural
History Of Innovation บอกว่าบ้าน ห้อง หรือโต๊ะของเราก็เหมือนกับเมือง
เมืองหนึ่งนั่นแหละ เมืองที่ใหญ่กว่าเมื่องอื่นๆ 10 เท่า
ก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่าเมืองอื่นๆ 17 เท่า
ในขณะที่เมืองหลวงที่ใหญ่กว่าเมืองหลวงอื่นๆ 50 เท่า
จะมีโอกาสสร้างสิ่งใหม่ๆ มากกว่าถึง 130 เท่า
ความใหญ่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าพื้นที่กว้างกว่าที่อื่นนะ
แต่หมายถึงจำนวนประชากร ความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง
เพราะยิ่งยุ่งเหยิงมากเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งคิดนวัตกรรม หรือระบบใหม่ๆ
มาคอยรองรับอยู่ตลอดเวลา

       Johnson
ยังบอกอีกว่าความยุ่งยากซับซ้อนอย่างการอ่านหนังสือสองเล่มไปพร้อมๆ กัน
การมีงานอดิเรกหลายๆ อย่าง หรือการได้ทำงานหลายๆ แบบ
ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะฝึกให้เราคิดอะไรที่หลากหลาย ไม่ซ้ำแบบเดิม
 

scienceburger.com

 
       อย่างไรก็ตามสมองจะได้ฝึกคิด
ความคิดสร้างสรรค์จะกระฉูดก็ต่อเมื่อเราฝึกคิดแก้ปัญหาเท่านั้น ไม่ใช่อยู่ ๆ
ทุกคนจะโปรยของให้รกทั่วบ้านแล้วนั่งรอให้ความฉลาดเดินมาหาล่ะ
(ยิ่งถ้าเป็นคนรักความเป็นระเบียบ รักความเรียบร้อยอยู่แล้วยิ่งไม่ต้องเลย
เพราะมันจะฝืนธรรมชาติของเรา)
แต่ถ้ารักจะปล่อยให้รกจนเป็นธรรมชาติของตัวเอง
ก็ต้องรักที่จะรับผิดชอบต่อเวลา
และรักที่จะจัดการความยุ่งเหยิงด้วยการฝึกคิด ฝึกจำ หรือสร้างสรรค์วิธีใหม่
ๆ ให้ชีวิตอันซับซ้อนของตัวเองให้ง่ายขึ้นอยู่เสมอ 
       ส่วนถ้ารู้ตัวว่านี่ไม่ใช่ธรรมชาติของเราเลย ยิ่งโต๊ะรก
ห้องรกเรายิ่งลำบาก ไอ้ที่รกๆ กองๆ อยู่ก็เก็บบ้างก็ได้
ชีวิตจะได้ง่ายขึ้นอีกระดับ
เพราะต่อให้โต๊ะรกเหมือนกันก็ไม่ได้แปลว่าจะคิดซับซ้อนได้เหมือนกันซะหน่อย
 
 
ที่มา: minimore.com และ https://blog.eduzones.com/nichananpak/155200