Take a fresh look at your lifestyle.

Advertisement

นักวิชาการเผยงานวิจัย พบครูไทยรู้เรื่อง ประชาธิปไตยน้อย!

Advertisement

(18 ก.ย.58) ที่คณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.เมอเร่ย์ พรินท์ (Prof. Dr.Murray Print)
อาจารย์ คณะการศึกษาและสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยซิดนีย์
ประเทศออสเตรเลีย กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาเรื่อง
ครู..ผู้สร้างพลเมืองประชาธิปไตย จัดโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ
ร่วมกับมูลนิธิฟรีดิชเอเบิร์ตว่า
ครูต้องเตรียมความพร้อมของเด็กเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้สอนแค่ให้ความรู้
แต่เตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง
แต่เป็นสิทธิมนุษย์ชน

ศ.ดร.พรินท์ เปิดเผยว่า จากงานวิจัยเกี่ยวกับพลเมืองประชาธิปไตย
โดยแบ่งแนวทางการสอนแบบพลเมืองประชาธิปไตยได้ 3 ประเภท คือ
1.ครูเป็นผู้ควบคุมการเรียนการสอน 2.ครูเสนอแนะการค้นหาความรู้ และ
3.การสอนแบบเน้นผู้เรียน ปรากฏว่าแนวการสอนแบบที่ 1
ทำให้เด็กมีความรู้มากกว่าการเรียนการสอนแบบอื่นๆ ส่วนแบบที่ 3
เน้นผู้เรียนเป็นหลัก เป็นการจัดการเสวนาของเด็ก การโต้วาที
การจัดกลุ่มเสวนา และการแสดงบทบาทสมมุติ
ซึ่งการเรียนการสอนในลักษณะนี้ทำให้เด็กมีผลสัมฤทธิ์น้อยกว่าการเรียนการสอน
แบบอื่นๆ และการเรียนการสอนแบบครูเสนอแนะ ครูและเด็กมีการโต้ตอบกัน
การเรียนรู้แบบสืบค้นความรู้โดยมีครูเป็นผู้เสนอแนะ
ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ได้น้อยเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน ศ.ดร.พรินท์ ระบุว่า
จากการทำวิจัยกับนักศึกษาฝึกสอนพบว่าครูประถมจะบูรณาการความรู้เกี่ยวกับ
พลเมืองประชาธิปไตยมากกว่าในระดับอื่นระดับมัธยมจะแทรกอยู่ในวิชาสังคมศึกษา
และระดับอุดมศึกษาเป็นการเรียนรู้อย่างอิสระ
แต่โดยภาพรวมพบว่าครูไทยยังมีความรู้เรื่องประชาธิปไทยไม่มากพอ

ด้าน ดร.เดวิด ซินเกียร์ (Dr.David Zyngier) อาจารย์อาวุโส
คณะการศึกษาและสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย
ได้กล่าวว่า
ได้ทำวิจัยเรื่องครูในอนาคตคิดอย่างไรกับเกี่ยวกับการศึกษาประชาธิปไตย
และมีความสำคัญอย่างไร โดยสอบถามครูฝึกสอนกว่า 400 คน
และทำวิจัยเปรียบเทียบกับครูที่จบแล้ว
พบว่ามีทั้งกลุ่มที่เข้าใจการเรียนรู้ประชาธิปไตยแบบ Thin Democracy
คือแบบบางเบา และแบบ Thick Democracy
ซึ่งเป็นการรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยแล้วนำไปแก้ไขปัญหาสังคมได้

แหล่งที่มาของข่าว :  มติชนออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน 2558

You might also like